กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



Clipping วท ประจำวันที่ 28 สิงหาคม 2558

พิมพ์ PDF

 

ข่าวกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          หนังสือพิมพ์
 หน้า
                             หัวข้อข่าว
มติชนสุดสัปดาห์
12
สยามดารา
6
สยามรัฐ
4
เนชั่นสุดสัปดาห์
8,9
ไทยรัฐ (กรอบเช้า/บ่าย)
8
คมชัดลึก
1,4
มติชนสุดสัปดาห์
7
คมชัดลึก (กรอบบ่าย)
2

ข่าวหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          หนังสือพิมพ์
 หน้า
                             หัวข้อข่าว
กรุงเทพธุรกิจ
11
โพสต์ทูเดย์
C3
ไทยโพสต์
8
กรุงเทพธุรกิจ
7
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
23
ไทยรัฐ (กรอบบ่าย)
1,19
มติชน (กรอบบ่าย)
10
ไทยรัฐ
15
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
23
คมชัดลึก (กรอบบ่าย)
9
มติชนสุดสัปดาห์
7
บ้านเมือง
8
มติชนสุดสัปดาห์
116
มติชน (กรอบเช้า/บ่าย)
24
ข่าวสด (กรอบเช้า/บ่าย)
19

 

“พิเชฐ”ลงพื้นที่ชุมชนนครป่าหมาก พิษณุโลก ยกเป็นพื้นที่ต้นแบบหลังใช้ วทน. บริหารจัดการน้ำ พ้นปัญหานาท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก

พิมพ์ PDF


    วันที่  27 สิงหาคม 2558  ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  พร้อมด้วยคณะฯ เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ดำเนินงานบริหารจัดการน้ำชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ ชุมชนนครป่าหมาก ต.นครป่าหมาก อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. ได้สนับสนุนเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น แผนที่ภาพถ่ายจากดาวเทียม GPS สถานีโทรมาตรอัตโนมัติ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับชุมชนแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่จนประสบความสำเร็จ  โดยมี นายวิทูรัช ศรีนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นายบุญเลิศ  แก้วสระแสน ปลัดอำเภอบางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก นายยุทธนา พินิจ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครป่านหมาก รักษาราชการแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนครป่าหมาก นายธนากร ทองประไพ ประธานกลุ่มบริหารจัดการน้ำชุมชนนครป่าหมาก  และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ

      ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ในปี 2555 กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สสนก. และ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA)  ได้เริ่มเข้ามาสนับสนุนชุมชนนครป่าหมากวางแผนรับมือน้ำท่วม โดยนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น การใช้ GPS เก็บข้อมูลแหล่งน้ำและโครงสร้างทางชลศาสตร์ แสดงตำแหน่งบนแผนที่ จัดทำผังน้ำตำบลติดตามข้อมูลสภาพอากาศ และระดับน้ำจากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ และติดตั้งไม้วัดระดับน้ำ เพื่อประกอบการวางแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วม  และได้ร่วมกับชุมชนดำเนินการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมซ้ำซากได้สำเร็จ และสามารถเป็นต้นแบบขยายผลไปยังพื้นที่ข้างเคียงได้





     ดร.พิเชฐ กล่าวอีกว่า ความร่วมมือในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สังคมไทยจะต้องพยายามทำให้เกิดมากขึ้น และหากสามารถใช้ต้นแบบนี้ ขยายผลไปในส่วนอื่นๆ ประเทศไทยก็จะมีความเข้มแข็ง และยั่งยืน เพราะชาวบ้านสามารถบริหารจัดการเองหลังจากที่ได้ความรู้แล้ว กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มี 14 หน่วยงาน ที่พร้อมให้การสนับสนุนชุมชนได้ อาทิ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) มีเรื่องปุ๋ยอินทรีย์  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีพันธุ์ข้าวทนน้ำท่วม สามารถนำมาทดลองปลูกได้ และ สทอภ. มีภาพถ่ายดาวเทียม การจะทำการเกษตรต้องคิดล่วงหน้าว่าเราจะทำอะไร  การแปรรูปทางการเกษตร จะทำให้เพิ่มมูลค่าผลผลิตได้ 5-6 เท่า และขอฝากให้ประชาชนได้สนใจว่า เกษตรกรรุ่นใหม่ ทำอย่างไรที่จะดึงเขากลับมาได้ รัฐบาลยินดีสนับสนุนชุมชนคนรุ่นใหม่ จะได้ช่วยพัฒนาประเทศในโอกาสต่อไปได้ 







       นายธนากร ทองประไพ ประธานกลุ่มบริหารจัดการน้ำชุมชนนครป่าหมาก กล่าวว่า เดิมชุมชนนครป่าหมาก ประสบปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม ในช่วงฤดูฝน แม่น้ำวังทอง คลองโกรงเกรงใหญ่ และคลองโกรงเกรงเล็กที่ไหลผ่านตำบล มีปริมาณน้ำมาก น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในหลายหมู่บ้าน แต่ในช่วงฤดูแล้ง มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการทำเกษตร เนื่องจากโครงสร้างสำหรับกักเก็บและระบายน้ำเดิมไม่สามารถใช้การได้ แหล่งน้ำเดิมขาดการฟื้นฟู อีกทั้งยังไม่มีการแผนบริหารจัดการน้ำ ทำให้ประสบปัญหาดังกล่าวเรื่อยมา  จนกระทั่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาให้การสนับสนุนทั้งด้านเครื่องมือ องค์ความรู้ และร่วมกันดำเนินการจนสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ได้สำเร็จ  

  จากนั้น ดร.พิเชฐ และคณะฯ ได้เดินทางลงพื้นที่ เพื่อดูผลการดำเนินงานฟื้นฟูแหล่งน้ำและโครงสร้างบังคับน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง โดยความร่วมมือของ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สสนก.  กองทัพบก JICA อบต.นครป่าหมาก และภาคประชาชน เช่น งานขุดลอกบึงสลุ คลองโกรงเกรง คลองอินทนินทร์ ปรับปรุงประตูระบายน้ำสามเรือน เป็นต้น สามารถเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำได้กว่า 1.28 ล้านลูกบาศก์เมตร  

      ต่อมา เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บ้านบางกะน้อย หมู่ที่ 2 ต.นครป่าหมาก ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำเกษตรให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจ รวมถึงเยี่ยมชมแปลงทฤษฎีใหม่ ที่ชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนแนวคิดจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรผสมผสาน และปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสภาวะน้ำท่วมน้ำแล้ง สุดท้ายได้เยี่ยมชมการดำเนินงานพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงตะเคียน ซึ่งดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำ


ประสานงานได้ที่ : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เผยแพร่ข่าว : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

 

 

Clipping วท ประจำวันที่ 27 สิงหาคม2558

พิมพ์ PDF

 

ข่าวกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          หนังสือพิมพ์
 หน้า
                             หัวข้อข่าว
มติชน
10
เดลินิวส์
13
มติชน (กรอบเช้า/บ่าย)
4
ข่าวสด (กรอบเช้า/บ่าย)
4
มติชน (กรอบบ่าย)
10
มติชน
20
ประชาติธุรกิจ
32,28
โพสต์ทูเดย์
C1
ผู้จัดการรายวัน
7
ฐานเศรษฐกิจ
1,12
คมชัดลึก
2
ผู้จัดการรายวัน
1,2
ไทยรัฐ (กรอบเช้า/บ่าย)
4
คมชัดลึก (กรอบบ่าย)
1,14
มติชน (กรอบบ่าย)
1,13,14
ไทยรัฐ (กรอบบ่าย)
1,15,16,19
มติชน (กรอบบ่าย)
1,6
ไทยรัฐ
35

ข่าวหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          หนังสือพิมพ์
 หน้า
                             หัวข้อข่าว
ประชาชาติธุรกิจ
29
The Nation
1B,4B
กรุงเทพธุรกิจ
7
ไทยรัฐ
1,12
กรุงเทพธุรกิจ
8
ฐานเศรษฐกิจ
39
กรุงเทพธุรกิจ
2
กรุงเทพธุรกิจ
9
Bangkok Post
B3
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
23
เดลินิวส์ (กรอบเช้า/บ่าย)
26
มติชน
10
คมชัดลึก (กรอบเช้า/บ่าย)
13
ประชาชาติธุรกิจ
6
มติชน (กรอบเช้า/บ่าย)
24
ประชาชาติธุรกิจ
36

 

“พิเชฐ” เชื่อระบบขนส่งทางราง เปลี่ยนประเทศไทยให้มีรายได้สูง เผย รัฐบาลหนุน “พิษณุโลก” เป็นฮับการคมนาคมขนส่ง

พิมพ์ PDF

  


 

       เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการด้านระบบขนส่งทางรางของประเทศไทยครั้งที่ 2 ประจำปี 2558 ภายใต้แนวคิด วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาระบบขนส่งทางราง  ณ โรงแรมท็อปแลนด์ จ.พิษณุโลก โดยมี  สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง (THAIST) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สถานวิจัยด้านความเป็นเลิศ ด้านนวัตกรรมถนนและระบบราง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเจ้าภาพหลัก มีผู้เข้าร่วมประชุมราว 200 คน 




     ดร.พิเชฐ กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับระบบทั้งส่วนที่เป็นระบบราง รถไฟรางคู่ การปรับปรุงเส้นทางต่างๆ ไปจนถึงอนาคตระบบรางที่ทันสมัย และมีความเร็วที่สูงขึ้น ในส่วนของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้จับมือผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยกว่า 10 แห่ง และ สภาอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมบุคลากรที่จะมารองรับระบบราง ทั้งวิศวกร ช่างเทคนิค ผู้ที่จะประกอบการเดินรถ และประกอบการซ่อมบำรุงรถไฟในอนาคต




      รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า  ผลกระทบกับเส้นทางที่ระบบรางเดินผ่านคือ  ความเจริญที่จะเกิดขึ้น แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการก่อสร้างที่ต้องคู่ขนานไปในการกระจายความเจริญ ลดความแออัดในชุมชนเมือง เพื่อให้คนคืนกลับถิ่น ซึ่งแน่นอนว่า บริบทแวดล้อมต้องดี เช่น มีโรงพยาบาล  สถานศึกษาที่ดี อยู่ในแนวสองข้างทางที่ระบบรางผ่าน กระจายทั่วประเทศ  ถึงวันนั้นเราก็จะได้เห็นความเจริญที่เป็นรูปธรรม การจะให้คนคืนถิ่นก็จะง่าย




     “พิษณุโลกจะกลายเป็น ฮับแห่งการคมนาคมขนส่ง เชียงใหม่จะกลายเป็น ฮับการท่องเที่ยว หรือจะเป็นฮับของอะไรก็แล้วแต่ สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วประเทศที่มีระบบรางจะพาดผ่าน” ดร.พิเชฐ กล่าว 
    ดร.พิเชฐ กล่าวด้วยว่า การพัฒนาบุคลากรและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่องการสร้างอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวางรากฐานหรือสร้างระบบรางนี้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลพิจารณาแล้ว และพยายามทำให้เอกชนของไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งจากประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย และชาติอื่นๆ ที่จะตามมา 




  “จำได้ว่าเมื่อ 3-4ปีที่แล้ว ไม่มีมหาวิทยาลัยไหนเลยในประเทศไทย ที่มีหลักสูตรเรื่องระบบราง วันนี้อย่างน้อยมี 10 มหาวิทยาลัย ที่เข้ามามีส่วนร่วมซึ่งสัญญาณเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ดี เราควรพยายามประคับประคองให้มีความเข็มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ ทำการเชื่อมโยง มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ  และเราหวังว่าเราจะได้ระบบรางที่เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้ในที่สุด

ประสานงานได้ที่ : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เผยแพร่ข่าว : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
 
 

วว. พัฒนางานวิจัยเพื่อสุขภาพ การแพทย์ สังคมผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส เสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจประเทศ

พิมพ์ PDF

           กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พัฒนางานวิจัยเพื่อสุขภาพ การแพทย์ สังคมผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส หลากหลายสาขา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน  ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ  ตอบโจทย์ความต้องการใช้เทคโนโลยีคุณภาพมาตรฐานสากล  เสริมความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจของประเทศ

      นางฉันทรา  พูนศิริ  รองผู้ว่าการวิจัยและพัฒนาด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ   เปิดเผยว่า  วว. มุ่งวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมทางการแพทย์หลากหลายรูปแบบ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย และช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีการแพทย์จากต่างประเทศ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของประเทศ ดังนี้ 


         นวัตกรรมการแพทย์  ได้แก่ 
เฝือกอ่อนย่อยสลายได้  ใช้ดามกระดูกหรือข้อ เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวหรือจัดอวัยวะที่บาดเจ็บให้อยู่ในท่าที่ต้องการ คืนรูปร่างต้นแบบได้ มีลักษณะอ่อนตัวสามารถดัดแปลงเป็นรูปต่างๆได้ที่อุณหภูมิต่ำ 65-70 องศาเซลเซียส และยังคงสภาพหลังการดัดตลอดช่วงการใช้งาน

         เครื่องอัลตราโซนิกส์กายภาพบำบัด  มีความถี่สูงประมาณ 1 ล้านเฮิร์ต ทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี  เหมาะสำหรับการบำบัดกล้ามเนื้อต่างๆ ของร่างกาย

          เครื่อง CPM เข่าสำหรับกายภาพบำบัด   ช่วยการเคลื่อนไหวข้อเข่าอย่างต่อเนื่องหลังการผ่าตัด ลดระยะเวลาในการพักฟื้น และเวลาการทำกายภาพบำบัด

         เครื่องดึงหลัง-คออัตโนมัติ   ใช้บำบัดรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูกสันหลัง ข้อต่อหลัง กล้ามเนื้อหลังและกระดูกสันหลัง   ลดการกดทับเส้นประสาทหรือเพิ่มการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง

        รถนั่งเคลื่อนที่อเนกประสงค์  อำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ/ผู้บกพร่องทางร่างกาย  ในการบริหารร่างกาย กายภาพบำบัด  ลุกยืน ระบบขับถ่าย ควบคุมการเคลื่อนที่ ระบบเบรค  ระบบไฟส่องสว่าง

          กาวติดฟันปลอม    มีลักษณะเป็นเนื้อครีม ใช้งานง่าย ยึดติดทั้งในสภาวะเย็นและร้อน (37°C และ 60°C)

       ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรเพื่อสุขภาพ   ได้แก่  ผลิตภัณฑ์บำรุงสมองและเสริมสร้างความจำป้องกันโรคอัลไซเมอร์จากสารสกัดผักใบเขียวผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลเพื่อความผ่อนคลายจากสารสกัดพืชวงศ์กระเพรา    ผลิตภัณฑ์ปรับสมดุลและควบคุมความดันโลหิตสูงจากสารสกัดพืชวงศ์เปล้าและผักบุ้ง  ผลิตภัณฑ์ป้องกันแผลในกระเพาะอาหารจากสารสกัดกล้วยและขิง      ผลิตภัณฑ์ยาทาภายนอกแก้ฟกบวมจากไพล     ผลิตภัณฑ์ทาภายนอกไพลเจอร์สิกเจลต้านการอักเสบลดการบวมของข้อเข่า    เจลสูตรลูกประคบ   ผงสมุนไพร..อบตัว และผลิตภัณฑ์รักษาโรคริดสีดวงทวารจากเพชรสังฆาต 

         ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคสำหรับผู้สูงอายุ   ประกอบด้วย  ผลิตภัณฑ์อาหารมื้อหลัก  อาหารว่าง  และเครื่องดื่ม มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่สะดวกต่อการบริโภค   เหมาะกับ 5 โรคฮิตที่พบในผู้สูงอายุ   ได้แก่  ภาวะโรคเบาหวาน  ภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด  ภาวะโรคข้อ (เกาต์)  ภาวะโรคกระดูกพรุน  ภาวะโรคสมองและระบบประสาท ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคสำหรับผู้สูงอายุ จะช่วยชะลอและป้องกันภาวะเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆของผู้สูงอายุ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในการรักษาพยาบาลและดูแลได้อย่างเป็นรูปธรรม  ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร จากการนำวัตถุดิบในประเทศมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่เหมาะสมกับโรคต่างๆ เพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคไปยังตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

ที่มาของข้อมูลและผู้ส่งข่าว :  วว. โทร. 0 2577 9300 ได้ที่ Call center E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

เผยแพร่ข่าว : นางสาวนีรนุช  ตามศักดิ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834

e-mail :         อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

Facebook : sciencethailand

Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

 

www.tistr.or.th  

 
หน้า 132 จาก 580
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป