กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



กระทรวงวิทย์ฯ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์วิจัยพัฒนาดิน-ปุ๋ย ให้เหมาะสมกับพืชในแต่ละพื้นที่

พิมพ์ PDF

    

     กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เพิ่มขีดความสามารถการเกษตรไทย จัดประชุมระดมความคิดภาครัฐ เอกชน กว่า 250 คน ขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาด้านดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับชนิดของพืชในพื้นที่แต่ละจังหวัด มุ่งลดการสูญเสียปุ๋ย 50% ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
     นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผลักดันให้สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในการวิจัยและพัฒนาดินและปุ๋ย เพื่อสร้างกระบวนการวิจัยด้านดินและปุ๋ยอย่างเป็นระบบ และสามารถถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรเกี่ยวกับการวิเคราะห์สภาพดินในแต่ละพื้นที่ เพื่อประเมินการใส่ปุ๋ยในการเพาะปลูกพืชให้เหมาะสมในพื้นที่แต่ละจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการสูญเสียที่ไม่เหมาะสมกับชนิดของพืชและสภาพพื้นที่ลงประมาณร้อยละ 50 ช่วยลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อีกด้วย ดังนั้น วว. จึงจัดการประชุมระดมความคิดเรื่อง “ยุทธศาสตร์การวิจัยและการพัฒนาด้านดินและปุ๋ยเพื่อให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดในพื้นที่แต่ละจังหวัด” เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2556 เวลา 09.00-16.00 น. ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่นโฮเทล  เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาด้านดินและปุ๋ยของประเทศไทย  สร้างระบบฐานข้อมูลด้านการวิจัยดินและปุ๋ย รวมทั้งสร้างกระบวนการวิจัยด้านดินและปุ๋ยอย่างเป็นระบบ


     นายยงวุฒิ  เสาวพฤกษ์  ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า การจัดประชุมระดมความคิดครั้งนี้ เป็นการใช้ประโยชน์จากบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาด้านดินและปุ๋ย เพิ่มรายได้จากฐานเดิมของเกษตรกรไทย และเพิ่มขีดความสามาารถในการแข่งขันของประเทศ  เพื่อให้หลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ประเทศ
     การประชุมระดมความคิดดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สันทัด  โรจนสุนทร ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์  บรรยายพิเศษเรื่อง “ยุทธศาสตร์การวิจัยและการพัฒนาด้านดินและปุ๋ยเพื่อให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดในพื้นที่แต่ละจังหวัด” และนายประสาท เกศวพิทักษ์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยายพิเศษเรื่อง “ปัญหาการวิจัยและพัมนาด้านดินและปุ๋ยของประเทศในปัจจุบัน” นอกจากนั้นยังมีการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดใน 3 แนวทาง ได้แก่ 1. การพัฒนาระบบการผลิตปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์เคมีและปุ๋ยชีวภาพ  2. การจัดการและพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการและวิเคราะห์ดินและปุ๋ย  และ 3. การจัดแบ่งพื้นที่เพาะปลูกพืชให้เหมาะสมกับคุณภาพดินในพื้นที่แต่ละจังหวัด

 

     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ที่ call center วว. โทร. 0 2577 9300 หรือโทร. 0 2577 9000 www.tistr.or.th , e-mail : tistr@ tistr.or.th และ call center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 1313 ในวันและเวลาราชการ
 

 

 

 



ผู้เผยแพร่ข่าว      นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร
ถ่ายภาพ     นายรัฐพล  หงสไกร ,  นายพิริยะ  เผ่าพงษา
 

 

งานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖

พิมพ์ PDF


 ๑ เมษายน .. เป็นวันข้าราชการพลเรือน

๑ เมษายน ของทุกปี เป็นวันที่ยกความสำคัญให้กับข้าราชการพลเรือน ผู้ทำหน้าที่หลักในการบริหารจัดการภารกิจของประเทศ  และเป็นวันที่ข้าราชการพลเรือนพึงระลึกถึงการปฏิบัติหน้าที่ ทำงานรับใช้บ้านเมือง เพื่อการพัฒนาประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม
 


พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน


ในปี ๒๕๕๖ นี้ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ได้รับการอัญเชิญมาเผยแพร่  เพื่อให้ข้าราชการทุกคนได้น้อมรับใส่เกล้าและยึดถือเป็นหลักในการปฏิบัติราชการ และขอนำพระวรธรรมคติสมเด็จพระสังฆราช และ สาร นายกรัฐมนตรี เผยแพร่ดังนี้

งานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖ มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖ และวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๖ โดยงานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อ เผยแพร่เกียรติคุณของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๕ อันจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ข้าราชการทั่วไปได้ตระหนักถึงเกียรติ ศักดิ์ศรี และหน้าที่ของการเป็นข้าราชการพลเรือนที่ดี โดยกำหนดจัดกิจกรรมประกอบด้วย

๑. งานนิทรรศการเผยแพร่ผลงานของข้าราชการพลเรือนดีเด่น และเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ในวันอาทิตย์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖ ระหว่างเวลา ๑๖.๐๐ น. - ๒๐.๑๕ น. ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น ๕ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

๒. พิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๕ ในวันจันทร์ที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ น. – ๑๒.๐๐ น. ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๖ ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีให้เกียรติเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน"วันข้าราชการพลเรือน ประจำปี พ.ศ.2556" ณ กรมประชาสัมพันธ์

ที่มา เว็บไซต์สำนักงาน กพ.

 

กระทรวงวิทย์ฯ พร้อมตั้ง “ศูนย์รสชาติอาหารไทย” เพื่อส่งผ่านรสชาติความอร่อยจากครัวไทยสู่ครัวโลก

พิมพ์ PDF

นำร่องด้วย 3 เมนูสุดฮิต - ต้มยำกุ้ง ผัดไทย และแกงมัสมั่น

 

 

        สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จัดงานเปิดตัว “ศูนย์รสชาติอาหารไทย (Thai delicious)” เพื่อสร้างเอกลักษณ์และมาตรฐานของรสชาติอาหารไทยให้ได้คุณภาพ ไม่ผิดเพี้ยนไปจากตำรับดั้งเดิม ภายใต้แนวคิด “อาหารไทยไม่ว่าครัวไหน ก็ต้องมีรสชาติไทยเดียวกัน” พร้อมส่งผ่านรสชาติความอร่อยจากครัวไทยสู่ครัวโลก อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกวัตถุดิบสำหรับเป็นส่วนผสมของอาหารไทยได้มากขึ้น สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารของโลก ในโครงการ “นวัตกรรมครัวไทยสู่ครัวโลก”

 

         นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “อาหารไทยถือเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในกว่า 93 ประเทศ และติด 1 ใน 4 อาหารยอดนิยมของโลก ซึ่งจะเห็นได้จากจำนวนร้านอาหารไทยที่กระจายอยู่มากกว่า 20,000 แห่งทั่วโลก โดยในแต่ละปีร้านอาหารไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อปีมากกว่า 6 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 120,000 ล้านบาท”

         นายวรวัจน์ฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันพบว่าร้านอาหารไทยรวมถึงห้องอาหารไทยในโรงแรมในระดับ 4 และ 5 ดาวในต่างประเทศต่างประสบปัญหาความผิดเพี้ยนของรสชาติอาหารไทยที่แตกต่างไปจากตำรับดั้งเดิม ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว วท. จึงได้ริเริ่มจัดตั้ง “ศูนย์รสชาติอาหารไทย” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างความตระหนักใน “สูตรมาตรฐานรสชาติอาหารไทย” ให้ตรงความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ และต้องมีรสชาติไม่ผิดเพี้ยนไปจากตำรับดั้งเดิมของไทย ซึ่งเป็นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดต่างประเทศ โดยได้มอบหมายให้ สนช. เป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การแปรรูป การเพิ่มมูลค่าสินค้าแปรรูป รวมถึงการบริหารจัดการร้านอาหารไทย การตลาด การสร้างตราสินค้า และการออกแบบบรรจุภัณฑ์”

 

        “ศูนย์รสชาติอาหารไทย” เปรียบเสมือนคลังสูตรมาตรฐานรสชาติอาหารไทยที่จะสนับสนุนให้เกิดบริการและรูปแบบธุรกิจใหม่ โดยจะเป็นศูนย์กลางในการจัดการและบริการด้านการรับรองมาตรฐานรสชาติอาหารไทยตามมาตรฐานที่กำหนด การอบรมพ่อครัวแม่ครัวชาวไทยและต่างประเทศ และธุรกิจแฟรนไชส์ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องปรุงรสสำเร็จรูปที่ปรุงตามสูตรมาตรฐานอาหารไทย ซึ่งสามารถเข้ามาช่วยแก้ไขและตอบโจทย์ความต้องการอาหารไทยในต่างแดนต่อไปในอนาคต

         เบื้องต้นจะดำเนินการในอาหารไทย 3 รายการ ได้แก่ ต้มยำกุ้ง ผัดไทย และแกงมัสมั่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นเมนูอาหารไทยยอดฮิตสำหรับชาวต่างชาติ ทั้ง 3 รายการ ติดอันดับ 1 ใน 10 ในการจัดอันดับ 50 อาหารยอดนิยมระดับโลก โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการคัดเลือกอาหารไทยทั้ง 3 ชนิด ที่มีรสชาติตรงกับตำรับดั้งเดิมของไทยและได้รับการรับรองความอร่อยจากผู้เชี่ยวชาญด้านการชิมและวิจารณ์อาหารระดับแนวหน้าของประเทศ จากนั้นจึงนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ทั้งทางด้านกายภาพและเคมี รวมถึงการตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพเพื่อนำผลที่ได้มากำหนดเป็นมาตรฐานและตำรับมาตรฐานอาหารไทยที่ตรงความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ภายใน 2 – 3 ปี ข้างหน้า อาหารไทยจะประกาศศักดาไปทั่วโลก

           “สำหรับในอนาคตมีแนวคิดในการนำเทคโนโลยี  Augmented Reality หรือ AR ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือนมาประยุกต์ใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภค เพื่อส่งผ่านคุณประโยชน์ต่อสุขภาพของวัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร และเอกลักษณ์ของอาหารไทยให้ชาวโลกได้มีโอกาสรับรู้และเข้าถึงมากขึ้น เพื่อใช้เป็นจุดขายของอาหารไทย ภายใต้แนวคิด “อาหารไทย อาหารสุขภาพ” ที่สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนที่เปลี่ยนแปลงไปใส่ใจในสุขภาพและโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และวิถีการดำเนินชีวิตที่ความเร่งรีบและต้องการความสะดวกสบาย” นายวรวัจน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย



ข้อมูลเพิ่มเติม:
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาศยา ศิริเอาทารย์ โทรศัพท์ 0-2644-6000 ต่อ 204 อีเมล์: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

ถ่ายภาพ : นายรัฐพล หงสไกร/นายพิริยะ เผ่าพงษา

เผยแพร่ข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732


 

 

ก.วิทย์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วม ไทย – สหรัฐ เรื่อง “การลดความเสี่ยงภัยพิบัติจากอุทกภัย”

พิมพ์ PDF

        

         

          วันนี้ เวลา 09.00 น. ณ ห้องพิมานทิพย์ โรงแรมมณเฑียร ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมระหว่างผู้เชี่ยวชาญไทย – สหรัฐ หัวข้อ “การลดความเสี่ยงภัยพิบัติจากอุทกภัย” (Joint Thai – U.S. Expert Workshop on Flood Disaster Risk Reduction) โดยมี รศ.ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดการประชุมดังกล่าว เพื่อสร้างความร่วมมือกับ U.S. Army Corps of Engineer (USACE) ในการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือการจัดการน้ำและอุทกภัยระหว่างไทย – สหรัฐ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งสองประเทศมาบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ อาทิ ยุทธศาสตร์และแนวทางการปฎิบัติที่ดีและบทเรียนที่ได้รับ ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยเข้าร่วมประชุมประมาณ 100 คน

 

 

         ดร. ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมวันนี้จัดขึ้นเพื่อที่จะได้ทราบว่าผู้เชี่ยวชาญ U.S. Army Corps of Engineer (USACE) มองปัญหาการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยของไทยอย่างไร มีคำแนะนำอย่างไร และแผนที่เราทำอยู่นั้นถูกทางหรือยัง ทุกอย่างนี้เกิดขึ้นเพราะประเทศไทยเราเกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงเมื่อปลายปี 2554 กินเวลายาวนานกว่า 3 เดือน เหตุเพราะฝนตกเร็วกว่าปกติ ตกมากกว่าปกติ และผิดที่ผิดทาง ปัจจัยหลายอย่างทำให้เราระบายน้ำออกไม่ทัน โครงการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท จึงเกิดขึ้น และกำลังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีก คาดหวังว่าเราจะป้องกันเหตุนี้ได้ยาวนานไปอีก 100 ปีข้างหน้า

          เรามียุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย 3 หลักใหญ่ๆ คือ 1. ไม่คิดว่าน้ำเป็นศัตรู แต่ให้คิดว่าน้ำเป็นมิตร เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม น้ำจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง 2. หาที่ให้น้ำอยู่และไป และ 3. บริหารน้ำตามสภาพภูมิประเทศ 3 ระดับ ได้แก่
1) ต้นน้ำ สร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บ ชะลอ และหน่วงน้ำ รวมถึงการปลูกป่า
2) กลางน้ำ หน่วงน้ำด้วยระบบห้วย คลอง หนอง บึง และการทำแก้มลิง
3) ปลายน้ำ สร้างทางให้น้ำเพื่อการระบายออกให้มากที่สุด

          การที่เรานำ U.S. Army Corps of Engineer (USACE) เข้ามา การที่ขอความช่วยเหลือจาก EPA (Environmental Protection Agency) ไม่ต่างกับเรามี Singer command วันนี้ที่ประเทศไทย การก่อสร้างด้วยระบบ desine and build ไม่แตกต่างจากที่อเมริกา วงเงินที่ใช้ใกล้เคียงกันมาก เพียงแต่ว่าท่านทำจุดเดียว แต่เราทำทั้งประทศ และความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ บรรยากาศการทำงานของอเมริกาและไทย ทำให้ความยากต่างกันเท่านั้น

 

 

          ด้าน รศ.ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ สืบเนื่องมาจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปราชการ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 24 กรกฏาคม – 1 สิงหาคม  2555 ได้มีโอกาสร่วมประชุมหารือกับ U.S. Army Corps of Engineers (USACE) ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือด้านวิศวกรรมในการออกแบบและก่อสร้างทั้งเขื่อนและ กรมชลประทาน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยพิบัติในประเทศสหรัฐอเมริกาและใน ต่างประเทศด้วย ในฐานะที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ.ได้เล็งเห็นว่าประสบการณ์การดำเนินงานของ USACE จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานภารกิจของโครงการการออกแบบก่อสร้างโครงการการ ออกแบบก่อสร้างโครงการการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะประสบการณ์ด้านการออกแบบและก่อสร้าง และการวางแผนระยะยาวของประเทศไทย จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ USACE มาประเทศไทยเพื่อให้ข้อแนะนำในการดำเนินงาน รวมทั้งเห็นควรให้มีความร่วมมือระหว่าง USACE กับ กบอ.โดยได้ดำเนินการผ่านกลไกของสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา

       ต่อมา สมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ร่วมจัดทำโครงการ การประชุม Joint Thai - U.S. Expert Workshop on Flood Disaster Risk Reduction ระหว่างวันที่ 25 – 29 มีนาคม 2556 คณะผู้เชี่ยวชาญได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ในจังหวัดต่างๆ อาทิ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ประตูระบายน้ำบางโฉมศรี จังหวัดสิงห์บุรี โครงการปรับปรุงคันคลองชัยนาท – ป่าสัก จังหวัดลพบุรี นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งทำให้คณะผู้เชี่ยวชาญได้รับทราบสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในปี 2554 และเข้าใจสาเหตุการเกิดอุทกภัยมากขึ้น

 

เขียนข่าว  :  นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ภาพข่าว  :  นายรัฐพล หงสไกร/นายพิริยะ เผ่าพงษา

เผยแพร่ข่าว  :  นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร 0 2333 3732

 


 

 

Counsellor, Economic Affairs, German Embassy พบ รมว.วท.เพื่อขอรับนโยบายโครงการความร่วมมือด้าน วและ ท

พิมพ์ PDF

         นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้อนรับ Dr. Thomas Multhaup Counsellor, Economic Affairs, German Embassy และคณะ จากสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ เพื่อขอรับความคิดเห็นและนโยบายโครงการความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 เวลา 14.00 น. ณ ห้องรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

          สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับหน่วยงานเยอรมนี ได้แก่ GIZ, Steinbeis, Fraunhofer กำลังดำเนินการโครงการจัดตั้ง ASEAN Centre of Excellence for Total Innovation Management (ACE - TIM) โดยดำเนินการตามความต้องการของผู้รับบริการ (potential clients) เพื่อออกแบบการปรับปรุงการบริหารจัดการนวัตกรรมทั้งระบบเฉพาะองค์กรนั้น สนช. ควรจะได้สำรวจความต้องการรับบริการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นอันดับแรก เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดมีความพร้อมด้านนวัตกรรม ก่อนที่จะนำให้ไทยมีบทบาทนำการพัฒนาหน่วยงานภาครัฐของประเทศอาเซียนอื่น

 

            ACE - TIM จะเป็นข้อริเริ่มใหม่ที่ควรจะได้แจ้งให้กรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศได้รับทราบ และขอรับความคิดเห็นเพื่อรวบรวมความต้องการ ลักษณะปัญหา อุปสรรคและผลที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการดำเนินงานของศูนย์เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานที่จะช่วยให้ สนช. และผู้ร่วมดำเนินงาน ใช้เวลาน้อยลงในขั้นตอนของการประเมินสภาพองค์กรในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย และจะทำให้การออกแบบปรับปรุงโดยใช้ TIM ให้แก่องค์กรในกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เช่น หน่วยงานวิจัยภาครัฐของไทยและของประเทศอื่นในอาเซียน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถนำมาเป็นข้อมูลเทียบเคียงการพัฒนาขีดความสามารถของ TIM ของกลุ่มเป้าหมายนี้ควบคู่กันไปเป็นระยะ

           การให้บริการคำแนะนำ ควรเริ่มต้นจากการเน้นเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบ TIM อย่างน้อยให้การเสริมสร้างความเข้าใจเบื้ยงต้นแก่หน่วยงานวิจัยและพัฒนาในประเทศไทยก่อน เพื่อประโยชน์ในการกำหนดรูปแบบการดำเนินงานของศูนย์ฯ ต่อกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะหน่วยงานวิจัยไทยอาจมีกรอบความคิดเกี่ยวกับการถ่ายทอดเทคดนโลยีในรูปแบบเดิมที่เคยชิน ทำให้หน่วยงานอาจไม่เห็นมุมมองใหม่ๆ ในการพัฒนางานวิจัยและพัฒนาความต้องการของตลาดการค้าได้อย่างแท้จริง

 

เขียนข่าว  :  นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ภาพข่าว  :  นายรัฐพล หงสไกร

เผยแพร่ข่าว  :  นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร 0 2333 3732

 

 
หน้า 132 จาก 375
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป