กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์พร้อมระบบอบแห้ง

พิมพ์ PDF

 

                                                
      ผสมวัตถุดิบส่วนผสมอาหารสูตรโปรตีน 35 % ในภาชนะ จากนั้นนำส่วนผสมเทลงในกะบะป้อนวัตถุดิบของเครื่อง วัตถุดิบส่วนผสมอาหารปลาจะตกสู่กระบอกเกลียวลำเลียง และจะถูกใบเกลียวลำเลียงซึ่งอยู่ภายในกระบอกเกลียวลำเลียง นำพาวัตถุดิบส่วนผสมอาหารปลาเขา้ สู่กระบอกรีด ภายในกระบอกรีดจะมีชุดลูกรีดทำการรีดวัตถุดิบ ส่วนผสมอาหารปลาผ่านออกตามรูต่างๆ ที่เจาะไว้โดยรอบกระบอกรีดจากนั้นเม็ดอาหารปลาที่รีดผ่านรูเจาะแล้วจะถูกตัดท่อน โดยชุดตัดท่อนตกสู่กระบะรองรับเม็ดอาหารสัตว์ จากนั้นจึงตกสู่ตะแกรงลำเลียงของระบบอบแห้งเม็ดอาหารปลาจะค่อย ๆ ถูกลำเลียงอยู่ภายในเครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์พร้อมระบบอบแห้งห้องอบแห้งนานประมาณ 3 นาที ที่อุณหภูมิอบแห้งระหว่าง 120 – 130 องศาเซลเซียส เม็ดอาหารที่แห้งแล้วจะออกจากตะแกรงลำเลียงฝั่งตรงข้าม ตกสู่ภาชนะรองรับ สำหรับระบบใบเกลียวลำเลียงและชุดลูกรีดใช้แกนเพลาส่งกำลังร่วมกันโดยรับกำลังขับมาจากมอเตอร์ 2.2 kW 1450 rpm ทดรอบผ่านชุดเกียร์ทดรอบและชุดเฟืองโซ่ โซ่ ส่วนระบบตัดท่อนเม็ดอาหารสัตว์ ใช้กำลังขับจากมอเตอร์กระแสตรง สำหรับตะแกรงลำเลียง ซึ่งเคลื่อนที่ภายในห้องอบแห้งเคลื่อนรอบชุดลูกกลิ้งหัวท้าย ซึ่งรับกำลังขับมาจากมอเตอร์ 0.187 kW 1450 rpm ทดรอบผ่านชุดเกียร์ทดรอบและชุดพูลเลย์ สายพาน

 

ลักษณะเด่นของเครื่อง 
     สามารถอัดเม็ดอาหารสัตวไ์ด้ 53 กิโลกรัมวัตถุดิบ/ชั่วโมง ส่วนระบบอบแห้ง สามารถอบได้ 34 กิโลกรัมเม็ดอาหารแห้ง/ชั่วโมง ระยะเวลาคืนทุน 1 ปี 4 เดือน ค่าไฟฟ้าในการเดินเครื่อง 14,196 บาทต่อปี สามารถนำเครื่องต้นแบบไปผลิตอาหารหมูได้

 

สนับสนุนโดย
โครงการประดิษฐ์กรรมเพื่อการพัฒนาชนบท
สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ : 0 2333 3927
โทรสาร  : 0 2333 3931

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
นายประพันธ์ ศิริพลับพลา
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ : 0 5394 4146 ต่อ 914
โทรสาร : 0 5321 7287
โทรศัพท์มือถือ : 08 1884 0728
E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

 

ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดสุนัข

พิมพ์ PDF

ผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดสุนัข

     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บหมัดสำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากส่วนผสมจากสมุนไพรไทย “ไพล” และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเป็นหลักผลิตภัณฑ์ที่ดำเนินการวิจัยมี 3 ผลิตภัณฑ์ คือ

     1. แชมพูสำหรับกำจัดเห็บ หมัด
          สรรพคุณ สามารถฆ่า เห็บ หมัดจากสุนัขได้ภายใน 15-30 นาที และไม่ระคายเคืองต่อผิวหนังของสุนัขและผิวหนังของผู้ใช้
     2. สเปรย์สำหรับกำจัดเห็บ หมัด
          สรรพคุณ สามารถฆ่า เห็บ หมัดและต้านการอักเสบที่ผิวหนัง
     3. ครีมกำจัดเห็บ หมัด
          สรรพคุณ สามารถฆ่า เห็บ หมัดและต้านการอักเสบที่ผิวหนังผลิตภัณฑ์ทั้งสามชนิดได้ผ่านการทดสอบประเมินความปลอดภัยด้านการก่อความระคายเคืองต่อผิวหนังและการก่อการแพ้ พบว่ามีความปลอดภัยต่อการใช้งาน

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
ดร.ชุลีรัตน์ บรรจงลิขิตกุล
ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ : 0 2577 9000
โทรสาร : 0 2577 9009
Call center : 0 2579 3000
E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

เจลไพลบาล์ม

พิมพ์ PDF

เจลไพลบาล์ม

     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) โดยฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ได้ศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์เจลจากไพลให้มีคุณภาพดีขึ้น ในการบรรเทาอาการอักเสบ เคล็ดยอก และบวม โดยเพิ่มสาร Counter irritant เพื่อให้มีโลหิตไหลเวียนมาบริเวณเคล็ด ยอก มากขึ้น และเพิ่มสารที่ชว่ ยเรง่ ใหส้ ารสำคัญซึมเขา้ บริเวณที่อักเสบเร็วขึ้นทำให้ยาออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น และได้ผ่านการทดสอบความระคายเคืองต่อผิวหนังแล้ว (Skin irritation test)

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
นายอรรคชัย ตันตราวงศ์
ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ : 0 2577 9000
โทรสาร : 0 2577 9009
Call center : 0 2579 3000
E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

กระทรวงวิทย์ฯ ผนึกอมตะ ตั้งเมืองวิทยาศาสตร์เอกชนแห่งแรกในประเทศไทย

พิมพ์ PDF

       ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  เดินหน้าโครงการเมืองวิทยาศาสตร์เอกชนแห่งแรกในประเทศไทย  ในพื้นที่กว่า 1.000 ไร่  ตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและวิจัยระดับสากล  

 

 

       ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  นำคณะสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ  เยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร และพื้นที่ก่อสร้างโครงการเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ โดยมี คุณวิกรม  กรมดิษฐ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  คุณสมหะทัย  พานิชชีวะ  ประธานเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ  บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  และผู้บริหารให้การต้อนรับ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี  เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553

 

 

 

 

        ดร.คุณหญิงกัลยา  โสภณพนิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายวิทยาศาสตร์  เทคโนโลยีการวิจัยและนวัตกรรมที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว รวมทั้ง ครม.ได้อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนั้น  เพื่อเป็นการเชื่อมโยงสังคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับภาคเศรษฐกิจของประเทศ  อันเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ กรอ.วท. ขึ้นเพื่อเป็นกลไกในการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯกับภาคเอกชน  ทั้งภาคเกษตรกรรม  อุตสาหกรรม  ผู้ประกอบการต่างๆ

          กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้มอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  ร่วมกับภาคเอกชน โดย บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  จัดทำโครงการเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ  เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษา  วิจัย และพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับประเทศ  มุ่งเน้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรของเอกชนและภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด  สนับสนุนให้มีการจ้างงานและพัฒนาคุณภาพฝีมือแรงงานเฉพาะทาง  และเพิ่มสมรรถนะประเทศไทยจากการเป็นฐานการผลิตไปสู่ประเทศที่เป็นฐานการค้นคว้า วิจัย พัฒนาของภูมิภาคเอเชีย  โดยหลังจากที่ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกันพร้อมกับมหาวิทยาลัยอีก 8 แห่ง  เมื่อวันที่ 7 มกราคม  ที่ผ่านมา  ขณะนี้แผนการดำเนินงานคืบหน้าไปอย่างรวดเร็ว   ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการแต่งตั้งที่ปรึกษาเพื่อเสนอร่างนโยบายรัฐและประเภทอุตสาหกรรมที่เหมาะสม  คาดว่ารายงานดังกล่าวจะแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม  2553  หลังจากนั้น  จะเริ่มก่อสร้างสาธารณูปโภคส่วนกลางภายในพื้นที่เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ ต่อไป  ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ให้ความสำคัญกับโครงการดังกล่าวมาก  และจะติดตามผลงานให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว  รวมทั้งจะมีการแจ้งความก้าวหน้าให้ ครม. ทราบทุก 3 เดือน

      



  

          ด้าน นางสมหะทัย  พานิชชีวะ  ประธานเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ  บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า  ขณะนี้กลุ่มอมตะฯ และภาครัฐ วางแผนเดินหน้าโครงการ “เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ” อย่างเต็มรูปแบบแล้วภายหลังจากที่กลุ่มอมตะฯ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ  คาดว่ามูลค่าโครงการฯ ประมาณ  5,000 ล้านบาท ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างโครงการ กว่า 1,000 ไร่   ตนมั่นใจว่านิคมอุตสาหกรรมอมตะมีความพร้อมทุกด้านในการก่อสร้างโครงการ  เนื่องจากเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย กว่า 700 โรงงาน  การคมนาคมขนส่งที่สะดวกด้วยถนนที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพกับโครงการฯ กว่า 30 เลน  ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิ 30 นาที   จากท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง 35 นาที  ทั้งยังมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค  สามารถรองรับการขยายตัวในอนาคตได้ กว่า 6,000 ไร่  หลังจากโครงการเสร็จสมบูรณ์แล้ว เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ จะมีศักยภาพเทียบเท่าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสากล   

     

 

 

ผู้เขียนข่าว : นางสาวอุษา  ขุนเปีย  / นายนที  ใจดี  
                      กลุ่มงานประชาสัมพันธ์    โทร 0 2354 4466  ต่อ 120

ถ่ายภาพโดย : นางสาวสุนิสา  ภาคเพียร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์  โทร 0 2354 4466  ต่อ 199 

 

 

 

 

ยาทาภายนอกแก้ฟกบวมจากไพล

พิมพ์ PDF

ยาทาภายนอกแก้ฟกบวมจากไพล

     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) โดยฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ได้ทำการศึกษาผลการต้านอาการอักเสบของน้ำมันไพล พบว่า น้ำมันไพลสามารถต้านการอักเสบชนิดเฉียบพลันที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบที่อุ้งเท้าหนูและใบหูหนูได้เป็นอย่างดี จึงได้มีการศึกษาขนาดความเข้มข้นของน้ำมันไพลที่เหมาะสมในการต้านการอักเสบสำหรับมนุษย์และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สะดวก รูปแบบใหม่ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ไพลชนิดลูกกลิ้งเพื่อสะดวกต่อการใช้ถูนวด ไม่เลอะมือ และผลิตภัณฑ์เจลไพลบาล์มซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทาแก้อักเสบชนิดทาถูนวด แบบเพิ่มความร้อน (couterirritant) ผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดเป็นผลิตภัณฑ์ยาสำหรับทาภายนอกสำหรับต้านการอักเสบประเภทที่ไม่ใช่ สเตียรอยด์ มีสรรพคุณในการต้านอาการอักเสบ ฟกบวมได้ดี อีกทั้งยังผ่านการศึกษาประเมินความปลอดภัยด้วยวิธีการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันต่อผิวหนัง (Acute dermal toxicity test) และการทดสอบความระคายเคืองต่อผิวหนัง (Skin irritationtest)ตลอดจนการทดสอบการยอมรับในตัวผลิตภัณฑ์จากผู้บริโภคอีกด้วย

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
ดร.กฤติยา ทิศยากร, นายอรรคชัย ตันตราวงศ์
ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า
อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
โทรศัพท์ : 0 2577 9000
โทรสาร : 0 2577 9009
Call center : 0 2579 3000
E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 
หน้า 268 จาก 354
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป