กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



ก.วิทย์ฯ จัดประชุมบูรณาการงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

พิมพ์ PDF

เพื่อหาแนวทางการจัดทำกิจกรรมร่วมกับจังหวัด พร้อมโชว์ผลงานหน่วยงานในสังกัด

                           


      นางสาวเสาวณี  มุสิแดง  รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การบูรณาการงานด้านวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) : วทน. สัญจรสู่จังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๕ ระหว่างวันที่  26–28 มีนาคม 2555 โดยมีนายวินัย  สิทธิมณฑล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ณ โรงแรมแกรนด์ฮิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นครสวรรค์ จัดโดย สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมนี้ได้มีการแสดงนิทรรศการผลงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  คลินิกเทคโนโลยีเครือข่าย และหน่วยงานภาคเอกชน และภายหลังการประชุมฯ จะมีการสาธิตการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่อง การแปรรูปข้าว ซึ่งเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญของพื้นที่ด้วย (เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2555)


      นางสาวเสาวณี  มุสิแดง  รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า เพื่อให้มีการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปพัฒนางานจังหวัด ยกระดับความเป็นอยู่ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศให้ดีขึ้นอย่างมีคุณภาพ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการดำเนินงานดังกล่าว ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “การพัฒนาจังหวัดด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2552 ทำให้เกิดการสร้างกลไกการดำเนินงานร่วมกันระหว่างกระทรวง มหาดไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ในระยะเวลาต่อมา โดยกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านบริหารจัดการ เป็นผู้บริหารจังหวัดระดับสูง และกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้มอบหมายสถาบันการศึกษาที่เป็นคลินิกเทคโนโลยีเครือข่ายในแต่ละจังหวัด ทำหน้าที่สนับสนุนงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของจังหวัด พร้อมทั้งได้แต่งตั้งผู้แทนกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำจังหวัด ในการทำหน้าที่ประสานการดำเนินงานร่วมกับผู้บริหารวิทยาศาสตร์จังหวัระดับสูง ต่อมากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีนโยบายในการดำเนินงานศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำภูมิภาค จำนวน 8 ภูมิภาค เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการในพื้นที่จังหวัด 76 จังหวัด ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2554 ให้ดำเนินการในลักษณะนำร่อง 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 แล้วขยายผลให้ครบทั้ง 8 ภูมิภาคในโอกาสต่อไป
 

      ด้าน นางสาวคนึงนุช  พิมพ์อุบล  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า เพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือในการทำงานเชิงบูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย ในการดำเนินงาน “การพัฒนาจังหวัดด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี” ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้พัฒนาจังหวัด และยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้กับประชาชนในจังหวัด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และเกิดการสร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม


      สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการบูรณาการงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมกับจังหวัด/กลุ่มจังหวัด และท้องถิ่นในโครงการที่เป็นความต้องการของจังหวัดและท้องถิ่นที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 200 คน ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น และภาคประชาชนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประกอบด้วยจังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทั้งนี้ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จะมีการนำเสนอศักยภาพและความต้องการของจังหวัด/กลุ่มจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


      นอกจากนี้ ได้มีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยีในพื้นที่ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมฯ ได้รับทราบผลงานและเทคโนโลยีที่หน่วยงานต่างๆ ได้เผยแพร่และเกิดการประสานงานในการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปสู่ชุมชนของผู้เข้าร่วมการประชุมต่อไป


ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

ถ่ายภาพ : นายรัฐพล  หงสไกร กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

 

 

ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นประธานเปิดงานการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ

พิมพ์ PDF

 

         วันนี้ (28 มีนาคม 2555) เวลา 8.30 น. สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ผลการประเมินผลกระทบการดำเนินงานของโครงการศึกษา พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรในกระบวนการผลิตด้วยวิศวกรรมย้อยรอยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549 – 2553 โดยมี รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ดังกล่าว ณ ห้องประชุมชั้น 6 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
          รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การดำเนินโครงการศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรในกระบวนการผลิตเพื่อลดการนำเข้าด้วยวิศวกรรมย้อนรอยและพัฒนาเทคโนโลยีของไทย ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ
          นางนิตยา  พัฒนรัชต์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี กล่าวว่า โครงการศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรในกระบวนการผลิตเพื่อลดการนำเข้าด้วยวิศวกรรมย้อนรอยและพัฒนาเทคโนโลยีของไทย ตั้งแต่ปี 2547 – ปัจจุบัน ได้สนับสนุนการพัฒนาการสร้างเครื่องจักรต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมสาขาต่างๆ จำนวน 77 รายการ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาและสถาบันวิจัยในการพัฒนาการสร้างเครื่องจักรเองภายในประเทศ ในการนี้จึงได้ดำเนินการประเมินผลกระทบของโครงการฯ ดังกล่าว ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549 – 2553 โดยได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นที่ปรึกษาเพื่อประเมินผลกระทบการดำเนินงาน และสามารถนำข้อมูลจากการประเมินผลไปใช้ในการพิจารณาการดำเนินการในอนาคตได้
           ทั้งนี้การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ผลการประเมินผลกระทบการดำเนินงานของโครงการศึกษา พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรในกระบวนการผลิตด้วยวิศวกรรมย้อยรอยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549 – 2553 จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เข้าร่วมประชุมฯ และประเทศชาติต่อไป

 

เขียนข่าวโดย  : นีรนุช  ตามศักดิ์

ภาพข่าวโดย  : ศิริลักษณ์  สิกขะบูรณะ

 

 

ดร.พรชัย ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประธานเปิดงานสัมมนาเรื่อง เทคโนโลยีการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์

พิมพ์ PDF

    

       วันนี้ (27 มีนาคม 2555) เวลา 8.30 – 16.00น. ดร.พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานการเปิดงานสัมมนา “เทคโนโลยีการกำจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 เมอร์เคียว ฟอร์จูน ถนนรัชดาภิเษก
     ดร.พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศเรามีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่สูง ซึ่งในแต่ละปีประเทศไทยมีมูลค่าการผลิตและการส่งออกสูง จึงเป็นสาเหตุทำให้มีปัญหาของขยะหรือของเสียที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญคือ ต้องมีการจัดการอย่างถูกวิธีด้านการป้องกันการเกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นการจัดการขยะอย่างถูกวิธีก็สามารถที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมได้ ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ และความจำเป็นในเรื่องนี้ จึงได้มีการร่วมมือกับคณะอุตสาหกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมของสภาอุตสาหกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีการจัดสัมมนาขึ้นเพื่อที่จะได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องของการกำจัดการขยะอย่างถูกวิธี
     นายธีระพล ติรวศิน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกสั้นๆว่า E-Waste กำลังทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบแก่สิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆในระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการสนับสนุนการจัดงานสัมมนาในวันนี้ เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยจุดประกายความคิดของทุกภาคส่วนในสังคมให้มีการร่วมกันแก้ไขปัญหา E-Waste ของประเทศกันอย่างจริงจัง
      นางนิตยา พัฒนรัชต์ กล่าวว่า ปัญหา E-Waste กำลังเป็นปัญหาปัญหาสำคัญให้กับประเทศ เนื่องจากยังไม่มีการกำจัดซากขยะดังกล่าวให้ถูกตามสุขลักษณะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยต่อไปในอนาคต
      อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาที่เร่งด่วนและสมควรได้รับความร่วมมือทั้งทาง ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชนและทางภาครัฐบาล เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่อง E-Waste อย่างจริงจัง และเหมาะสมถูกต้องตามวิธีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะของประเทศเราต่อไป

เขียนข่าว   : นายเอกพงษ์ สิงหามาตร 
ถ่ายภาพ   : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ  
เผยแพร่    : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์
 

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา 24 มีนาคม ครบรอบ 33 ปี

พิมพ์ PDF

          กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวง 24 มีนาคม 2555 ครบรอบ 33 ปี เพื่อเชื่อมความสามัคคีของผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ โดยจัดให้มีการแข่งขันกีฬาระหว่างหน่วยงานในสังกัด พิธีทำบุญทางศาสนา และพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างดีเด่นของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำปี 2554 โดยมี ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธี และผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เข้าร่วมพิธี ภายในบริเวณเทคโนธานี ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

          ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา วท. เกมส์ ณ สนามกีฬาเทคโนธานี มีการแข่งขันกีฬา 13 ชนิด ได้แก่ ฟุตบอล เปตอง ปิงปอง ตะกร้อ แชร์บอล วอลเลย์บอล ปาเป้า หมากรุกไทย ฯลฯ และการแข่งขันเกมมหาสนุก 5 ชนิด อาทิ พัตกอล์ฟ ชักเย่อ โดยมีนักกีฬาและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประมาณ 1000 คน โดยจะมีพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการแข่งขันในช่วงเย็น พร้อมทั้งการประกวดร้องเพลง

          จากนั้นเวลา 10.00 น. จะมีพิธีทางศาสนาทำบุญถวายภัตตาหารเพล ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารถ่ายทอดเทคโนโลยี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ จะมีการมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างดีเด่นของ วท. ประจำปี 2554 จำนวน 25 คน

          ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเกียรติบัตรฯ ว่า ที่มาแจกรางวัลวันนี้ ผมก็เป็นคนที่รับรางวัลเหมือนคุณ และเป็นคนเดียวด้วยที่ได้ 3 รางวัล ผมได้รับรางวัลสังข์เงิน ได้รับครุฑทองคำในฐานะข้าราชการดีเด่น ได้รับพระราชทานกรมพัฒนาดีเด่นของชาติ ทุกครั้งที่ได้ผมก็รู้สึกดีใจ อย่างน้อยเราทำอะไรคนเขาเห็น อย่างน้อยสิ่งที่คุณทำมาเราเห็น ฉะนั้นในนามของกระทรวง ในนามของคนไทยในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ขอบคุณนะที่คุณทำงาน ทุ่มเท ทำประโยชน์ ก็ขอให้ทำต่อไป สำหรับท่านอื่นก็ขอให้มุ่งมั่นทำต่อไป เห็นหรือไม่เห็นคุณเป็นคนรู้ สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ค่อยพอใจสังคมไทยคือ ตายแล้วถึงมาพูดเรื่องความดี ตอนเขาอยู่ทำไมไม่รู้จักชื่นชม ผมอยากให้คนไทยเปลี่ยนสังคมยกย่องคนดี โดยเฉพาะในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ ฉะนั้นที่คุณได้รับรางวัลวันนี้ในขณะที่คุณยังมีชีวิตอยู่ คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ผมก็ภูมิใจที่ได้มอบรางวัลให้ท่าน

          ด้าน ดร. พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานฯ ว่า เพื่อเป็นสิริมงคลขององค์กร ร่วมทั้งเป็นการสร้างขวัญ กำลังใจแก่บุคลากรของกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงจัดพิธีทำบุญทางศาสนา และพิธีมอบเกียรติบัตรขึ้น เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างดีเด่น ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2554
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้มีการสถาปนาขึ้น ในสมัยนายกรัฐมนตรี พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ซึ่งคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 โดยให้มีการจัดตั้งกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน ต่อสภานิติบัญญัติ และสภามีมติรับหลักการพระราชบัญญัติดังกล่าว ต่อมาจึงมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515 (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2522 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่มที่ 96 ตอนที่ 40 วันที่ 23 มีนาคม พุทธศักราช 2522 ให้มีการจัดตั้ง “กระทรวงวิทยาศาตร์ เทคโนโลยีและการ- พลังงาน” ขึ้น และพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นุเบกษา เป็นต้นไป จึงถือได้ว่า “กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน” ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ในวันที่ 24 มีนาคม 2522
ต่อมา ได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2535 เนื่องจากรัฐบาลสมัยนั้น ได้คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม” ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2535 เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจ ต่อมาได้มีการปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัยกับสถานการณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2545 และได้เปลี่ยนชื่อจาก “กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม” เป็น “กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี” โดยได้แยกภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมออกไปเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม และภารกิจด้านพลังงานไปเป็นกระทรวงพลังงาน

 

 

กระทรวงวิทย์ฯ เปิดตัว “เครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากชีวมวล”

พิมพ์ PDF

          (23 มีนาคม 2555) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี แถลงข่าวความสำเร็จโครงการพัฒนาสร้างชุดเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตปุ๋ย ชีวภาพจากชีวมวล โดยมี นางสาวเสาวณี  มุสิแดง รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน ณ บริษัท เกษตรสิทธี จำกัด อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่

          นางสาวเสาวณี  มุสิแดง รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า โครงการพัฒนาสร้างชุดเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากชีวมวล เป็นผลงานความสำเร็จของโครงการศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักร ในกระบวนการผลิตเพื่อลดการนำเข้าด้วยวิศวกรรมย้อนรอยและพัฒนาเทคโนโลยีของ ไทย ภายใต้การดำเนินงานของสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

     

          “ประเทศไทยมีการนำเข้าเครื่องจักรจากต่าง ประเทศในมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เป็นเหตุให้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศในการซ่อมบำรุง ดังนั้นการวิจัยและพัฒนาเครื่องจักรกลด้วยวิธีวิศวกรรมย้อนรอย จึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้เพื่อทดแทนการนำเข้า ลดดุลการค้าของประเทศ และหากพัฒนาไปถึงขั้นที่สามารถผลิตออกจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ ก็จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตในการลดต้นทุนการ ผลิตอีกด้วย”นางสาวเสาวณี กล่าว
             นางนิตยา พัฒนรัชต์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี กล่าวว่า อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรกลในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะเป็นการพัฒนาชิ้นส่วนอุปกรณ์ รวมทั้งให้บริการซ่อมบำรุงเครื่องจักรกลพื้นฐานแบบแยกส่วน มากกว่าการพัฒนาสร้างเครื่องจักรกลเต็มรูปแบบ ทำให้ประเทศไทยต้องนำเข้าเครื่องมือ เครื่องจักรกลจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต ส่งผลให้ต้องจ่ายเงินจำนวนมากในการนำเข้าเครื่องจักรกลต่างๆ ดังนั้น การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างเครื่องมือ/เครื่องจักร ให้มีคุณภาพและมาตรฐานทัดเทียมต่างประเทศ จะสามารถช่วยลดปัญหาดังกล่าว

  

โครงการพัฒนาสร้างชุดเครื่องจักรสำหรับ กระบวนการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากชีวมวล เป็นผลงานที่พัฒนาสร้างโดย ศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกระบี่ ร่วมกับ บริษัท เกษตรสิทธี จำกัด ซึ่ง ชุดเครื่องจักรดังกล่าว ประกอบด้วย เครื่องจักรย่อยจำนวน 4 สถานี ได้แก่
              1.  สถานีสับย่อยวัตถุดิบ ที่สามารถสับย่อยสูงสุด 28 ตัน/วัน ใช้ระบบสายพานลำเลียงสำหรับการขนถ่ายวัตถุดิบ และใช้ระบบตะแกรงที่สามารถถอดเปลี่ยนขนาดของรูตะแกรงได้ในการคัดแยกขนาด วัตถุดิบที่ผ่านการสับย่อยแล้ว
              2.  สถานีผสมวัตถุดิบ สามารถผสมวัตถุดิบที่สับย่อยแล้วในอัตราสูงสุด 24 ตัน/วัน และมี Feed Screwสำหรับขนถ่ายวัตถุดิบที่ผ่านการผสมแล้วไปยังตำแหน่งที่ต้องการ
              3.  สถานีอบแห้งปุ๋ย สามารถอบแห้งปุ๋ยชีวภาพที่ผ่านการหมักด้วยกระบวนการทางความร้อนได้ในอัตรา สูงสุด 20 ตัน/วัน และสามารถปรับตั้งอุณหภูมิควบคุมสำหรับการอบแห้งได้หลายค่า
              4.  สถานีคัดแยกขนาดปุ๋ย สามารถคัดแยกปุ๋ยชีวภาพที่ผ่านการอบแห้งมาแล้วในอัตราสูงสุด 20 ตัน/วัน โดยใช้ระบบตะแกรง โดยมีการคัดแยกเป็น 2 ส่วน คือ การคัดแยกหยาบและการคัดแยกละเอียด

            ชุดเครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากชีวมวลทั้ง ระบบ มีราคาจำหน่ายประมาณ  15-25 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดและกำลังการผลิต ซึ่งปัจจุบันได้มีการขยายผลนำไปใช้งานโดยอยู่ระหว่างการติดตั้งใช้งาน ณ จังหวัดปัตตานี โดยเป็นชุดเครื่องจักรที่พัฒนากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 5 ตัน/ชั่วโมง หรือ 40 ตัน/วัน  (8 ชั่วโมงทำงาน/วัน)

 
หน้า 132 จาก 348
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป