กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



เอกอัครราชทูตแคนาดา เข้าเยี่ยมคารวะ รมว.วท

พิมพ์ PDF

    

         เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2556 เวลา 14.00 น. ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้การต้อนรับ H.E. Mr.Philip Calvert (นายฟิลิป คาลเวิร์ต) เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ ณ ห้องพระจอมเกล้า ชั้น 4 อาคาร สป.วท. ในการหารือดังกล่าวมีประเด็นความร่วมมือระหว่างไทยกับแคนาดา ดังนี้
           1. ความตกลงเพื่อการนำเข้าและส่งออกต้นกำเนิดทางรังสีระหว่างสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และ The Canadian Nuclear Safety Commission (CNSC) จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจว่าการนำเข้าและส่งออกต้นกำเนิดรังสีระหว่างประเทศไทยและแคนาดา เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติฯ และหลักเกณฑ์ของทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทำให้ง่ายและสะดวกมายิ่งขึ้น ตลอดจนการกำกับดูแลการนำเข้าและส่งออกต้นกำเนิดทางรังสีของหน่วยงานกำกับอยู่ในทิศทางและสอดคล้องถูกต้องตรงกัน
            2. โครงการ Letter of Agreement between National Science Museum and Insectarium de Montreal, Canada โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพ.) ร่วมกับ Insectarium de Montreal, Canada
            3. โครงการ Memorandum of Understanding โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพ.) ร่วมกับ The Canadian Museum of Nature เพื่อแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ การจัดนิทรรศการกิจกรรมวิทยาศาสตร์ และหลักสูตรด้านการศึกษา งานวิจัย บทความรายงาน และข้อมูอ้างอิงที่เกี่ยวข้องด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ และความหลากหลายทางชีวภาพ
            4. บันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) และ Canadian Light Source (CLS) เพื่อพัฒนาห้องปฏิบัติการวิจัยด้านแสงซินโครตรอน เครื่องมือวิจัย และบุคลากร
             5. โครงการ Geo – Informatics and Space Technology Development Agency, Ministry of Science and Technology, Kingdom of Thailand and the earth Science Sector Department of Natural Resources Canada  เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) กับ Department of Natural Resources, Canada

 

 

เขียนข่าว : นางสาวพจนพร แสงสว่าง

ถ่ายภาพ : นายรัฐพล หงสไกร

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   โทร. 0 2333 3700 ต่อ 3732   โทรสาร 0 2333 3834   e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

ประกาศ ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคเหนือตอนบน

พิมพ์ PDF

ประกาศ ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคเหนือตอนบน
เรื่อง รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป
โครงการศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ปีงบประมาณ2556

 

ตามที่ได้มี ประกาศ ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค ภาคเหนือตอนบน
สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรื่อง รับสมัครลูกจ้างชั่วคราว โครงการศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาค และได้ดำเนินการคัดเลือกโดยวิธีการสัมภาษณ์ไปแล้ว นั้น

บัดนี้ คณะกรรมการสอบคัดเลือกได้พิจารณาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตรงตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งนักจัดการงานทั่วไป ดังต่อไปนี้

อ่านเพิ่มเติม

 

กระทรวงวิทย์ฯ นำผลงานวิจัยสู่ประชาชนสู้ไข้เลือดออก

พิมพ์ PDF

        ดร.พีระพันธุ์  พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอบให้ที่ปรึกษาฯ นายอิศรา  โพธิศิริ และนายนฤกุล  มนาปี  ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จัดอบรม เรื่อง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการป้องกันไข้เลือดออก ให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโรคไข้เลือดออก ในเขตอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ให้ตระหนักและตื่นตัวในการป้องกันตนเองจากโรคไข้เลือดออก พร้อมทั้งนำมุ้งนาโน และจุลินทรีย์กำจัดลูกน้ำยุงลาย ผลงานวิจัยของสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มอบให้กับผู้รับการอบรมเพื่อนำไปใช้ป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยมี นายพิจิตร  บุญทัน  นายอำเภอเลิงนกทา, นายสุชาติ  ไชยสัจ  สาธารณสุขอำเภอเลิงนกทา และ ดร.สัญชัย  เอกธวัชชัย นักวิจัย จาก สวทช. ร่วมในพิธีเปิดฯ มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้าร่วมอบรม 300 คน ณ ห้องประชุมอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2556


        นายอิศรา  โพธิศิริ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำภูมิภาคในส่วนกลาง  ได้จัดอบรมให้ความรู้ พร้อมทั้งนำมุ้งนาโน  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มามอบให้กับชาวอำเภอเลิงนกทา  ในวันนี้ จะช่วยให้ชาวเลิงนกทานำไปใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นสิ่งใกล้ตัว จับต้องได้


        ดร.สัญชัย  เอกธวัชชัย  นักวิจัย จาก สวทช. กล่าวว่า จำนวนคนไข้ที่เป็นไข้เลือดออกในบ้านเราก็เป็นแสนแล้ว และเสียชีวิตไปหลายร้อยคนแล้ว ปีนี้การระบาดมีเพิ่มมากขึ้น จังหวัดใกล้เคียงก็มีการระบาด สมัยก่อนเราคิดว่าไข้เลือดออกเป็นเฉพาะเด็ก แต่ปัจจุบันเด็กโต หรือผู้ใหญ่ก็เป็นไข้เลือดออก ไข้เลือดออกเกิดจากเราถูกยุงลายกัด ซึ่งยุงลายหากินในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะเด็กๆ ที่นอนกลางวันโดยไม่ได้กางมุ้ง แล้วถูกยุงกัด และเชื้อจะฝักตัวอยู่ในรางกายคนเราประมาณ 1 สัปดาห์ จะเริ่มมีไข้  ไข้เลือดออกไม่มียารักษาโดยตรง บางคนเป็นแล้วเสียชีวิต บางคนไม่เสียชีวิต ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกายคน เด็กๆ ความแข็งแรงน้อยกว่าผู้ใหญ่ก็มีโอกาสเป็นไข้เลือดออกมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากไข้เลือดออกไม่มียารักษา ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ยุงกัด อาจจะใช้วิธีกางมุ้ง หรือสมัยก่อนก็จุดยากันยุงไล่ หรือแทนที่จะกำจัดยุงก็ไปกำจัดลูกน้ำเป็นการกำจัดยุงทางอ้อม จากตัวเลขคนเป็นไข้เลือดออกปีที่ผ่านมามีเพียง 2 หมื่นกว่าคน ปีนี้ 7 หมื่นคนแล้ว และอัตราการเสียชีวิตในปีนี้ก็สูงขึ้นด้วย ปีที่แล้ว 30 กว่าคน ปีนี้ 100 กว่าแล้ว คนที่เป็นไข้เลือดออกจะเริ่มจากมีไข้ และเป็นจ้ำๆ ตามตัว การรักษาก็จะรักษาตามอาการ
        งานวิจัยช่วยอะไรตรงนี้ได้ ที่ผ่านมารัฐมนตรี พีระพันธุ์ ก็ได้นำจุลินทรีย์ฆ่าลูกน้ำยุงลายไปแจก ครั้งนี้ก็มาแจกทางอำเภอเลิงนกทา เป็นจุลินทรีย์ที่สามารถฆ่าลูกน้ำยุงลายได้ โดยนำจุลินทรีย์ไปใส่แทนทรายอะเบท เป็นจุลินทรีย์ที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง สามารถฆ่าลูกน้ำยุงให้ตายได้ภายใน 24 ชั่วโมง จะเป็นการลดปริมาณยุงลงได้ในระดับหนึ่ง และใช้มุ้งนาโน เป็นมุ้งที่เคลือบสารนาโนกำจัดยุง ถ้ายุงมาเกาะภายใน 6 วินาที ยุงก็จะตาย มุ้งนาโนนี้ผ่านการพิสูจน์จากหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขและกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ แล้วว่าปลอดภัยสำหรับคนและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ นอกจากนี้ยังเคลือบสารที่ทำให้มุ้งคงทนอยู่ได้นานขั้นต่ำ 3 ปี  ประสิทธิภาพในการฆ่ายุง ถ้าซักไป 30 ครั้ง ก็ยังสามารถฆ่ายุงได้


        ด้าน นายสุชาติ  ไชยสัจ  สาธารณสุขอำเภอเลิงนกทา เปิดเผยว่า อำเภอเลิงนกทา มี 15,000 กว่าหลังคาเรือน 10 ตำบล  ประชากร 97,000 คน มีไข้เลือดออกระบาดมากอยู่ 3 ตำบล ได้แก่ ต.ศรีแก้ว ต.สามัคคี และ ต.หนองแซง ปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก 7 หมื่นคนเศษ (ณ 25 สิงหาคม 2556) อำเภอเลิงนกทา 600 กว่าคน และในจังหวัดยโสธร พึ่งเสียชีวิตไป 1 คน ไข้เลือดออก เกิดจากยุงลายมากัด ซึ่งยุงลายหากินอยู่ภายในบ้านเรือนคน ยุงลายจะไข่ใส่ในน้ำสะอาดที่ขังอยู่นิ่งๆ โดยยุงลาย 1 ตัว สามารถไข่ได้ประมาณ 500 ฟอง และจะเป็นยุงลายตัวเมีย 250 ตัว ตัวผู้ 250 ตัว ตัวผู้จะหากินน้ำหวานดอกไม้ ตัวเมียกัดคนกินเลือดคนเอาเลือดไปฝักไข่ ภายใน 1 เดือนยุงจะเพิ่มจำนวนเป็น 5 ล้านตัว ถ้ามียุงมากก็จะทวีจำนวนมากขึ้นอย่างมหาศาล จากสถิติเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนสิงหาคม มีคนไข้ในอำเภอเลิงนกทา 176 คน ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ทุกคนมีสิทธิ์เป็นไข้เลือดออกได้ เพราะเราไม่รู้ว่ายุงตัวไหนมีเชื้อ เมื่อมีไข้แนะนำให้ไปพบแพทย์ หากอยู่ไกลเกินกว่าจะไปพบแพทย์ให้ไปพบ อสม. ซึ่ง ดร.พีระพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ให้งบประมาณมาอบรม อสม. เชี่ยวชาญ ไปเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ขอให้ประชาชนดูแลตัวเองอย่าให้ยุงกัด กางมุ้งนอนในตอนกลางวัน เพราะยุงลายกัดคนในเวลากลางวัน และไม่อยากให้เป็นไข้เลือดออก ต้องไม่ให้มีลูกน้ำ อย่าให้มียุง จะไม่มีไข้เลือดออก ยุงจะตายภายใน 30 วัน ทำความสะอาดบ้านเรือนอย่าให้มีน้ำขัง

 

 



ผู้เขียนข่าว / ถ่ายภาพ : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ
 

 

การประชุมด้านสิ่งแวดล้อมนานาชาติ PACEM IN MARIBUS ครั้งที่ 34

พิมพ์ PDF

 

วันนี้ (4 กันยายน 2556) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และผู้ก่อตั้งมหาสมุทร นานาชาติ ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมนานาชาติ PACEM IN MARIBUS ครั้งที่ 34 เวทีระดมความคิดในระดับนานาชาติ หาทางแก้ไขปัญหาสารพิษไหลลงสู่มหาสมุทร ร่วมด้วย ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.อาวนี บีฮานาม ประธานสถาบันมหาสมุทร นานาชาติ Dr.Wendy Watson – Wright, Executive Secretary and Assistant Director General of UNESCO, The Intergovernmental ดร.ปรานต์ สยามวาลา นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ และผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว

 

    

     สถาบันมหาสมุทรระหว่างประเทศ (I.O.I.) ภายใต้ความร่วมมือสนับสนุนองค์กรหลัก ซึ่งประกอบด้วยสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ (ANDPI) สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (ONWF) สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (DMCR) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (NDWC) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการในระดับนานาชาติ PACEM IN MARIBUS ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 4 – 6 กันยายน 2556 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว โดยมีนักวิชาการและหน่วยงานจากต่างประเทศที่มีประสบการณ์ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในหัวข้อ “ธรรมาภิบาลเพื่อการดำรงอยู่ที่ยั่งยืนของมหาสมุทร” ซึ่งจะมีการรายงานผลเสียหายที่เกิดจากสารพิษต่อมหาสมุทรทั่วโลก โดยมีกรณีศึกษาการรั่วของน้ำมันดิบในอ่าวเม็กซิโก เมื่อปี พ.ศ.2553 ในทะเลน้ำลึกเกิดผลกระทบในบริเวณชายฝั่งทะเล ซึ่งจะได้นำเอาประสบการณ์จากภารกิจต่างๆ ที่กรมสุขภาพมลรัฐฟลอริดาได้นำมาใช้ช่วยเหลือมลรัฐต่างๆ ที่อยู่ในอ่าวเม็กซิโก การป้องกันดูแลสุขภาพของประชากรทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์ของผลกระทบของสภาวะน้ำมันรั่วไหลลงสู่ทะเลต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมถึงผลเสียหายทางด้านเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นตามมา

 

    

ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และผู้ก่อตั้งสถาบันมหาสมุทร นานาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศจะได้ประโยชน์อย่างมากจาการอภิปรายและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติทางทะเล แผ่นดินไหว การแก้ปัญหาการกัดเซาะของชายฝั่งทะเล อุทกภัย น้ำมันรั่วไหลและภัยจากสึนามิ การปฏิบัติการภายใต้อนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล รวมถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากบรรดาประเทศสมาชิกและในระดับโลก

 

     ด้าน ดร. อาร์วนี เบร์แนม ประธาน สถาบันมหาสมุทรระหว่างประเทศ (I.O.I.) กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ได้จัดงานประชุมด้านสิ่งแวดล้อมนานาชาติในครั้งนี้ การประชุม ธรรมาภิบาลเพื่อการดำรงอยู่ที่ยั่งยืนของมหาสมุทร นี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะรักษาท้องทะเล รวมทั้งสิ่งมีชีวิต ห่วงโซ่อาหาร และสิ่งแวดล้อม เพื่อจะอยู่คู่กับมนุษยชาติต่อไปถึงแม้ว่าหลายๆ ประเทศในโลก กำลังเผชิญกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และยังไม่มีมาตรการในการดูแลรักษามหาสมุทรทั่วโลก ที่นำมาดำเนินการเพื่อควบคุมอุตสากรรมประมง และผลกระทบจากอุตหกรรมต่างๆ ผมหวังว่าการประชุมในครั้งนี้ จะได้รับผลลัพธ์ที่ดี และนำไปสู่การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไปในอนาคตครับ”

 

    

     ทางด้าน นายปรานต์ สยามวาลา นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันภัยพิบัติ (ANDPI) ได้กล่าวว่า “ปัจจุบันโลกเผชิญปัญหามากมาย ซึ่งล้วนมาจากน้ำมือของมนุษย์ทุกอย่างมีผลกระทบต่อเนื่องกัน ตั้งแต่ปัญหาคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกร้อน และเมื่อ 60 เปอร์เซ็นต์ของคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศได้ลงสู่มหาสมุทรซึ่งทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง มีผลต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล นอกจากนี้ ปัญหาสารพิษที่สะสมอยู่ในน้ำทะเลเป็นปริมาณมาก สารพิษเหล่านี้มาจากทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม จากการขนส่งทางทะเล การประชุมครั้งนี้ จะมีความสำคัญอย่างมาก ที่จะต่อลมหายใจให้กับมหาสมุทร อย่างเป็นรูปธรรม”

     โดยผู้ที่สนใจ สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียด และโปรแกรมของการประชุมได้ที่ ww.g2dmalta.com/PIM2013 หรือที่เว็บไซต์ www.ioinst.org

ของสถาบันมหาสมุทรระหว่างประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ และนายรัฐพล หงสไกร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

 

สวทน. ให้การต้อนรับ อธิบดีกรมนโยบายพลังงานเยอรมณี ในโอกาสเข้าพบเพื่อร่วมหารือทางด้านพลังงาน

พิมพ์ PDF

 

    เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2556 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายสมชาย ฉัตรรัตนา รองเลขานุการ และคณะผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)ให้การต้อนรับ นายเด็ทเลฟ เดาเคอ (Mr. Detlef  Dauke) อธิบดีกรมนโยบายพลังงานเยอรมณี พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อร่วมหารือทางด้านพลังงาน

 

เขียนข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ภาพข่าวโดย : นายพิริยะ เผ่าพงษา
เผยแพร่ข่าว : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์
 

 
หน้า 132 จาก 402
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป