กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดพิธีถวายพานพุ่มและราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พิมพ์ PDF

                               ดร. วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ของกระทรวง

วิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมถวายพานพุ่ม และถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลปัจจุบัน พระบิดาแห่งเทคโนโลยี
ของไทย
เนื่องในวันเทคโนโลยีของไทย ประจำปี 2553 ในวันที่ 19 ตุลาคม 2553 ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

                    คณะรัฐมนตรีได้ลงมติเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2543 โดยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติเห็นควรเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
รัชกาลปัจจุบัน
ในฐานะที่ทรงเป็น
พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย
เพื่อเป็นการแสดงความจกรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อ
พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด โดยทรงศึกษา ค้นคว้า วิจัย และทรงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งตนเองได้ จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายโครงการการ อาทิ โครงการหลวง โครงการน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทน โครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก เป็นต้น

                    และกำหนดให้ วันที่ 19 ตุลาคมของทุกปี เป็น วันเทคโนโลยีของไทย เนื่องจาก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2515 พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัวฯ
ได้ทรงอำนวยการสาธิตฝนเทียมสูตรใหม่ครั้งแรกของโลกด้วยพระองค์เอง ณ เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และทรงพระปรีชาสามารถกำหนดให้ฝนตกตรง
เป้าหมายท่ามกลางสายตาของคณะผู้แทนของรัฐบาลจากต่างประเทศ ข้าราชการและพสกนิกรชาวไทย ที่เข้าชมการสาธิตเป็นครั้งแรก ต่างพากันชื่นชม
ยินดีในพระอัจฉริยภาพการสาธิตฝนเทียมครั้งนั้น ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดเทคโนโลยีฝนหลวงที่พัฒนาเป็นการทำฝนเทียมมาถึงปัจจุบัน

                     ในการนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดงานเทิดพระเกียรติ พระบิดาแห่งเทคโนโลยี
ของไทย
และ วันเทคโนโลยีของไทย โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในวันที่ 19 ตุลาคมของทุกปี  

                 

 ภาพโดย : ชัชวาลย์ โบสุวรรณ

 

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมงาน “TechnoMart InnoMart 2010” ที่กระทรวงวิทย์ฯ นำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรร

พิมพ์ PDF

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ประจำปี 2553 หรือ “TechnoMart InnoMart 2010” โดยมี นายวีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวง นางสาวเสาวณี มุสิแดง รองปลัดกระทรวง และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงวิทย์ฯ ให้การต้อนรับ ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไป เข้าชมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ด้วยฝีมือคนไทย และเปิดเวทีให้กับเยาวชน นักเรียน ประชาชน และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ร่วมประกวดผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้วยกิจกรรมสัมมนาหลากหลาย อาทิ ปาฐกถาพิเศษ  “นวัตกรรม อมตะ”  โดยนายวิกรม  กรมดิษฐ์  สัมมนาเทคโนโลยีวิศวกรรมย้อนรอย  และการอบรมฝึกอาชีพหลายสาขา  งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 20 ตุลาคม 2553 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี (เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2553)

                ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวถึงการจัดงานในปีนี้ว่า  “ปีนี้ฉลองครบ 10 ปี งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย และเพื่อเป็นการร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย โดยได้จัดโซนการแสดงผลงานพระอัจฉริยะภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม บริเวณนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ Royal Pavilion  โดยในโซนนี้ประกอบด้วยนิทรรศการ 3 ส่วน ได้แก่ จากฟากฟ้า   โดยผู้ที่มาร่วมชมงานจะได้มีโอกาสลงนามถวายพระพรออนไลน์บนจอคอมพิวเตอร์ โซนสู่น้ำ ที่จะนำเสนอโครงการหญ้าแฝก โดยการนำต้นหญ้าแฝกของจริงมาจำลองให้เห็น โครงการฝนหลวง ไปจนถึงโครงการแก้มลิง และโซนสู่ดิน นำเสนอโครงการแกล้งดิน แสดงให้เห็นถึงการเล่าเรื่องราวของโครงการ  อีกทั้งนำเสนอโครงการเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย
                 “งานดังกล่าว นอกจากจัดขึ้นเพื่อผู้ประกอบการทั่วไปแล้ว กระทรวงฯ ยังได้จัดกิจกรรมการประกวด แข่งขัน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม อีก 5 กิจกรรม การประกวด “รางวัลเทคโนโลยีเครื่องจักรกลยอดเยี่ยม ประจำปี 2553” /การประกวด "ผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางการเกษตรดีเด่น" / การประกวด "เทคโนโลยีด้านการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม" /  การประกวด “ออกแบบเชิงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ลดโลกร้อน” และการแข่งขัน Robot กู้ระเบิด เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน  นักศึกษา ประชาชนไทย และผู้ประกอบการ จากทุกภาคส่วนของประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วมแสดงความสามารถเชิงสร้างสรรค์ ในการพัฒนาศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม  ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ ชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างอาชีพ  สร้างรายได้ และช่วยลดการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ” 

               สำหรับ เทคโนโลยีที่น่าสนใจที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาต่างๆ  นำผลงานมาจัดแสดง กว่า 400 ชิ้นงาน  โดยมี ไฮไลท์ที่น่าสนใจ ได้แก่  อากาศยานไร้คนขับ เอนกประสงค์ ซึ่งได้บินโชว์พร้อมถ่ายทอดสดพิธีเปิดงาน และบรรยากาศงาน (Sky Report) /   ขลุ่ยไทยแนวใหม่มาตรฐานสากล นวัตกรรมไม้ผสมพลาสติก ซึ่งจะมีการโชว์และสอนเป่าขลุ่ย พร้อมแจกฟรีโดย อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี / เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร / เครื่องชงกาแฟระบบดิจิตอล ฝีมือคนไทย แต่คุณภาพระดับโลก  / หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย มีไว้เมื่อยาม (รปภ.) ฉุกเฉิน รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน คันแรกของประเทศไทยที่ชนะการประกวดระดับนานาชาติ และ “รถตัดอ้อย” ผลงานรางวัลสุดยอดเทคโนโลยีเครื่องจักรกลยอดเยี่ยม ประจำปี 2553 เป็นต้น  

                 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ได้เยี่ยมชม นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ Royal Pavilion บูธกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และผลงานรางวัลเทคโนโลยีเครื่องจักรกลยอดเยี่ยมประจำปี 2553 สุดยอดเทคโนโลยีเครื่องจักรกลยอดเยี่ยมและรางวัลที่ 1 รถตัดอ้อยเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว บริษัท พัฒนกิจบ้านโป่ง จำกัด  อากาศยานไร้คนขับ เอนกประสงค์  รถพลังงานไฮโดรเจน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร  และเครื่องชงกาแฟฝีมือคนไทย เป็นต้น
                 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมงาน “TechnoMart InnoMart 2010”  ได้ที่ www.most.go.th/technomart2010

 

 

ภาพโดย : ชัชวาลย์ โบสุวรรณ


 

 

รมว.วท. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยประจำปี 2553”

พิมพ์ PDF

 

 

ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธานเปิดงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยประจำปี 2553เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจากการที่ทรงมีพระอัฉริยภาพและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมจัดแสดงผลงานที่สร้างสรรค์ด้วยฝีมือคนไทย เปิดสนามประลองไอเดียให้ประชาชน นักเรียน ประชาชน และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ร่วมประกวดผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมต่อยอดองค์ความรู้ด้วยกิจกรรมสัมมนาหลากหลาย และการอบรมฝึกอาชีพหลายสาขา จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16-20 ตุลาคม 2553 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ดร.พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ และนางสาวเสาวณี มุสิแดง รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางนันทวรรณ ชื่นศิริ ผู้ตรวจราชการ และผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2553

 

               

                ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การจัดงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเทิดพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากการที่ทรงมีพระอัฉริยภาพและพระปรีชาสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ โดยทรงนำองค์ความรู้และผลงานที่เกิดขึ้นจากการวิจัยทดลองของพระองค์ท่านทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้เพื่อการบำบัดความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน สร้างประโยชน์สุขให้แก่อาณาประชาราษฎร์อนุรักษ์และฟื้นฟูผืนน้ำ ผืนแผ่นดินไทยและพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านเป็นพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย และพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย

 

               

                อีกทั้งการจัดงานวันเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยในวันนี้ยังเป็นปีที่ครบรอบ 1 ทศวรรษของการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับการทูลเกล้าฯ เทิดพระเกียรติในฐานะพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย ดังนั้น เพื่อเป็นการเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณและกระตุ้นให้คนไทยได้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ตลอดจนได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ก้าวหน้าอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงได้มีการจัดให้มีกิจกรรมการประกวดผลงานทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในสาขาต่างๆ กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ขึ้นเป็นครั้งแรกและจัดให้มีกิจกรรมการสัมมนาและฝึกอบรมทางวิชาการ รวมทั้งได้ร่วมกับสมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทยประพันธ์บทเพลงเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้น

 

 

คนไทยในวันนี้มีศักยภาพและความสามารถด้านการประดิษฐ์ คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีไม่แพ้ชาติใดในโลกหากทุกภาคส่วนของสังคมไทยได้ร่วมกันส่งเสริม ผลักดันเปิดโอกาสและเปิดเวทีให้คนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้แสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์และมีโอกาสนำผลงานมาจัดแสดง เพื่อเป็นแบบอย่างและจุดประกายความคิดให้แก่เด็ก เยาวชน ผู้ประกอบการ และสังคมไทยในวงกว้างแล้ว ผมมีความเชื่อมั่นว่าศักยภาพความคิด และผลงานของคนไทยที่มีอยู่จะเป็นพลังสำคัญในการกระตุ้น ส่งเสริม และผลักดันให้เกิดการวิจัยพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี  และนวัตกรรมของคนไทย ของผู้ประกอบการไทยให้สามารถก้าวไปสู่การแข่งขันในระดับสากลนานาประเทศ 

   

 

                ผมมีความยินดีที่ได้มาเห็นผลงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เกิดจากฝีมือคนไทยอันเป็นที่น่าภาคภูมิใจยิ่งในวันนี้และขอแสดงความชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นักเทคโนโลยีและนวัตกรทุกคน ที่ได้สร้างสรรค์ชิ้นงานอันทรงคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไปตลอดจน ได้เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้แก่เพื่อนๆ ผู้ประกอบการเด็กและเยาวชนรุ่นหลัง เพื่อที่จะได้นำไปคิดและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ของคนไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตลอดจนสามารถนำผลงานดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่คนไทยในเวทีต่างประเทศ

 

เขียนข่าวโดย : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ภาพข่าวโดย : นายชัชวาลย์ โบสุวรรณ

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร 0 2333 3732

 

 

 

กิจกรรมนัดพบผู้ประกอบการ BUSINESS MATCHING “โครงการวิศวกรรมย้อนรอยกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย”

พิมพ์ PDF

 

 

          รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในงานแถลงข่าว “โครงการวิศวกรรมย้อนรอยกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย” (เนื่องในกิจกรรมนัดพบผู้ประกอบการ BUSINESS MATCHING) เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ผลสำเร็จของการทำโครงการวิสวกรรมย้อนรอย ตลอดจนจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในฐานะ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” ในงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ประจำปี 2553 (TechnoMart InnoMart 2010) ระหว่างวันที่ 16-20 ตุลาคม 2553 ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2553

 

 

          รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า จากการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยขึ้นเป็นประจำทุกปี นอกจากเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในฐานะ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” แล้ว วัตถุประสงค์สำคัญอีกประการคือ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ นักประดิษฐ์ นักพัฒนาของไทยได้มีพื้นที่ในการนำผลงานทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ในเชิงธุรกิจและการพัฒนาประเทศ มาจัดแสดง โดยมุ่งหวังให้เกิดการเยี่ยมชม แลกเปลี่ยน เจรจาซื้อ-ขายเทคโนโลยีและนวัตกรรมของคนไทยด้วยกันเอง เพื่อให้เกิดแนวคิดที่ว่า ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ

          การนัดพบผู้ประกอบการ ถือเป็นกิจกรรมที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ตั้งใจจัดขึ้นภายในงานเป็นครั้งแรก ด้วยพิจารณาเห็นว่าผู้ประกอบการคือ กลุ่มเป้าหมายหลักของงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง จากสมาคมเครื่องจักรกลไทยซึ่งมีบริษัทคนไทยเป็นสมาชิกอยู่เป็นจำนวนมาก และในปีนี้สมาคมฯ ได้นำผลงานเครื่องจักรกลมาจัดแสดงกว่า 100 ชิ้นงาน อีกทั้งยังมีผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเอกชนอื่นๆ อีกกว่า 300 ผลงาน ซึ่งท่านสามารถเลือกชมและแสดงความสนใจซื้อ-ขาย หรือพัฒนาต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ โดยจัดพื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจในบริเวณงาน จำนวน 2 จุด ระหว่างวันที่ 16-20 ตุลาคม 2553

 

 

          สำหรับผลงานเครื่องจักร/อุปกรณ์ บางส่วนที่นำมาจัดแสดงในพื้นที่สมาคมเครื่องจักรกลไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลสำเร็จจากการส่งเสริมการพัฒนาสร้างเครื่องจักรภายใต้โครงการวิศวกรรมย้อนรอย ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้การสนับสนุนสมาคมฯ องค์กร สถาบันการศึกษาต่างๆ ร่วมดำเนินการ จึงใคร่ถือโอกาสแถลงผลงานโครงการฯ ดังกล่าวต่อสื่อมวลชนได้รับทราบ และช่วยเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานจากโครงการฯ เพื่อให้คนไทยเห็นความสำคัญและมีความเชื่อมั่นในเครื่องจักรกลที่พัฒนาโดยคนไทยให้มากยิ่งขึ้น

          ดร.พสุ โลหารชุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นโยบายภาครัฐกับการสนับสนุนวิศวกรรมย้อนรอย ในปัจจุบันการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศมากถึง 600,000 ล้านบาท โครงการวิศวกรรมย้อนรอยจะประสบผล เราต้องใช้เครื่องจักรที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ใช้อย่างกว้างขวาง ทั้งด้านเกษตร และการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ เป็นต้น เราต้องสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้เกิดการขยายตัว และผู้ประกอบการเลือกใช้เครื่องจักรภายในประเทศแทนการนำเข้าเพิ่มขึ้น

 

 

          นางนิตยา พัฒนรัชต์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดทำโครงการศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเครื่องจักรในกระบวนการผลิตด้วยวิศวกรรมย้อนรอย เพื่อพัฒนาสร้างเครื่องจักรที่เหมาะสมกับกระบวนการผลิตภายในประเทศตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยการผลิตด้วยกระบวนการเรียนรู้จากองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วอย่างเป็นระบบแล้วพัฒนาให้ดีกว่าเดิมทั้งในด้านคุณภาพและราคา การดำเนินงานในรูปแบบการบูรณาการระหว่างภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายของโครงการระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนาสร้างเครื่องจักรต้นแบบตามความต้องการของผู้ใช้และสอดคล้องกับอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์ของชาติโดยเครื่องจักรที่พัฒนาได้นี้สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการผลิตสู่เชิงพาณิชย์ ทำให้สามารถลดการนำเข้าและประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต่อไป

          นายณรงค์ สกุลศิริรัตน์ อุปนายกสมาคมเครื่องจักรกลไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2547 ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงอุตสาหกรรม ให้นำเครื่องจักรกลมาต่อยอด เนื่องจากไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม โครงการแรกที่ริเริ่มคือ สร้างเครื่องจักรกลพื้นฐาน ได้แก่ การผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องจักรกลแปรรูปอาหารและพลังงาน และเครื่องจักรกลบรรจุภัณฑ์ เราดูว่าประเทศอื่นเขาทำอะไร แล้วนำมาต่อยอดพัฒนา เพื่อความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

 

เขียนข่าวโดย : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ภาพข่าวโดย : นายชัชวาลย์ โบสุวรรณ

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร 0 2333 3732

 

 

รมว.วิทย์ฯ เปิดโครงการอาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชน และคลินิกเทคโนโลยี จังหวัดกระบี่

พิมพ์ PDF

            

                ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานเปิดโครงการอาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชน (อสวท.) และคลินิกเทคโนโลยี  จังหวัดกระบี่  โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จังหวัดกระบี่  และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในจังหวัดกระบี่  ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดโครงการอาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชน และคลินิกเทคโนโลยี  จังหวัดกระบี่ ขึ้น  เพื่อพัฒนาบุคลากรในชุมชนให้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ไปสนับสนุนการพัฒนางานของชุมชน  เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป  โดยมี ดร.วีระพงษ์  แพสุวรรณ  รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นายประสิทธิ์  โอสถานนท์  ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  รศ. ดร.ศรปราชญ์  ธไนศวรรยางกูร  รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ให้การต้อนรับ ณ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์  จังหวัดกระบี่  เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม  2553
                ดร.วีระชัย  วีระเมธีกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ลงมาร่วมมือกับจังหวักระบี่  โดยทางผู้ว่าฯ ประสิทธิ์ ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี  โครงการวันนี้เป็นโครงการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ลงมาสนับสนุนสิ่งที่ชาวบ้านคิดและทางจังหวัดกำหนดให้เป็นวิสัยทัศน์ คือ ชุมชนไร้ของเสีย  โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ได้นำองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาสนับสนุนการทำงานตรงนี้  โดยผ่านเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี  และใช้ อสวท. เป็นผู้ประสาน งานระหว่างกระทรวงฯ และชุมชน  
               

   
   
   

               โครงการ อสวท. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างกระทรวงฯ และชุมชน  โดย อสวท. ซึ่งเป็นคนในชุมชน จะไปสำรวจความต้องการของชุมชน  แล้วนำมาคุยกับกระทรวงวิทยา ศาสตร์ฯ และกระทรวงฯ จะใช้คลินิกเทคโนโลยีในการนำองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถ่ายทอดลงสู่ชุมชน  เนื่องจากกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไม่มีหน่วยงานในต่างจังหวัดเราก็จะต้องทำผ่านเครือข่ายคลินิกเทคโนโลยี ซึ่งตรงนี้ก็คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันนี้เรามาเปิดฝึกอบรม อสวท. เพื่อให้ทราบว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีองค์ความรู้อะไรบ้าง  และ อสวท. จะนำไปต่อยอดในชุมชนได้อย่างไร  
                ด้าน ดร.วีระพงษ์  แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  จังหวัดกระบี่  และหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในจังหวัดกระบี่  ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดโครงการอาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชน และคลินิกเทคโนโลยี จังหวัดกระบี่ ขึ้น  เพื่อพัฒนาบุคลากรในชุมชนให้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ไปสนับสนุนการพัฒนางานของชุมชน  เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพ ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป
                สำหรับแนวทางการดำเนินการในจังหวัดกระบี่  จะให้มีการรับสมัครเกษตรกร และผู้สนใจที่พร้อมอาสาเป็นนักวิทยาศาสตร์ชุมชน  โดยตั้งเป้าหมายไว้อย่างน้อยหนี่งหมู่บ้านหนึ่งอาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชน  ซึ่งจะได้จำนวนทั้งสิ้น  389 คน  อาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชนทั้งหมดจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ  และการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยได้ตั้งวิสัยทัศน์ไว้เป็นแนวทางคือ เมืองกระบี่ไร้ของเสียด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจะดำเนินการผ่านทางคลินิกเทคโนโลยี  มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์จังหวัดกระบี่  เมื่ออาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชนได้รับความรู้ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ก็จะนำไปพัฒนาชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อไป โดยจัดทำเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกระบี่ ดำเนินการหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้นแบบ  ที่ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งแล้วถึง 2  หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านต้นแบบอุตสาหกรรมข้าวชุมชนแบบไร้ของเสีย  ที่หมู่บ้านเกาะกลาง  ตำบลคลองประสงค์  อำเภอเมือง และหมู่บ้านต้นแบบอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันชุมชนแบบไร้ของเสีย หมู่ที่ 1  ตำบลห้วยยูง  อำเภอเหนือคลอง  ซึ่งจะได้ใช้เป็นหมู่บ้านแม่ข่ายในการขยายผลไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ต่อไป
                และในวันนี้เป็นการเปิดตัวโครงการอาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชน  และคลินิกเทคโนโลยี  จังหวัดกระบี่  และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน  จำนวน 25 หน่วยงาน  นำเทคโนโลยี  และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องและเป็นเทคโนโลยีที่พร้อมถ่ายทอด  เพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริงในชุมชน  โดยคาดว่าจะมีอาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชน จังหวัดกระบี่ครบตามเป้าหมายที่วางไว้  และงานอาสานักวิทยาศาสตร์ชุมชน จังหวัดกระบี่ครั้งนี้  จะจัดขึ้นระหว่างวันที่  15-17 ตุลาคม 2553 รวมทั้งสิ้น  3 วัน  คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 500 คน
                ด้าน นายประสิทธิ์  โอสถานนท์  ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่  กล่าวว่า  เนื่องจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวทุกคนจะต้องสัมผัสตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน  หากประชาชนได้นำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้อย่างจริงจังก็จะเกิดประสิทธิผลได้อย่างดียิ่ง  และนับได้ว่าเป็นความโชคดียิ่งของจังหวัดกระบี่เช่นกันที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สนับสนุนอาสาสมัครวิทยาศาสตร์ชุมชนและคลินิกเทคโนโลยีผ่านทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดกระบี่  ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาสาสมัครวิทยาศาสตร์ชุมชนจะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรมผ่านทางคลินิกเทคโนโลยี  และการพัฒนาผ่านชุมชนของท่านเองเป็นหมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะกระจายไปทั่วทั้งจังหวัด  ในส่วนของจังหวัดกระบี่ก็ได้ให้การสนับสนุนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการสร้างห้องปฏิบัติการและสวนปาล์มน้ำมันต้นแบบโดยใช้งบประมาณจังหวัด  เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเกษตรของจังหวัดกระบี่อีกทางหนึ่ง  จังหวัดกระบี่เป็นเมืองน่าอยู่  ผู้คนน่ารัก เป็นเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เป็นเมืองเกษตรอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน เป็นเมืองปาล์มน้ำมัน  จากนี้ต่อไปเมื่อกระบี่มีอาสาวิทยาศาสตร์ชุมชน  เมืองกระบี่น่าจะมีการพัฒนาได้เต็มศัยกภาพภายใต้อาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์

 

 

 

ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2333-3700 ต่อ 3728
                       โทรสาร 02-354-3763     E-Mail : 
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

ภาพข่าว : นางสาวสุนิสา ภาคเพียร กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

 
หน้า 132 จาก 297
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป