กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



วิกฤติน้ำท่วม การจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมกับการบริหารน้ำในอนาคต

พิมพ์ PDF

 

         ดร.ปลอดประสพ  สุรัสวดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เดินทางไปปาฐกถา เรื่อง “แนวทางการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยในอนาคตตามแนวทาง กบอ.” ในโครงการสัมมนา เรื่อง “วิกฤติน้ำท่วม การจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมกับการบริหารน้ำในอนาคต”  จัดโดย คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ร่วมกับ คณะอนุกรรมาธิการศึกษางบประมาณที่เหมาะสมกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมี นายจิตติพจน์  วิริยะโรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การสัมมนา และ นายนิคม   ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 กล่าวเปิดการสัมมนาฯ ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 306-308 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2


         ดร.ปลอดประสพ  สุรัสวดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวปาฐกถาว่า ปีที่แล้วฝนมาเร็วกว่าปกติ และตกเรื่อยๆ ทำให้ดินอุ่มน้ำ และลำน้ำค่อยข้างเต็มรับน้ำไม่ได้อีก และปริมาณฝนมากกว่าปกติ 30% น้ำค่อนข้างเต็มเขื่อน ทำให้เขื่อนต้องปล่อยน้ำยอดรวม 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร และฝนตกใต้เขื่อนด้วย ทำให้เกิดน้ำท่วมทุ่ง  ไม่สามารถบังคับน้ำได้ พอน้ำมาถึงกรุงเทพฯ ซึ่งคูคลองไม่ได้มีไว้เพื่อการระบายน้ำ ประกอบกับช่วงเดือน สิงหาคม-กันยายน น้ำทะเลขึ้นสูง และเกิดปรากฏการณ์สตรอม เสิร์ช (Strom Search) หรือน้ำทะเลยกตัวสูง รัฐบาลจึงได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ. เพื่อรับผิดชอบเผชิญเหตุ  ต่อมาได้พบความเสียหาย จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้ความช่วยเหลือ และตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ หรือ กยอ. พร้อมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ" (กยน.) โดย กยน. จัดทำแผนระยะสั้นและระยะยาว  และ กบอ. ทำงานในขั้นปฏิบัติการ และมี กนอช. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานฯ เป็นพี่เลี้ยง โดย กบอ. มีหน้าที่ 1. ทำแผนปฏิบัติการ 2. มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ดำเนินการ 3. สั่งการ สามารถสั่งการข้ามกระทรวงได้ 4. กำกับติดตาม ดูแล ประเมินผลทั้งหมด นี่คือ Singer command ซึ่งใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย


         การแก้ปัญหาครั้งนี้ ใช้หลักคิด คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ  โดย ต้นน้ำ ให้ป่าทำหน้าที่ดูดซับน้ำ ป่าที่ดีต้องดูดซับน้ำได้ 50-70% เราต้องสร้างป่าที่สามารถซับน้ำได้จริงๆ และส่วนที่เป็นเขื่อนต้องตัดยอดน้ำให้ได้ 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้ระบายน้ำออกไปทำให้รับน้ำได้ 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร กลางน้ำ ทำหน้าที่พักน้ำชั่วคราว โดยใช้บึง คลอง หนอง บริเวณจังหวัดพิจิตร นครสวรรค์ อีก 5 พันล้านลูกบาศก์เมตร ถ้าจะทำให้ได้จริงต้องขุดลอกคูคลองระบายน้ำ เพื่อการระบายน้ำ มีระบบดึงและดัน ต้องดูว่าเมื่อไหร่จะปั๊มเมื่อไหร่จะดูด  พื้นที่สำคัญที่จำเป็นต้องป้องกัน เช่น พื้นที่วัด พื้นที่ทางประวัติศาสตร์ และนิคมอุตสาหกรรม ต้องสร้างเขื่อนที่เหมาะสม
        ดร.ปลอดประสพ  สุรัสวดี  กล่าวอีกว่า เงิน 3.5 แสนล้านบาท เขาแบ่งกันอย่างนี้ครับ 1 หมื่นล้านบาท เอาไว้ที่คณะกรรมการ กอน. ยังไม่ได้ใช้ สำรองไว้เพื่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เหลืออี 3.4 แสนล้านบาท อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการผม 3 แสนล้านบาท ใช้กับลุ่มน้ำหลัก คือลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งประกอบด้วย 8 ลุ่มน้ำ อีก 4 หมื่นล้านบาท ใช้กับลุ่มน้ำรอง มี 17 ลุ่มน้ำ ใน 3.4 แสนล้านบาท ใช้ไปแล้วประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท ใช้ไปกับการทำเขื่อนริมคลองหลักทั้งหมด ริมแม่น้ำหลักทั้งหมด เพื่อไม่ให้น้ำล้นออกมาจากแม่น้ำ เพราะหากน้ำเข้าไปในทุ่งจะทำให้ควบคุมไม่ได้ เป็นเรื่องแรกที่เราอนุมัติตั้งแต่วันแรกเลย ขณะนี้กำลังทำอยู่และจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ด้วย เราให้ไปที่กระทรวงคมนาคม เพราะ 70% เป็นการยกระดับถนน ใช้ถนนเป็นคันกั้นน้ำ และการขุดลอก ให้กรมเจ้าท่า เป็นคนขุดลอก แต่ก็มีปัญหาเนื่องจากกรมเจ้าท่าขุดลอกเป็นร่องน้ำ แต่เราต้องการขุดลอกเพื่อให้เกิดการระบายน้ำ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมต้องหาที่อยู่ให้น้ำ การซ่อมประตูน้ำ ระบบน้ำบ้านเราเป็นระบบการให้น้ำ จากที่ใหญ่ไปหาที่เล็ก จากแม่น้ำไปยังลำคลอง แต่เวลาน้ำท่วมระบบการระบายน้ำต้องเล็กไปหาใหญ่ จากเล็กๆ ไปเป็นแม่น้ำ ออกปากแม่น้ำเป็นทะเล เราเอาใหญ่มาหาเล็กมาใช้ในขณะที่เขาต้องเล็กมาหาใหญ่  เอาระบบชลประทานไปแก้ระบบระบายน้ำ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ให้ไปดูว่าจะทำอย่างไรให้ระบบส่งน้ำกับระบบระบายน้ำมันอยู่คู่กัน ฉะนั้นขณะนี้คือ 1. ไปปรับปรุงระบบส่งน้ำให้เป็นระบบระบายน้ำ 2. ระบบระบายน้ำถ้าไม่มีก็ให้ไปสร้าง ระบบระบายน้ำหัวใจคือ flood way หรือ flood diversion โดย flood way คือทางน้ำผ่าน อย่าไปกัน ๆ เมื่อไหร่น้ำมันท่วม flood diversion คือห้ามมาทางนี้ ไปทางอื่น คือผันไปทางตะวันตกหรือตะวันออก เพื่อให้น้ำอยู่ในลำน้ำเจ้าพระยาเท่านั้น หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือห้ามเกิน 3.5 พันล้านลูกบาศก์เมตร ก็จะเอาออกประมาณ 1.5 พันล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อไหร่ที่ประเทศไทยมี flood diversion สมบูรณ์เมื่อนั้นท่านนอนหลับ ซึ่ง flood diversion มีค่าใช้จ่ายสูงและทำอยากมาก แต่ก็ต้องทำ
         เงิน 3.5 แสนล้านบาท สิ่งที่จำเป็นต้องทำก็ได้อนุมัติไปแล้ว ที่เหลือก็ชลอให้มั่นใจจริงๆ ว่าสิ่งที่จะใช้มันเกิดประโยชน์กับประเทศในระยะยาว คำว่าเร่งด่วนมี 2 ประการ คือ ต้องเสร็จทันที กับต้องเริ่มทันที เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างเขื่อนแล้วเสร็จทันที แม่วงศ์ ต้องใช้เวลา 8 ปี สิ่งที่คณะกรรมการ กยน. คิดแผนระยะสั้น แผนระยะยาว  โดยแผนยาวมี 8 เรื่อง 1. ป่าซับน้ำ 2. ที่เก็บกักน้ำ 3. ที่พักน้ำ 4. เทคโนโลยีผังเมือง 5. การเอาน้ำออกไป 6. การเตือนภัย 7. การ reorganization กฎหมาย รวมถึงกระทรวงน้ำ
         มีหลายประเทศที่เผชิญภัยเหมือนเรา ที่เหมือนมากมี 2 แห่ง คือ 1. จีน แม่น้ำฮ่วงโห แม่น้ำแย่งซีเกียง แม่น้ำเหลือง และอเมริกา รัฐมิชชิสซิปปี้ อีกแห่งที่คล้ายของเราแต่คนเขาไม่ได้อยู่ คือปากแม่น้ำโขง ประเทศเวียดนาม ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้เกณฑ์ไว้ว่า มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม อะไรที่อยู่ต้นน้ำ มิถุนายน ต้องเสร็จ ฝนเริ่มตกแล้ว อะไรที่อยู่กลางน้ำ กรกฎาคม ต้องเสร็จ อะไรที่อยู่ปลายน้ำซึ่งเป็นเรื่องของการระบายน้ำ สิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่ถ้ามีปัญหาน้ำจะมาถึง ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงาน เราก็แก้ด้วย Singer command และจะติด CCTV และเซ็นเซอร์ทั้งหมดในพื้นที่สำคัญ ทำให้เราล่วงรู้พฤติกรรมของน้ำได้ทั้งหมด จะได้สั่งการได้ และทุกคนจะใช้ข้อมูลเดียวกันซึ่งจะเสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้
        ด้าน นายจิตติพจน์  วิริยะโรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนาฯ ว่า  เพื่อระดมความคิดและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและการใช้งบประมาณที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต ตลอดจนเพื่อให้นำองค์ความรู้และประสบการณ์มาใช้วิเคราะห์แนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ  และสร้างภาพจำลองในการบริหารจัดการงบประมาณที่เหมาะสมกับการบริหารน้ำในอนาคต  โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา คณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาที่เกี่ยวข้อง กระทรวงอุตสาหกรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคอุตสาหกรรม ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนผู้สนใจ จำนวน 200 คน

 
ผู้เขียนข่าว/ถ่ายภาพ : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

 

 

การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ Robot Desing Contest 2012

พิมพ์ PDF

Robot Desing Contest 2012
การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์

          ปัจจุบันหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้เข้ามามีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม และมีความสำคัญในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์ ทั้งทางด้านการแพทย์และสุขภาพ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยการศึกษา และความบันเทิง สำหรับประเทศไทยได้มีการนำเข้าหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ จากต่างประเทศเพื่อประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ เป็นจำนวนมาก และเพื่อรองรับความต้องการที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทย จึงจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาหุ่นยนต์และผลักดันอย่างจริงจัง เพื่อก้าวไปสู่การผลิตหุ่นยนต์ในเชิงพาณิชย์

          จากความสำเร็จในเวทีแข่งขันระดับนานาชาติ ทำให้ศักยภาพความสามารถของเยาวชนไทยเป็นที่ยอมรับอย่างมาก สร้างกระแสตื่นตัว และสนใจเทคโนโลยีหุ่นยนต์ เป็นวงกว้างขวางขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญที่จะต้องผลักดันให้เยาวชนไทย หันมาสนใจศึกษาอย่างจริงจังด้วยการจัดกิจกรรมสนับสนุน และส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ เช่น การแข่งขันหุ่นยนต์ การประกวดหุ่นยนต์ ค่ายหุ่นยนต์ เป็นต้น ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เห็นถึงความสำคัญที่ต้องมีหน่วยงานสนับสนุนการพัฒนากำลังคนทางด้านนี้ ประกอบกับ ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ IDC Robocon 2007 เปรียบเป็นเวทีระดับนานาชาติที่จำลองสนามซ้อมนอกห้องเรียนให้กับเยาวชนไทยและด้วยรูปแบบโดดเด่นแตกต่างจากการแข่งขันรายการอื่นๆ คือ การคละทีมแข่งขันแบบต่างสถาบัน นักศึกษาต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะตัวในการทำงานร่วมกับเพื่อนนักศึกษาต่างชาติ ได้เรียนรู้เทคนิคและทักษะการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และเรียนรู้เทคโนโลยี จากสถาบันชั้นนำของประเทศต่างๆ

          เพื่อคัดเลือกเยาวชนไทยเข้าแข่งขันเวทีระดับนานาชาติ IDC Robocon ในปีถัดมา จึงได้จัดให้มีโครงการแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย (Robot Design Contest, RDC) ขึ้นในรูปแบบเดียวกับการแข่งขันระดับนานาชาติ ปัจจุบันมีการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และส่งนักศึกษาไทยเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ IDC Robocon ที่มีประเทศเข้าร่วมคือ บราซิล สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ ไทย และโมร็อกโก

ปีที่ผ่านมา โครงการแข่งขันหุ่นยนต์ RDC ได้ร่วมมือกับเครือข่ายสถาบันการศึกษาภูมิภาค คือ

  • ภาคเหนือ - มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ภาคกลางและภาคตะวันตก - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และ
  • ภาคใต้ - มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

          ในการจัด “การแข่งขันหุ่นยนต์ RDC ระดับภูมิภาค” เพื่อขยายเปิดกว้างรับเยาวชนในภูมิภาคทั้งระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาได้มีส่วนร่วม ทำให้นักศึกษาที่มีศักยภาพความสามารถได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะ และความคิดในเวทีระดับภูมิภาค จนถึงระดับนานาชาติ โดยตั้งเป้าหมายของโครงการฯ คือ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ จะนำประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาเพิ่มทักษะความรู้นำไปออกแบบพัฒนาหุ่นยนต์เข้าแข่งขันในเวทีต่างๆ และก้าวไปสู่การต่อยอดโครงการวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบทางการศึกษาและเชิงพาณิชย์สำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการ

วัตถุประสงค์ของโครงการฯ
1. สร้างบุคลากรภาคการศึกษาทางด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ อย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การแพทย์ การทหาร และบริการ
2. สนับสนุนและให้โอกาสเยาวชนในภูมิภาคได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม และได้รับการพัฒนาความรู้ทักษะในเวทีระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และ ระดับนานาชาติ
3. สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ด้านการพัฒนาเยาวชนในระดับภาค และระดับประเทศ อย่างเป็นระบบ
4. เผยแพร่กิจกรรมการแข่งขันให้กับเยาวชน และประชาชน เพื่อโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา และนวัตกรรม ด้านหุ่นยนต์กับโจทย์บนแนวคิดที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

 

การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ ในปีนี้และปีที่ผ่านมา

 

 

แอพพลิเคชั่นบนมือถือ "ฟลัด ไซน์" (FloodSign)

พิมพ์ PDF

         Flood Sign Application เครื่องมือช่วยเก็บข้อมูลระดับน้ำท่วมสูงสุดในปี ๒๕๕๔ โดยให้ประชาชนช่วยเก็บรวบรวมและรายงาน(Crowd Sourcing) ข้อมูลระดับคราบน้ำท่วมสูงสุดในแต่ละพื้นที่ผ่าน Mobile Application และยังใช้เป็นเครื่องมือในการรายงานระดับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยนักวิจัยจากเนคเทคบอกว่าข้อมูลเหล่านี้คือประวัติศาสตร์ ที่จะต้องเก็บไว้สำหรับการหาวิธีการแก้ไขและป้องกันภัยในอนาคต ปัจจุบันพัฒนาบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ สามารถโหลดไปใช้ได้ฟรีที่แอนดรอยด์มาร์เก็ต

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : http://thaimet.hpcc.nectec.or.th/ushahidi/main

ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันได้ที่ https://play.google.com/store/apps

 

 

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ในฐานะประธาน กบอ. ให้สัมภาษณ์ในรายการรอบรู้สู้ภัย (พิบัติ)

พิมพ์ PDF

 

     วันนี้ (11 พฤษภาคม 2555) เวลา 15.30 น. ณ ตึกแดง ทำเนียบรัฐบาล ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ให้สัมภาษณ์ในรายการรอบรู้สู้ภัย (พิบัติ)  เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีเตือนภัยและรับมืออุทกภัย เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยจะออกอากาศผ่านสถานีโทรทัศน์ RSU WISDOM TV – ขุมพลังแห่งปัญญา ทางช่อง 47 ปลายเดือนพฤษภาคมนี้

 

ข่าวโดย : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

เผยแพร่โดย : นีรนุช  ตามศักดิ์
ถ่ายภาพ : นายองอาจ ทองเปลี่ยน
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

การฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนาภาวะผู้นำด้านการสอนงานและการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างมีประสิทธิภาพ

พิมพ์ PDF
   
   
   

     

     นางสาวเสาวณี มุสิแดง รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร การพัฒนาภาวะผู้นำด้านการสอนงานและการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างมีประสิทธิภาพ วันที่ 11 และ 15 พฤษภาคม 2555 เวลา 09.00 - 17.00 น. ณ ศูนย์ฝึกอบรมและเรียนรู้ ชั้น 6 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

     นางสาวเสาวณี มุสิแดง รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า การพัฒนาภาวะผู้นำด้านการสอนงานและการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องไม่ง่าย เพราะเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน เนื่องจากมนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในองค์กร ผู้บังคับบัญชาต้องมีความรู้ ความสามารถในการเป็นผู้นำ และเป็นที่พึ่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ นอกจากนี้ ผู้บังคับบัญชายังต้องมีความยุติธรรม เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข่าวโดย : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

เผยแพร่ข่าวโดย : นีรนุช  ตามศักดิ์
ถ่ายภาพ : นายองอาจ ทองเปลี่ยน
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 
หน้า 132 จาก 351
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป