กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



พันธุ์ถั่วเหลืองต้านทานโรคราสนิม

พิมพ์ PDF

    ใช้เทคนิคดีเอ็นเอเครื่องหมายในการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้ได้สาย พันธุ์ดีให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรคราสนิม
ข้อมูลโดยสรุปของผลลัพธ์ / ประโยชน์ของผลงาน
    1. ช่วยลดความเสียหายให้กับเกษตรกรที่ปลูกถั่วเหลืองได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 250 ล้านบาท
    2. ใช้เป็นสายพันธุ์พ่อแม่เพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีลักษณะ อื่นที่ต้องการเพิ่มขึ้น แต่ยังคงลักษณะของการต้านทานโรคราสนิม
การจำแนกการนำไปใช้ประโยชน์
    เกษตรกรรม และปศุสัตว์
     - การแก้ไขปัญหาในด้านกระบวนการผลิต และโรค
     - การพัฒนาพันธุ์พืชต้านทานโรค
    การดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป
    การประกอบอาชีพระดับครัวเรือน

สาขาผลงาน : พืช/เกษตร

ชื่อผู้ผลิตผลงาน :
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน

 

 

การให้บริการปรับปรุงระบบบำบัดของเสีย

พิมพ์ PDF

    เป็นการศึกษากลไกการทำงานของจุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในระบบ ทำให้มีความเข้าใจในกระบวนการย่อยสลายอย่างลึกซึ้ง จนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีการบำบัดของเสียโดยเทคโนโลยีตรึงฟิล์ม (จุลินทรีย์เกาะยึดกับตาข่ายไนล่อน ทำให้รักษาจุลินทรีย์ไว้ในระบบบำบัดได้นาน) และได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในการก่อสร้างระบบบำบัดใหม่ให้กับโรงงานแป้งมัน สำปะหลังหลายแห่ง ระบบบำบัดดังกล่าว นอกจากบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังให้พลังงานในรูปก๊าซชีวภาพกลับไปใช้ในโรงงานด้วย
ข้อมูลโดยสรุปของผลลัพธ์ / ประโยชน์ของผลงาน
    ให้บริการการออกแบบ และเดินระบบใหม่ ถ่ายทอดความรู้ต่างๆ ไปให้บุคลากรที่ดูแลระบบบำบัดที่มีอยู่เดิมรวมทั้งให้คำปรึกษาในการแก้ไข ปัญหาของระบบที่มีการลงทุนไปแล้วแต่ทำงานไม่ได้ ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมากลุ่มวิจัยได้ให้บริการถ่ายทอดเทคโนโลยี และให้คำปรึกษาในการปรับปรุงและแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียที่มีปัญหาให้กับโรง งานอุตสาหกรรมอาหารกว่า 20 โรงงาน ทำให้ระบบบำบัดเหล่านี้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดและในหลายกรณียังมีผลพลอยได้ในรูปของพลังงานด้วย
การจำแนกการนำไปใช้ประโยชน์
    อุตสาหกรรม : การผลิต
     - การแก้ไขปัญหาจากการผลิต (การปนเปื้อน มลภาวะจากกระบวนการผลิต)
     - การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้จากการผลิตการรักษาสิ่งแวดล้อม

 สาขาผลงาน : การให้บริการด้านสิ่งแวดล้อม

ชื่อผู้ผลิตผลงาน :
หน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาวิศวกรรมชีวเคมีและโรงงานต้นแบบ

 

 

การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 สำหรับนาปรัง

พิมพ์ PDF

    ประเทศไทยส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกมากว่า 20 ปี ในปี พ.ศ. 2550 ส่งออกข้าวได้ 9.20 ล้านตันคิดเป็นมูลค่า 119,304 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 32 ในปีเพาะปลูก 2549/2550 มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี 57.54 ล้านไร่ ได้ผลผลิตข้าวเปลือก 22.84 ล้านตัน มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 10.07 ล้านไร่ ได้ผลผลิตข้าวเปลือก 6.80 ล้านตัน โดยผลิตข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้าอื่นๆ และข้าวเหนียว คิดเป็นร้อยละ 28, 45 และ 27 ของผลผลิตทั้งหมดตามลำดับจากพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวทั้งหมด 18.2 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 ซึ่งเป็นข้าวนาปีถึง 15 ล้านไร่ คิดเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 ร้อยละ 83 ของพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวทั้งหมด และคิดเป็นร้อยละ 26 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดของประเทศ
    ข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกมากเป็นอันดับสองรองจากข้าวเจ้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 สาเหตุที่เกษตรกรนิยมปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 เนื่องจากเป็นพันธุ์ข้าวเหนียวที่ข้าวสุกอ่อนนุ่ม และมีกลิ่นหอม แต่ปัญหาของการปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 คือ เป็นข้าวนาปีซึ่งไวต่อช่วงแสงจึงปลูกได้เฉพาะฤดูนาปีเท่านั้นไม่สามารถปลูก ในฤดูนาปรังได้
    คำว่า "ข้าวนาปี หรือข้าวไวต่อแสง" เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกได้เฉพาะในฤดูฝน ออกดอกตรงตามฤดูกาลเพราะต้องการช่วงแสงจำเพาะเพื่อการออกดอก (ไวต่อช่วงแสง) ไม่ว่าจะปลูกข้าวพันธุ์นั้นเมื่อใด เช่น การปลูกข้าวเจ้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ในภาคอีสาน ไม่ว่าจะปลูกข้าวพันธุ์นี้เมื่อใด จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้น ส่วนคำว่า "ข้าวนาปรังหรือ พันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง" เป็นพันธุ์ข้าวที่มีอายุการเก็บเกี่ยวค่อนข้างแน่นอน เมื่อมีอายุครบถึงระยะเวลาออกดอกจะออกดอกโดยไม่ต้องอาศัยช่วงแสงเป็นตัว กำหนด จึงปลูกข้าวชนิดนี้ได้ตลอดทั้งปี แต่เกษตรกรมักจะเรียกว่าข้าวนาปรังแม้ว่าจะปลูกได้ตลอดปีทั้งในฤดูนาปีที่ อาศัยน้ำฝน และในช่วงฤดูแล้งที่ต้องใช้น้ำชลประทาน
    เพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 ให้ปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและนาปรัง ศูนย์ พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่กรมการข้าว ทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าว กข 6 ให้ไม่ไวต่อช่วงแสง และ u3617 มีคุณภาพการหุงต้มและลักษณะอื่นๆ เหมือนกับพันธุ์ กข 6 โดยใช้โมเลกุลเครื่องหมายในการคัดเลือกร่วมกับวิธีการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้ง เดิม (conventional breeding) ปัจจุบันได้สายพันธุ์ข้าวเหนียวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง และเมื่อทดลองปลูกข้าวเหนียว กข 6 ที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์เปรียบเทียบกับข้าวเหนียว กข 6 พันธุ์เดิมที่ไวต่อแสงในเรือนทดลอง โดยให้ต้นข้าวทั้งสองพันธุ์ได้รับแสง 14 ชั่วโมง/วัน ซึ่งเป็นสภาพวันยาว ต้นข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 เดิมไม่ออกดอกแสดงว่าเป็นข้าวไวต่อช่วงแสงที่ปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้นส่วน ต้นข้าวเหนียวสายพันธุ์ กข 6 ที่ได้จากปรับปรุงพันธุ์ออกดอกได้ จึงใช้ปลูกได้ทั้งในฤดูนาปีและนาปรัง
    การทดสอบผลผลิตเบื้องต้นในฤดูนาปี 2550 ที่นาทดลองของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่พบว่า ผลผลิต องค์ประกอบของผลผลิต คุณสมบัติทางกายภาพของเมล็ดข้าวเปลือกและข้าวสารของสายพันธุ์ข้าว กข 6 ไม่ไวต่อช่วงแสงที่ได้จาdการปรับปรุงพันธุ์ไม่แตกต่างกับข้าวพันธุ์ กข 6 เดิม เมื่อนำข้าวสารของสายพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 ไม่ไวต่อช่วงแสงไปหาปริมาณสารหอม ในข้าว พบว่ามีสารหอมเช่นเดียวกับข้าวพันธุ์ กข 6 เดิม ในขั้นต่อไป คณะนักวิจัยต้องนำสายพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 ไม่ไวต่อช่วงแสงนี้ไปปลูกทดสอบร่วมกับข้าวพันธุ์ กข 6 กข 10 และสันป่าตอง 1 ในหลายพื้นที่ และหลายฤดูอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อศึกษาศักยภาพในการให้ผลผลิต ลักษณะทางการเกษตรอื่นๆ รวมทั้งลักษณะกายภาพและคุณภาพในการหุงต้ม ตามขั้นตอนของกรมการข้าว ก่อนเผยแพร่ให้เกษตรกรนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อไป ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เกษตรกรไทยจะปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 ได้ตลอดปีทั้งในฤดูนาปีและนาปรัง

ชื่อผู้ผลิตผลงาน :
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

 

อาหารปั่นผสมสำเร็จรูป สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

พิมพ์ PDF

    อาหารทางการแพทย์ เป็นอาหารที่ใช้สำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค หรือผู้ที่มีสภาพร่างกายผิดปกติ โดยทั่วไปอาหารทางการแพทย์มีการให้ทางสายอาหาร เพื่อป้องกันหรือรักษาภาวะขาดอาหาร ผู้ที่ดูแลการให้อาหารทางการแพทย์ คือแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล ซึ่งจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเหล่านี้เป็นอย่างดี เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของสูตรอาหารให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล อาหารทางการแพทย์เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยเมื่อประมาณ20 ปี จากการที่อาหารมีผลกระทบกับการเจ็บป่วย ทำให้เกิดอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคชนิดต่างๆ เช่น อาหารสำหรับโรคปอด โรคไต หรือโรคเบาหวาน ที่มีส่วนประกอบของอาหารต่างๆ กัน เพื่อให้เหมาะกับการเผาผลาญและดูดซึมในผู้ป่วยแต่ละโรค
    ผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นคนไข้กลุ่มหนึ่งที่พบได้ทั่วไป ประมาณการว่าทั่วโลก มีผู้ป่วยเบาหวาน 98.9 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 215 ล้านคน ในปี พ.ศ. 2553 ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดนี้ ครึ่งหนึ่งอยู่ในทวีปเอเชีย ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ ไม่ต้องพึ่งอินซูลิน แต่อาจต้องควบคุมอาหารร่วมไปกับการรักษาด้วยยากินหรือฉีดอินซูลินร่วมด้วย ผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาลพบปัญหาเบื่ออาหารและกินได้ไม่เท่าที่ร่างกายต้อง การ มีปัญหาอัมพาต อัมพฤกษ์ หรือไม่สามารถกินอาหารได้เองหลังผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยแผนกคอ หู จมูก หลังผ่าตัดบริเวณเหล่านี้ จะกินอาหารไม่ได้ ซึ่งต้องให้อาหารทางสายยางซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วยที่เข้ารักษาอยู่ในโรงพยาบาล ดังนั้น การพัฒนาให้มีอาหารทางการแพทย์สำเร็จรูป จะสะดวกในการนำมาใช้กับผู้ป่วย และลดค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีการนำเข้าสินค้าประเภทนี้จากประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณปีละ 400 ล้านบาท
    ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สนับสนุน ศ.ดร.จุฬาภรณ์ รุ่งพิสุทธิพงษ์ และคณะจากภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาอาหารทางการแพทย์ปั่นผสม เป็นอาหารสำเร็จรูป สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอาหารทางการแพทย์สำเร็จรูปชนิดผงสำหรับผู้ป่วย เบาหวานขึ้น โดยใช้วัตถุดิบจากพืชเกษตรที่ผลิตในประเทศ เพื่อสะดวกในการบริโภค มีอายุการเก็บเกี่ยวยาวนาน และราคาถูกกว่าอาหารสูตรจากต่างประเทศ
    จากการวิจัยสูตรอาหารสำหรับโรคเบาหวานปั่นผสม เป็นอาหารสำเร็จรูป แบบชงละลายน้ำ โดยใช้ผลิตผลทางการเกษตรในประเทศ ได้แก่ ฟักทอง กล้วย ข้าวโพด และมีสารอาหารหลักต่างๆ ครบถ้วนตามข้อกำหนดสารอาหารที่ควรบริโภคสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานของสมาคมโรค เบาหวานสหรัฐอเมริกาและข้อกำหนดปริมาณอาหารที่ควรได้รับประจำวันของคนไทย ส่วนอาหารอื่น เช่น วิตามินและเกลือแร่ สามารถเติมได้หลังทำเป็นผงสำเร็จแล้ว จากการทดสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้ พบว่าทำให้ปริมาณน้ำตาล และอินซูลินในเลือดของผู้ป่วยลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารเบาหวานที่ขายในท้องตลาด ที่สำคัญสูตรอาหารดังกล่าวยังผ่านการวิเคราะห์พบว่ามีสารอาหารครบถ้วน มีคอเลสเตอรอลน้อย ให้พลังงานอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีราคาต่ำกว่าอาหารสำหรับโรคเบาหวานทางการค้าอีกด้วย
    ไบโอเทค ได้ร่วมตกลงกับศูนย์ประยุกต์และบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีการผลิตอาหารสำเร็จรูปสำหรับผู้ป่วยเบาหวานในรูป แบบโครงการอาหารสำเร็จรูปทางการแพทย์ ซึ่งหน่วยโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ ภาคอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ใช้เทคโนโลยีผลิตอาหารสำเร็จรูปภายใต้ชื่อ NU-DM สำหรับใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานบางกลุ่มที่ไม่สามารถควบคุมอาหารตาม ปกติได้

สาขาผลงาน : การแพทย์

ชื่อผู้ผลิตผลงาน :
ศ.ดร.จุฬาภรณ์ รุ่งพิสุทธิพงษ์ คณะภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

 

 

พันธุ์ข้าวต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

พิมพ์ PDF

    เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นแมลงศัตรูข้าวที่มักระบาดในช่วงที่อากาศร้อนและ ความชื้นค่อนข้างสูงทำให้ผลผลิตข้าวลดลงทั้งในเขตนาชลประทานภาคกลางและภาค เหนือตอนล่าง ในปีพ.ศ.2533 มีการระบาดรุนแรงในพื้นที่นาภาคกลาง ผลผลิตลดลง1.5-1.8 ล้านตันข้าวเปลือก คิดเป็นมูลค่าในขณะนั้นประมาณ5,000 - 6,000 ล้านบาท และเมื่อต้นปี พ.ศ. 2551 พบการแพร่ระบาดรุนแรงใน อ.สามโก้ จ.อ่างทอง มีพื้นที่นาเสียหาย 100%เกือบ 1,000 ไร่ และพบการระบาดกว่า 70-80% ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 40,000 ไร่
    เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มีปากแทงดูดกินน้ำเลี้ยงจากกาบใบและคอรวงต้นข้าว ตัวเต็มวัยสีน้ำตาลทำลายต้นข้าวในทุกระยะการเจริญเติบโต โดยเฉพาะแปลงนาที่ปลูกข้าวติดต่อกันนานโดยไม่เว้นช่วงพัก มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชผิดประเภทในนาข้าว ทำให้เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดมากขึ้น เนื่องจากแมลงตัวห้ำศัตรูธรรมชาติของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลถูกทำลายในขณะที่ เพลี้ยปรับตัวได้ ต้นข้าวที่ถูกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายจะเหี่ยวแห้งเป็น สีน้ำตาลแก่ในระยะกล้า ต้นข้าวที่ออกรวงมีเมล็ดไม่สมบูรณ์และมีน้ำหนักเบา นอกจากทำลายต้นข้าวโดยตรงแล้ว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลยังเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสโรคใบหงิกทำให้ใบข้าวหงิกไม่ สามารถออกรวงได้
    การปลูกข้าวพันธุ์ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเป็นวิธีที่ดีในการควบคุม ประชากรเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้ลดลง อย่างไรตาม เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้พันธุ์ข้าวที่พัฒนามีความต้านทานระยะสั้นนักวิจัยจึงต้องพัฒนาพันธุ์ ข้าวที่มีความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ถึงแม้ว่าในเขตนาน้ำฝนเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลยังไม่เป็นปัญหาหลัก แต่จากข้อมูลหลายปีที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มีเพิ่มมากขึ้น และจะกลายเป็นปัญหาที่สำคัญอีกปัญหาหนึ่งในการปลูกข้าวนาน้ำฝน และจากการที่ข้าวขาวดอกมะลิ 105และ กข 6 เป็นข้าวสายพันธุ์ดีที่ปลูกในเขตนาน้ำฝน และไม่ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โดยหน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการวิจัยร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และไบโอเทค ได้ร่วมมือกับ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ กข 6 ให้ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
    คณะนักวิจัยทำการรวบรวมและศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของเพลี้ย กระโดดสีน้ำตาลเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการสืบหาพันธุกรรมข้าวที่ต้านทาน เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอในการสืบหาตำแหน่งของยีนเพื่อนำมาใช้ในการคัดเลือก พันธุ์ข้าวต้านทาน ซึ่งคณะนักวิจัยพบว่า ข้าวสายพันธุ์จากประเทศศรีลังกาและอินเดีย มีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในประเทศไทย จึงเป็นแหล่งพันธุกรรมของความต้านทานที่ดี และเมื่อสืบหายีนควบคุมลักษณะความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในข้าวทั้งสอง พันธุ์ พบว่า พันธุ์ข้าวจากศรีลังกามียีนต้านทานอยู่บนโครโมโซมที่ 6 และ 12 ส่วนพันธุ์ข้าวจากอินเดียมียีนต้านทานอยู่บนโครโมโซมที่ 6 จึงพัฒนาโมเลกุลเครื่องหมายดีเอ็นเอที่มีความแม่นยำ สำหรับช่วยในการคัดเลือกความต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจากพันธุ์ข้าวทั้ง สองพันธุ์คณะนักวิจัยได้ปรับปรุงข้าวสายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ให้ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลโดยใช้พันธุ์ข้าวจากศรีลังกาและอินเดีย ผสมกับพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และใช้เครื่องหมายโมเลกุลในการติดตามและคัดเลือกต้นข้าวขาวดอกมะลิที่มียีน ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
    ปัจจุบัน พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ใหม่ที่มียีนต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอยู่ในระหว่างการปลูกคัดเลือก ลักษณะทางการเกษตร และทดสอบด้านผลผลิตและการปรับตัวในแปลงเกษตรกร สำหรับการปรับปรุงพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ 6 ให้ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการคัดเลือกและทดสอบความต้านทานนอกจากนี้ คณะนักวิจัยยังปรับปรุงข้าวสายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ให้ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ต้านทานโรคขอบใบแห้ง และทนน้ำท่วมฉับพลัน และได้พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่มีลักษณะต้านทานทั้งสามรวมอยู่ด้วยกัน และอยู่ในระหว่างการปลูกคัดเลือกลักษณะทางการเกษตรและทดสอบด้านผลผลิตและการ ปรับตัวในแปลงเกษตรกร

ชื่อผู้ผลิตผลงาน :
หน่วยปฏิบัติการค้นหาและใช้ประโยชน์ยีนข้าว ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

 
หน้า 268 จาก 393
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป