กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



เยาวชนไทยได้รับรางวัลจากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Intel ISEF 2010)

พิมพ์ PDF

 

    ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เป็นประธานในงานแถลงข่าวและงานเลี้ยงแสดงความยินดีต่อเยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลจากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับโลก Intel International Science and Engineering Fair(Intel ISEF 2010) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองซานโฮเซ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระหว่างวันที่ 8-14 พฤษภาคม 2553 โดยมีนักเรียนมากกว่า 1,600 คน จาก 50 กว่าประเทศเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ ณ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553

 

 

    ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้กล่าวชื่นชมในผลงานของเยาวชนไทยว่า " ในการร่วมประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกานี้ ตนเองมีความภูมิใจกับผลงานของเยาวชนทุกคนที่ได้มีโอกาสเป็นนักเรียนตัวแทนประเทศไทยไปแสดงผลงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ประจักษ์แก่นานาชาติ  รางวัลที่ตัวแทนประเทศไทยได้รับจำนวน 4 รางวัลนี้ นับเป็นการประสบความสำเร็จและรางวัลชีวิตของตัวแทนเยาวชนไทยทุกคนทั้งที่ได้รางวัล หรือไม่ได้รับรางวัลก็ตาม เพราะถือว่า นอกเหนือไปจากการได้รับรางวัลอันทรงเกียรติแล้ว สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดคือ การได้ไปแสดงศักยภาพการพัฒนากระบวนการคิดและการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้นานาชาติยอมรับได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้เยาวชนของประเทศอื่นๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชีย ยุโรปหรืออเมริกาเลย ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของตัวแทนเยาวชนไทย ในการก้าวไปสู่การเรียนรู้แลกเปลี่ยนทัศนะใหม่ๆ จากเพื่อนนานาชาติ เพื่อที่จะมาพัฒนาแนวทางการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของตัวเราเอง

 

    โดยเมื่อเวลาประมาณ 23.30 . ของวันที 14 พฤษภาคม 2553 ตามเวลาประเทศไทย ได้มีการประกาศผลรางวัล Grand Awards สาขาวิศวกรรม-วัสดุศาสตร์ ประเภทบุคคล ซึ่งเยาวชนไทยคว้ารางวัลอันดับ 4 จากโครงงานผลตอบแทนและคุณภาพของยางก้อนถ้วยระหว่างการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพกับกรดฟอร์มิก (Innovation Use of Anaerobic Effective Microorganisms for Natural Rubber Latex Coagulation) ผลงานของนายศุภชัย นิลดำ นักเรียนจากโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 500 เหรียญสหรัฐฯ

   

    ในเวลา 00.10 . ของวันที 15 พฤษภาคม 2553 ตามเวลาประเทศไทย ได้มีการประกาศผลรางวัล Grand Awards ประเภททีม ซึ่งเยาวชนไทยคว้ารางวัลอันดับ 4 จากโครงงานผลของการดัดแปลงสี รสชาติ และกลิ่นของเมล็ดพันธุ์ข้าว ด้วยสารสกัดธรรมชาติต่อการป้องกันนกกินข้าวในนาหว่าน (Modification of Breeding Rice Grains through Artificial colors, Flavor and Smell Used in Prevention of Grain-consuming Birds ) ผลงานของน..สายฝน นภนิภา และน..อภิชญา นพเลิศ นักเรียนจากโรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 500 เหรียญสหรัฐฯ

 

    ซึ่ง 2 โครงงานที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นตัวแทนนักเรียนไทยที่ชนะเลิศจากการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (Young Scientist Competition: YSC 2010) ภายใต้การดำเนินงานของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งบริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้สนับสนุนตัวแทนเยาวชนไทยจำนวน 3 โครงการ เข้าร่วมการแข่งขัน และเข้าร่วมสังเกตุการณ์ จำนวน 2 คน ในเวที Intel ISEF 2010
  

    นอกจากนี้ยังมีอีก 2 โครงงานที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้เป็นตัวแทนนักเรียนไทยที่ชนะเลิศจากการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แก่

 

    โครงงาน Leaf Extracts of Euphorbiaceae Can Eradicate the Field Crab, Somanniathelphusa sexpucntata (ผลของสารสกัดจากพืชวงศ์ Euphorbiaceae กำจัดปูนา) โดย นางสาวมาลินี  มีทา โรงเรียนพนมสารคาม "พนมอดุลวิทยา" จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลที่ 3 Grand Awards สาขาพฤกษศาสตร์ ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1,000 เหรียญสหรัฐฯ

 

    โครงงาน Paleontological Study of Permian Gastropoda at Khoa Noi, Amphoe Takhli, Changwat Nakhonsawan, Central of Thailand (การศึกษาโบราณชีววิทยาของหอยฝาเดียวยุคเพอร์เมียน บริเวณเขาน้อย อ.ตาตลี จ.นครสวรรค์) โดย นายฉัตรเฉลิม เกษเวชสุริยา โรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ จ.นครสวรรค์ ได้รับรางวัลที่ 3 Special Awards จากสถาบันภูมิศาสตร์อเมริกัน (American Geological Institute) ได้รับเงินรางวัลมูลค่า 250 เหรียญสหรัฐฯ

  

    โดย สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งตัวแทนเยาวชนไทยจำนวน 3 โครงการ เข้าร่วมการแข่งขัน ในเวที Intel ISEF 2010 เช่นกัน

ผู้เผยแพร่ข่าว : ศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ภาพข่าวโดย : สุนิสา ภาคเพียร

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

เสวนาคุยกัน..ฉันท์วิทย์ “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านทรัพยากรน้ำและด้านทรัพยากรป่าไม้”

พิมพ์ PDF

 

   (7 พฤษภาคม 2553) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) สสนก.จัดเสวนา คุยกัน..ฉันท์วิทย์ เรื่อง “โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านทรัพยากรน้ำและทรัพยากรป่าไม้” ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ดร.รอยล  จิตรดอน  ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) และพลเอกสุรินทร์  พิกุลทอง ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมให้ความรู้ มีผู้ร่วมงานกว่า  70 คน  

 
   ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพณิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กล่าวว่า  การเสวนา คุยกัน..ฉันท์วิทย์  ในครั้งนี้เป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสมหามงคลบรมราชาภิเษกปีที่ 60  จึงได้นำเรื่องการบริหารจัดการน้ำในชุมชน ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ สสนก. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด  และได้นำโครงการบ้านลิ่มทอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์   ไปเป็นโครงการตัวอย่างของชุมชนที่เข้มแข็งในการบริหารจัดการน้ำด้วยตัวเอง จนกระทั้งมูลนิธิโค้กให้การสนับสนุนเกี่ยวกับบริหารจัดการน้ำหรือการแก้ไขปัญหาน้ำ  เพราะน้ำมีความสำคัญต่อการเกษตรและประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้นกระทรวงวิทยาศาสตร์  จึงได้ดำเนินการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ  ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง  ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น  อยู่กับครอบครัวทำให้ครอบครัวมีความอบอุ่น  มีงาน มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี


   พลเอกสุรินทร์  พิกุลทอง  กล่าวว่า สิ่งที่เราควรจะทำ คือ ทำงานถวายพระองค์ การนำแนวคิดของพระองค์ท่านไปปฏิบัติ  ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ก์คือ ประชาชน เราต้องเข้าใจทั้งดิน ป่าและน้ำ จุดเริ่มต้นที่เราน้อมนำพระราชดำริเรื่องการนำน้ำมาใช้กับชุมชน  อาทิ โครงการแก้มลิง หลักเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ ขั้น2 และ 3 เราจะทำได้อย่างไร ใช้ทุนแค่ไหน และชาวบ้านจะดูแลต่อไปอย่างไร  ผลที่ได้รับสุดท้ายพบว่าชาวบ้านเริ่มจัดการน้ำเป็น รายได้ก็เพิ่มขึ้น 5 เท่า และเงินลงทุนน้อยกว่าปกติ


   โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แบ่งได้ 6 ด้าน คือ ด้านน้ำ ด้านดิน  ด้านเกษตร ด้านพลังงานทดแทน ด้านป่าไม้ และด้านสิ่งแวดล้อม ทั้ง 6 กลุ่ม จะประมาณ 4,000 กว่าโครงการ  70 % เป็นโครงการน้ำและป่า พระองค์ท่านมีพระปรีชาสามารถและมองการไกลกับพสกนิกรชาวไทย เราจะสืบสานความคิดของในหลวงได้อย่างไร  จะว่าหน่วยงานของเราไม่ทันในหลวงก็ได้ ที่ว่าไม่ทันความคิดหรือแนวพระราชดำริของในหลวงเลย  วันนี้บ้านเราเหมือนจะเป็นวิกฤต  แต่เป็นโอกาสที่ประชาชนกับราชการต้องร่วมมือกันดำเนินการตามแนวพระราชดำริพระองค์ท่าน  เพื่อสืบสานแนวพระราชดำริที่จะให้ประเทศชาติของเรามั่นคงต่อไปโดยเฉพาะ ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งทั่วโลกกำลังจะขาดแค้นต่อไปในอนาคต คือ น้ำ  ผมเชื่อว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ  เป็นองค์กรสำคัญอันหนึ่งที่จะช่วยเรื่องน้ำได้  ยกตัวอย่างชุมชนบางบัว ที่บางเขน  ชาวชุมชนบางบัวได้รวมกลุ่มกันแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ณ วันนี้คลองบางบัวน้ำสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีความยังยืนขึ้น   องค์กรชุมชนกับน้ำและวิทยาศาสตร์ขาดกันไม่ได้ แต่องค์กรชุมชนไม่มีวิทยาศาสตร์เข้าช่วยก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องเกื้อกูซึ่งกันและกันไม่เช่นนั้นก็ไม่เกิดผล  ขณะนี้ผู้มาดูงานที่บางบัว 20 ประเทศ  ที่ห้วยทราย จ. เพชรบุรีเป็นทะเลทรายไปแล้ว  ในหลวงทรงตรัส “ฉันขอคืนฉันจะทำให้ดู” ขณะนี้โครงการพระราชดำริที่ห้วยทราย เป็นแหล่งเกษตร เป็นแหล่งทำน้ำ และเป็นแหล่งให้ความรู้กับทุกภาคส่วน


   พลเอกสุรินทร์ กล่าวว่า  ปัจจุบันประเทศไทยมีลุ่มน้ำ 25 ลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำใหญ่ๆ 5-6 ลุ่มน้ำ อาทิ ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำวัง  ลุ่มน้ำยม  ลุ่มน้ำน่าน  ส่วนลุ่มน้ำที่ยังไม่มีการบริหารจัดการลุ่มน้ำคือ ลุ่มน้ำยม  เมื่อน้ำจากป่าเขาไหลลงมาก็จะทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้  กรมชลประธานได้สำรวจเรื่องนี้มา เมื่อ 29 ปีที่แล้ว  สมควรที่จะต้องมีอ่างเก็บน้ำหรือที่เก็บน้ำเอาไว้ตอนบนแต่ถูกต่อต้านมาตลอด  จากเดิมพื้นที่ทั้งหมดทั้งอ่างเก็บน้ำและพื้นที่ที่จะอพยพผู้คนจำนวน 41, 000 ไร่  ปัจจุบันป่าหายไป 31,000 ไร่แล้ว การที่สร้างเขื่อนไม่สามารถรักษาป่าไว้ได้  อีกไม่กี่ปีข้างหน้าป่าก็จะหมดไปมากกว่าพื้นที่อ่างเก็บน้ำที่เราต้องใช้   เพราะฉะนั้นจะแก้ปัญหานี้อย่างไร จะแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ทั้งสภาพคนสภาพป่าสภาพภูมิประเทศตลอดจนต้นน้ำลำธารได้อย่างไร เราไม่คิดเพียงจะสร้างอ่างอย่างเดียว  มีป่าต้นน้ำพอไหมที่จะซับน้ำไม่ให้ดินถล่มลงมาเต็มอ่าง ถ้าข้างบนไม่มีต้นไม้เลย ไม่กี่ปีอ่างก็เต็มไปด้วยดิน ถ้าสร้างอ่างเก็บน้ำแล้วชาวบ้านเดือดร้อน  คนที่ต้านการสร้างเขื่อนทั้งหลาย ท่านกินน้ำจากเขื่อนทุกคน  ณ วันนี้ ท่านกินน้ำจากเขื่อน ศรีนครินทร์  เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ถ้าท่านต่อต้านการสร้างเขื่อนท่านต้องไม่กินน้ำเพราะน้ำทั้งหมดมาจากเขื่อน  

   ดร. รอยล  จิตรดอน ผอ.สสนก. กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านทรงโปรดที่จะทำพิพิธภัณฑ์ชีวิต คือทรงที่จะทำตัวอย่างพิสูจน์ให้เห็นจริง นั้นคือที่ไปที่มาของศูนย์ศึกษาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จากที่พื้นที่สกลนครตอนนี้ประกาศเป็นภัยแล้งทุกอำเภอแต่จากที่ลงพื้นที่   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำอ่างเก็บน้ำที่สกลนครหลายแห่ง มีระบบคลองส่งน้ำเชื่อมต่อกันหมด พระองค์ท่านรับสั่งในการแก้ปัญหาเรื่องน้ำจะทรงรับสั่งถามถึงโครงการที่ 30-40 ปี ที่แล้ว ว่ามันเป็นอย่างไร ในขณะซึ่งอย่างเรา เราจะพูดถึงโครงการใหม่ๆ เดินไปข้างหน้าอย่างเดียวไม่เรี่ยวหลังแต่พระองค์จะทรงรับสั่งตลอดถึงภาพการเปลี่ยนแปลงว่าถ้าเปลี่ยนไปแล้วฝนเปลี่ยนอย่างนี้จะบริหารอย่างไร  นอกจากนั้นยังคงรับสั่งโครงการที่ผมจะยกตัวอย่างคือเขตป่าชุมชน ในขณะที่อีสานแล้งหมด สกลนครใต้อ่างลงมาก็มีระบบน้ำพอน้ำไม่พอแต่พอสำหรับทำส่วนพริก ในขณะที่อยู่ในสกลนครน้ำไม่พอทำนาก็เรียนรู้ที่จะทำพริกรายได้ดีกว่านา สิ่งที่พระองค์ท่านอยากทำจริงๆ จากศูนย์ศึกษาทำอย่างไรจะเกิดขึ้นจริง เพราะฉะนั้นความสำเร็จศูนย์ศึกษามีศูนย์ศึกษาที่ภูพานความสำเร็จที่ตามมา คือชีวิตที่ดีขึ้นของชาวสกลนคร สิ่งที่ชลประธานทำถวายพระองค์ท่าน จากเขื่อนน้ำอูนไหลลงมาแล้วต่อด้วยคลองลอย นี้คือแนวคิดการทำท่อที่ถูกต้องโดยใช้แรงโน้มถ่วง ของอย่างนี้คือพระองค์ท่านทำให้กับบุคลที่อยู่ในชนบท ศูนย์ศึกษาทุกศูนย์ประสบความสำเร็จหมดแต่คนละด้าน เขาหินซ้อนประสบความสำเร็จเรื่องฟื้นป่าขึ้นมาทำพื้นที่ ที่กลายเป็นทะเลทรายมาเป็นป่าให้กลายเป็นดิน ห้วยทรายแทบจะเป็นทะเลทรายทั้งหมดเลยใช้แฝกกับขึ้นมาเกิดระบบอ่างควง ห้องแล็บของพระองค์ท่านอยู่ที่ศูนย์ศึกษาแต่ประโยชน์อยู่ที่ชาวบ้าน เขาห้วยห้องใคร่พิสูจน์ให้เห็นว่าดินป่าน้ำ ต้องพัฒนาด้วยกัน  การปลูกป่าโดย การใช้ฝายชะออความชุมชื่น การทำให้ป่าไม่ใช่แค่อนุรักษ์ เป็นป่าใช้งาน  โครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ยหลังจากทำตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านปลูกป่าชายเลน บำบัดน้ำเสียเสร็จ สิ่งที่พบก็คือว่าแผ่นดินงอก เพราะฉะนั้นใครจะบอกว่าประเทศไทยมีปัญหาน้ำทะเลขึ้น ชายฝั่งถูกกัดเซาะ เราทำลายแนวกันชนของชายหาดคือป่าชายเลน  สิ่งที่จังหวัดเพชรบุรีทำโครงการแหลมผักเบี้ย แผ่นดินงอกไปกว่า 700 กว่าไร่  จะเห็นได้ว่าทรงตามโดยตลอดและก็ทำจริง ให้เห็นจริง ในวันท่านประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช  มีทีมงานของพระองค์ท่านไปไล่ถ่ายรูปทำลงบนแผนที่ถวายรายงายโดยตลอด รายงานทางอินเตอร์เน็ตก็ ยังถวายรายงานอยู่ตลอด ท่านทรงเป็นห่วงขณะติดตามความเร็วของลม ความเร็วของลมที่เพชรบุรี สูงขึ้นถึง 70 % กิโลเมตรต่อชั่วโมงสูงกว่าที่เคยเป็นมา


   หัวใจของการจัดการน้ำโดยตรงชุมชนต้องเป็นคนจัดการเป็นเจ้าของโครงสร้างและต้องมีข้อมูลเพราะนั้น สิ่งที่เราทำการบันทึกข้อมูลแบบแนวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนมาตลอดแล้วจากข้อมูลจากแผนที่นำมาใช้บริหารน้ำได้สำเร็จ  และทุกครั้งทีเราเกิดปัญหาเราไม่เคยดูย้อนกลับมาดูตัวเราเอง กลับไปดูที่ศูนย์และไม่เคยย้อนกลับไปดูแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเลย เราต้องจัดการน้ำให้พอดี การหาความพอ การหาความสมดุล เป็นสิ่งที่พระองค์ท่านสอนเรามาโดยตลอด

ท่านสามารถติดตามข่าวสาร  การจัดเสวนา คุยกัน..ฉันท์วิทย์  ของกลุ่มงานประชาสัมพันธ์
สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ที่   http://www.most.go.th/scitalk

สนับสนุนข้อมูลโดย :  สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) สสนก.

ผู้เขียนข่าว : กมลวรรณ  เอมสมบูรณ์ 

ผู้เผยแพร่ข่าว  :  ศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ 

ภาพโดย : ชัชวาลย์ โบสุวรรณ 

สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

มิติบริการใหม่กรมวิทยาศาสตร์บริการ

พิมพ์ PDF

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจการส่งออก เพื่อให้การขยายสินค้าส่งออกเพิ่มขึ้น สินค้าจึงจำเป็นต้องมีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล ดังนั้น สินค้าส่งออกของประเทศจึงได้รับผลกระทบจากกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ มาตรการกีดกันทางการค้า ทำให้ไม่สามารถแข่งขันสู่ตลาดโลกได้ กรมวิทยาศาสตร์บริการ ในฐานเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญด้านพัฒนาคุณภาพสินค้าส่งออกของประเทศ ได้ตระหนักถึงความสำคัญ ของการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง "การเพิ่่มศักยภาพการส่งออกของไทย ด้วยมิติบริการใหม่กรมวิทยาศาสตร์บริการ" เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการส่งออก รวมทั้งประชาสัมพันธ์มิติบริการรูปแบบใหม่ ด้วย 3S (S1 = Contract Service; S2 = One Stop Service; S3 = New Testing Service) บริการผลงานวิจัยและผลงานเด่นของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ให้แก่กลุ่มลูกค้า ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย ด้วยการขับเคลื่อนการพัฒนาตั้งแต่วัตถุดิบถึงผลิตภัณฑ์ ให้เป็นไปตาม มาตรฐาน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ มิติบริการใหม่ ด้านการทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์บริการ และเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เข้าร่วม สัมมนา เกี่ยวกับกฎ ระเบียบ และมาตรการกีดกันทางการค้าจากนานาประเทศ ให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม 

 

กิจกรรมในงานสัมมนา 

 

บรรยายเรื่อง "ยุทธศาสตร์ของกรมวิทยาศาสตร์บริการกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมไทย"

การอภิปรายเรื่อง "3S บริการทดสอบใหม่ของกรมวิทยาศาสตร์บริการ"

การอภิปราย "กฎ ระเบียบ ผลกระทบ และมาตการกีดกันทางการค้า NTB (Non Tariff Barrier) ต่อการส่งออกของไทย"

 

สถานที่จัดงานสัมมนา

ห้องราชเทวีแกรนด์บอลรูม โรงแรมเอเชีย

 

หน่วยงานรับผิดชอบ : กรมวิทยาศาสตร์บริการ
  ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กทม. 10400
  โทรศัพท์ 0-2201-7000
  โทรสาร 0-2201-726
  เว็บไซต์ http://www.dss.go.th/
  อีเมล์ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

รมว.วท. เป็นประธานในการแถลงข่าว งาน "ถนนเทคโนโลยี 2553"

พิมพ์ PDF

   งานถนนเทคโนโลยี ประจำปี 2553 โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)คณะกรรมการการอาชีวศึกษาและสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) จัดงานแถลงข่าวงาน "ถนนเทคโนโลยี 2553"ณ ห้องสตูดิโอ 1อาคารออกอากาศ บมจ.อสมท เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2553
   ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานร่วมการแถลงข่าว กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คือ หัวใจในการพัมนาประเทศด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนานิสิต นักศึกษา ให้มีศักยภาพสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ ซึ่งการแข่งขัน  ABU ในปีนี้มีความเข้มข้นมาก เพาะเราต้องการผู้รู้ในหลายๆ ด้าน เพื่อเดินทางไปแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ ABU Robocon ที่สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
   งานถนนเทคโนโลยี ประจำปี 2553 จัดขึ้นเพื่อมุ่งสร้างสรรค์สังคมคุณธรรมนำความรู้ เพื่อการพัฒนาของเยาวชนในด้านทักษะความรู้และความคิดสร้างสรรค์ โดยเน้นการพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ในด้านเทคโนโลยีและกระตุ้นกระแสความสนใจความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในหมู่เยาวชน จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 ระหว่างวันที่ 12-13 มิถุนายน 2553 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 2-3 ภายในงานแบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลักได้แก่ นิทรรศการผลงานสิ่งประดิษฐ์ การประกวดนวัตกรรมเพื่อผู้พิการ และการแข่งขันหุ่นยนต์ ABU ชิงชนะเลิศแห่งประเทสไทย ประจำปี 2553

 

ผู้เขียนข่าว : ศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ภาพโดย : สุนิสา ภาคเพียร

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 

 

 

รมว.วท.เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลงานประกาศผลรางวัล Truehits.net Web Award 2009

พิมพ์ PDF

              ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เป็นประธานในงานประกาศผลและมอบรางวัลเว็บไซต์ยอดนิยม Truehits.net web awards 2009 เป็นการมอบรางวัลเวบไซต์ที่มีสถิติการเยี่ยมชมสูงสุด50 อันดับแรกประจำปี  ซึ่งเป็นการจัดงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 จัดโดย บริษัทศูนย์วิจัยนวัตกรรมอินเทอร์เน็ตไทย จำกัด สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยมี ดร. ทวีศักดิ์  กออนันตกูล  รองผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร. ปิยะ ตัณฑวิเชียร  ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค บริษัทศูนย์วิจัยนวัตกรรมอินเทอร์เน็ตไทย จำกัด ร่วมในพิธี ณ ห้องบอลรูม 1  โรงแรมดิเอมเมอรัลด์  
 

 

 

              ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล และขอให้กำลังใจกับเว็บไซต์ที่ไม่ได้รับรางวัลในวันนี้  ดีใจที่เห็นพวกเราตื่นตัวด้านเว็บไซต์มาก  ดีใจที่คนหนุ่มคนสาวมีความสนใจด้านเทคโนโลยี  และได้ทราบว่าคนไทยใช้งานเครื่องมือค้นหา (Search Engine) ของ google ถึง 99.01% ซึ่งหากเว็บไซต์ของ google มีปัญหา จะทำให้เกิดปัญหาในการทำงานได้  จึงอยากให้มีการพัฒนาเครื่องมือค้นหา (Search Engine) ของคนไทย และให้คนไทยหันมาใช้  Search Engine ของไทยเราให้มากขึ้น  
              เรื่องความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มีคุณอนัน แต่ก็มีโทษมหันต์  อาจจะทำลายบ้านเมืองได้  อยากให้ชาวเน็ตช่วยกันปกป้องสิ่งที่ดีงามของประเทศ  ซึ่งเนคเทคมี software ที่จะช่วยติดตามเว็บไซต์ดูหมิ่นสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของเราทุกคน  ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรักษาสิ่งดีงามของประเทศ  ปกป้องชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์ 

 

 

 

              ด้าน ดร. ทวีศักดิ์  กออนันตกูล  รองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า  การจัดอันดับเว็บไซต์ ได้เริ่มครั้งแรกในปี 2543 โดย สวทช.  เพื่อสร้างสถิติการใช้ Internet และเพื่อนำมาปรับปรุงคุณภาพให้แก่ผู้ใช้  และในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาได้ก่อตั้งเป็นบริษัทศูนย์วิจัยนวัตกรรมอินเทอร์เน็ตไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ สวทช. โดยบริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการตรวจสอบและประมวลผลสถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ประเทศไทย  (Truehits.net  ทรูฮิต) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชน มีระบบมาตรฐานกลางในการตรวจสอบสถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ภายในประเทศ  และการจัดงานประกาศมอบรางวัลเว็บไซต์ยอดนิยม  Truehits.net  Web Awards 2009 ในครั้งนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7  เพื่อมอบรางวัลให้กับเว็บไซต์สมาชิก ที่มีสถิติการเยี่ยมชมเฉลี่ยตลอดทั้งปี สูงที่สุด  50 อันดับแรก  และเว็บไซต์อันดับหนึ่งของแต่ละหมวด  เพื่อเป็นกำลังใจและแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาในวงการอินเตอร์เน็ตไทย 

              เว็บไซต์ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมสูงสุด 10 อันดับ คือ 1. www.sanook.com  2. www.kapook.com  3. www.mthai.com  4. www.dek-d.com  5. www.exteen.com  6. www.manager.co.th  7. www.teenee.com  8. www.manager.co.th  9. www.gmember.com  10. www.playpark.com
                เว็บไซต์ยอดเยี่ยม เว็บไซต์การศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง www.ru.ac.th  เว็บไซต์การเงินธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย www.kasikornbank.com  เว็บไซต์โรงพยาบาล  ได้แก่ โรงพยาบาลวิภาวดี  เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ ได้แก่ สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. www.mcot.net และเว็บไซต์สถานีวิทยุ ได้แก่ www.virginradiothailand.com
 

 

 

 

 ผู้เขียนข่าว  :  นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  โทร. 0-2333-3700 ต่อ 3728
                       โทรสาร 02-354-3763     E-Mail : 
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

ภาพข่าวโดย : นางสาวสุนิสา ภาคเพียร โทร 02-3333700 ต่อ 3732 อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 
หน้า 268 จาก 403
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป