กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



ก.วิทย์ฯ นำทัพลุยจีน โชว์ผลงานวิจัยและจับคู่ธุรกิจไทย-จีน

พิมพ์ PDF

อ่านเพิ่มเติม...
 

วว. จัดสัมมนาการนำเสนอผลงานวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา ภายใต้โครงการสร้างภาคีในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก ประจำปี 2558

พิมพ์ PDF

 


     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดสัมมนานำเสนอผลงานวิทยานิพนธ์นักศึกษาภายใต้โครงการสร้างภาคีในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก ประจำปี 2558 ... จัดเวทีนำเสนอผลงานวิทยานิพนธ์ แลกเปลี่ยนความรู้ ข้อคิดเห็นเชิงวิชาการ พัฒนาคุณภาพงานวิจัยของนักศึกษาในโครงการฯ หวังสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ทางสายวิทยาศาสตร์ ที่มีศักยภาพการทำงานในภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมั่นคง

 
     นางฉันทรา พูนศิริ รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า โครงการสร้างภาคีบัณฑิตในการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก ระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กับ สถาบันการศึกษา ได้ดำเนินโครงการตั้งแต่ ปี 2548 ถึงปัจจุบัน โดยกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นสมาชิกของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. ประกอบด้วย 27 มหาวิทยาลัย และร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่นๆ ทั่วประเทศ อีก 5 มหาวิทยาลัย (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์,มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี,มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์,มหาวิทยาลัยรังสิต) มีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และตรงกับความต้องการของภาคการผลิตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ด้วยการรับนักศึกษาเข้ามาทำวิทยานิพนธ์ร่วมกับนักวิชาการของ วว. ที่มีประสบการณ์ในการวิจัย ความรู้ความเชี่ยวชาญ เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำ และเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหรืออาจารย์ที่ปรึกษาร่วม จากหน่วยงานต่างๆ ของ วว. ได้แก่ ฝ่ายเทคโนโลยีการอาหาร ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร ฝ่ายเทคโนโลยีชีวภาพ ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ ฝ่ายเทคโนโลยีพลังงาน ฝ่ายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ฝ่ายวิศวกรรม และศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติวัสดุ เป็นต้น ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาแนะนำแก่นักศึกษาได้เป็นอย่างดี

 
     “...ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา โครงการ ฯ ประสบความสำเร็จด้วยดีตลอดมา ดังจะเห็นได้จากจำนวนนักศึกษาที่ร่วมโครงการฯ จำนวน 312 คน ประกอบด้วยนักศึกษาระดับปริญญาโท 273 คน และระดับปริญญาเอก 39 คน โดยมีนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท จำนวน 195 คน ปริญญาเอก 19 คน รวม 214 คน นับเป็นความสำเร็จร่วมกันระหว่าง วว. กับหน่วยงานพันธมิตรทางการศึกษา ที่ร่วมกันสร้างและผลผลิตบุคลากรรุ่นใหม่ให้นำความรู้ความสามารถมาใช้พัฒนาวงการวิทยาศาสตร์ไทย และสร้างผลผลิตและผลลัพธ์อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ เตรียมความพร้อมในการเข้าไปทำงาน และช่วยภาคอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี สานเจตนารมณ์ของโครงการฯ ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ เพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคต...” รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ วว.กล่าวเพิ่มเติม


      สำหรับกิจกรรมการนำเสนอผลงานของนักศึกษาโครงการฯประจำปี 2558 นี้ ประกอบด้วยการเสวนาเรื่อง การส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาครัฐและอุดมศึกษา ไปปฎิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม (Talent Mobility) โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรรับเชิญ ได้แก่ ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ ที่ปรึกษาโครงการ Talent Mobility ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และนายสราวุฒิ สินสำเนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อี.พี. เดคคอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมทั้งการนำเสนอผลงานของนักศึกษาในโครงการฯ จำนวน 18 เรื่อง โดยนักศึกษาจะได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน และรายงานความก้าวหน้าของวิทยานิพนธ์ แลกเปลี่ยนความรู้ ข้อคิดเห็นเชิงวิชาการกับคณาจารย์ และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพัฒนางานวิจัยให้มีคุณภาพมากขึ้น ตลอดจนแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ และในส่วนอาจารย์ที่ปรึกษาและนักวิชาการ วว. ก็จะได้มีโอกาสรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำกลับไปปรับปรุงพัฒนางานวิจัยต่อไป

 

เผยแพร่ข่าว : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

e-mail :    อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Facebook : sciencethailand

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 

 

Clipping วท ประจำวันที่ 15 กันยายน 2558

พิมพ์ PDF

 

ข่าวกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          หนังสือพิมพ์
 หน้า
                             หัวข้อข่าว
กรุงเทพธุรกิจ
1,4
โพสต์ทูเดย์
C4
ไทยโพสต์
6
โพสต์ทูเดย์
B11
ผู้จัดการรายวัน
17
โพสต์ทูเดย์
C3
ผู้จัดการรายวัน
7,8
M2F
9
คมชัดลึก
8
แนวหน้า
10
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
7
กรุงเทพธุรกิจ
9
มติชน (กรอบเช้า/บ่าย)
18

ข่าวหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          หนังสือพิมพ์
 หน้า
                             หัวข้อข่าว
ไทยรัฐ
15,1
คมชัดลึก
1,14
แนวหน้า
6
Bangkok Post
1
M2F
4
ผู้จัดการรายวัน
1
ข่าวสด
15
มติชน
6
New)108
5
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
4
กรุงเทพธุรกิจ
16,13
โพสต์ทูเดย์
A7
แนวหน้า
1,6
มติชน
1,11
โพสต์ทูเดย์
C4
กรุงเทพธุรกิจ
9
กรุงเทพธุรกิจ
9
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
23
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
11
มติชน (กรอบบ่าย)
12
คมชัดลึก (กรอบเช้า/บ่าย)
13
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
5

 

ก.วิทย์ หารือ RTI ร่วมผลักดันแผนนวัตกรรมชาติเพื่อการพัฒนา อย่างยั่งยืน

พิมพ์ PDF

 

 

        เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2558 เวลา 13.00 น. ณ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ให้การต้อนรับ Mr Galen Hatfield รองประธานด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีและการพัฒนา และ Dr Jamie Jones ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม จาก RTI International สหรัฐอเมริกา โดยทั้งสองฝ่ายร่วมหารือเกี่ยวกับความพร้อมของประเทศไทยในการผลักดันแผนนวัตกรรมชาติเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงแผนการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในระยะยาวให้สามารถเทียบเท่าระดับนานาชาติ

          ทั้งนี้ RTI International นับเป็นหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จโดยก่อตั้งขึ้นใน Research Triangle Park ซึ่งเป็นอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งแรกของโลก นอกจากนี้  ยังได้หารือในประเด็นอื่นๆ เช่น ความร่วมมือในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และเทคโนโลยีมุ่งเน้นของประเทศไทย ได้แก่ เทคโนโลยีการเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งอาจจะมีการต่อยอดความร่วมมือได้ในอนาคต

 

ข่าวโดย :  นายชาญวิทย์ ตรีเดช

นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ

สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์  2333 3921

 

 

เผยแพร่ข่าว : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

e-mail :   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Facebook : sciencethailand

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 

 

สดร. เผยหลักฐานล่าสุด ลูกไฟจากวัตถุขนาด 66 ตัน พุ่งชนบรรยากาศโลก เหนือฟ้าที่กาญจนบุรี

พิมพ์ PDF

     สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยหลักฐานล่าสุดจาก NASA ชี้ลูกไฟที่เมืองไทย 7 กันยายน เป็นวัตถุจากนอกโลก เส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 4 เมตร มวล 66 ตัน ความเร็วมากกว่า 75,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สว่างที่สุดขณะสูงจากพื้น 29.3 กิโลเมตร เป็นลูกไฟใหญ่ที่สุดที่พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกในรอบปี คาดอาจมีชิ้นส่วนเหลือตกที่กาญจนบุรี ย้ำเป็นเหตุการณ์ปกติ ที่น่าตื่นเต้นแต่ไม่ต้องตกใจ

     เหตุการณ์ลูกไฟสว่างตกจากฟ้า ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา เห็นในกรุงเทพฯ กาญจนบุรี และอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง จากหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่ประชาชนบันทึกไว้ในแต่ละพื้นที่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้วิเคราะห์และชี้แจงในเบื้องต้นว่าอาจเป็นลูกไฟ (Fireball หรือ Bolide) จากดาวเคราะห์น้อยหรือวัตถุขนาดเล็กผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลกด้วยความเร็วสูงมาก เสียดสีเกิดความร้อนจนลุกไหม้ เห็นเป็นลูกไฟ มีควันขาวเป็นทางยาว เสียงดังคล้ายระเบิด เห็นได้เป็นบริเวณกว้าง

 

     ดร.ศรัณย์  โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า สดร. ได้รับข้อมูลที่ยืนยันจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ NASA และการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเบื้องต้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว วิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นวัตถุจากนอกโลก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.5 เมตร มวลประมาณ 66 ตัน พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกด้วยความเร็วประมาณ 75,600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความสว่างที่สุดในขณะอยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 29.3 กิโลเมตร พลังงานการชนของวัตถุดังกล่าวมีค่าเทียบเท่าการระเบิดของ TNT  3.9 กิโลตัน (หรือ 1 ใน 4 ของระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา) ทิศทางการเคลื่อนที่มุ่งไปทางตะวันตก ที่มุมอะซิมุท  269.8 องศา มุมเอียงของการชนเทียบกับพื้นโลก 45.4 องศา ระบุพื้นที่ที่อาจมีอุกกาบาตตกบริเวณอุทยานแห่งชาติไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี กินพื้นที่เป็นวงกว้างเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 30 กิโลเมตร นับเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ที่สุดที่พุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลกในรอบปีที่ผ่านมา

 

     อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่ามีการพบอุกกาบาตจากวัตถุดังกล่าว สดร. ยังคงจะติดตามข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ปกติที่อธิบายได้ จากสถิติพบว่ามีอุกกาบาตตกลงมาบนโลกเป็นจำนวนมากแต่ไม่เป็นข่าวเนื่องจากส่วนมากตกในมหาสมุทรหรือบริเวณที่ไม่มีบริเวณที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย โอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินก็มีความเป็นไปได้น้อยมาก จึงเป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นแต่ไม่น่าตกใจ กรณีนี้ไม่ต่างจากที่เราเห็นดาวตกตอนกลางคืน เพียงแต่เหตุการณ์นี้เห็นได้ในแหล่งชุมชนและเกิดขึ้นในเวลากลางวันเท่านั้น

 

ผู้สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.narit.or.th หรือ facebook สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

 

ข่าวโดย : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

โทร. 053-225569 ต่อ 210 , 081-8854353 โทรสาร 053-225524

E-mail: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน      Website : www.narit.or.th

Facebook : www.facebook.com/NARITpage

Twitter : @N_Earth ,  Instagram : @NongEarthNARIT

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 

เผยแพร่ข่าว : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์

ประสานงานได้ที่ : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

e-mail :   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Facebook : sciencethailand

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 
หน้า 132 จาก 589
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป