กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก

แหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และอื่นๆ.



การปรับปรุงคุณภาพทางจุลินทรีย์ของแหนมด้วยรังสีแกมมา

พิมพ์ PDF

การปรับปรุงคุณภาพทางจุลินทรีย์ของแหนมด้วยรังสีแกมมา     แหนมเป็นอาหารพื้นบ้านที่นิยมบริโภคกันมากชนิดหนึ่งของไทย ทำจากเนื้อหมูดิบ หนังหมูต้ม สุกขาวกระเทียม เกลือ ดินประสิวและผงชูรส นำมาบดหรือสับให้ละเอียดแล้วผสมคลุกเคล้ากันให้ทั่ว บรรจุถุงพลาสติกอัดให้แน่น ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน ก็สามารถนำไปรับประทานได้ แหนมจะมีรสเปรี้ยวซึ่งเกิดจากการหมักตัวของจุลินทรีย์กลุ่มบักเตรีแลคติก การบริโภคแหนมนิยมบริโภคดิบโดยไม่ผ่านการปรุงให้สุกด้วยความร้อนก่อน ดังนั้นผู้บริโภคจึงมีโอกาสเสี่ยงจะได้รับอันตรายจากพยาธิและเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคได้ เช่น โรคพยาธิกล้ามเนื้อ และเชื้อโรคท้องร่วงซาลโมเนลลาการฉายรังสีแกมมา เป็นวิธีการหนึ่งที่มีการศึกษาแล้วว่า สามารถใช้ทำลายพยาธิและเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคในอาหารได้ เช่น รังสีปริมาณ 2 กิโลเกรย์ พบว่าเพียงพอที่จะทำลายเชื้อโรคท้องร่วงซัลโมเนลลาที่อาจติดมากับเนื้อหมูในแหนมได้สำหรับพยาธิงานวิจัยพบว่า รังสีปริมาณ 0.6 กิโลเกรย์ สามารถใช้ทำลายพยาธิที่พบในเนื้อหมูได้ การทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัส ตรวจไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในเรื่อง สี กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส ระหว่างแหนมไม่ฉายรังสีกับแหนมฉายรังสี การนำแหนมไปฉายรังสี ควรให้แหนมหมักตัวเป็นระยะเวลา 1-3 วันก่อนจึงนำไปฉายรังสีที่ปริมาณ 2 กิโลเกรย์ แหนมฉายรังสีสามารถเก็บได้นาน 10 วันที่อุณหภูมิห้อง หรือ 2 เดือน ที่อุณหภูมิตู้เย็น (5-20 องศาเซลเซียส)

 

ขั้นตอนการปฏิบัติก่อนการนำแหนมไปฉายรังสี
1. ให้ขอใบอนุญาตการใช้ฉลากแหนมฉายรังสีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน
2. เมื่อได้รับเลขทะเบียน อย. แหนมฉายรังสีแล้วจึงจะนำแหนมไปรับการฉายรังสีได้
3. แหนมที่จะฉายรังสีจะต้องผลิตและปล่อยให้หมักตัวก่อนอย่างน้อย 1-2 วัน จึงจะส่งไปรับการฉายรังสีได้
4. ติดฉลากแหนมฉายรังสีให้สมบูรณ์
5. ส่งแหนมไปฉายรังสีที่ศูนย์ฉายรังสี อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หรือโรงงานฉายรังสีของเอกชน

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
นายยุทธ์พงศ์ ประชาสิทธิศักดิ์
กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
16 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0 2579 5230, 0 2596 7600 ต่อ 2321
โทรสาร   : 0 2562 0121
โทรศัพท์มือถือ : 08 9817 2142
E-mail   : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

การผลิตแยมผลไม้และแยมพืชผักสมุนไพร โดยใช้เพคตินธรรมชาติจากเนื้อกล้วย

พิมพ์ PDF

การผลิตแยมผลไม้และแยมพืชผักสมุนไพร โดยใช้เพคตินธรรมชาติจากเนื้อกล้วย     แยม (jam or fruit jam) โดยปกติผลิตจากผลไม้ ซึ่งองค์ประกอบหลักในการผลิตแยม คือต้องใช้ผลไม้ที่มีปริมาณเพคตินสูง หรือมีการเติมเพคตินผง ร่วมกับการเติมนํ้าตาลใหมี้ความหวานที่เหมาะสม ซึ่งตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) แยมผลไม้ต้องมีปริมาณสารที่ละลายได้ทั้งหมด (สัมพันกับค่าความหวาน) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 และมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) เท่ากับ 3.0-3.2

     กรมวิทยาศาสตร์บริการได้พัฒนาเทคนิคการผลิตแยมโดยใช้เ้นื้อกล้วยเป็นแหล่งของเพคติน หรือกล่าวได้ว่าเป็นการใช้เพคตินธรรมชาติจากเนื้อกล้วย ทั้งนี้เทคนิคการผลิต คือ ใช้กลวยนํ้าว้า กล้วยไข่ หรือกล้วยเล็บมือนาง ที่ระดับความสุกเพียงเล็กน้อย หรือที่เรียกวา่ ห่าม ซึ่งจะมีปริมาณเพคตินอยูสู่ง นำเนื้อกล้วยผ่านความร้อนเพื่อทำลายเอนไซม์เพื่อป้องกันไม่ให้เ้นื้อกล้วยเปลี่ยนเป็นสีนํ้าตาล และใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตแยมผลไม้หรือแยมพืชผักสมุนไพรการเติมผลไม้ชนิดอื่นเพื่อให้ได้แยมผลไม้ผสม(mixed fruit jam) ทำให้แยมมีสีสวย รสชาติดี หรือการเติมผัก เช่น แครอทก็สามารถทำได้้เมื่อใช้เ้ทคนิคดังนี้ ทำใหผู้ผลิตแยมได้โดยใช้วัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องใช้เ้พคตินผงที่มีราคาแพง

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
นางวรรณดี มหรรณพกุล
สำนักเทคโนโลยีชุมชน กรมวิทยาศาสตร์บริการ
75/7 ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0 2201 7420,7415
โทรสาร : 0 2201 7102
E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

การใช้วิธีการฉายรังสีแกมมาลดการสูญเสียของมะขามหวาน ระหว่างการเก็บรักษา

พิมพ์ PDF

การใช้วิธีการฉายรังสีแกมมาลดการสูญเสียของมะขามหวาน ระหว่างการเก็บรักษา     เชื้อราและแมลงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่มะขามหวาน การผึ่งแดด การอบด้วยไอน้ำ ลมร้อน และเตาไมโครเวฟ สามารถลดปัญหาที่เกิดจากเชื้อราได้ แต่ไม่สามารถกำจัดแมลงที่อยู่ภายในฝักมะขามหวานได้ทั้งหมด จากการศึกษาวิจัยพบว่า ถ้านำมะขามหวาน ไปลดความชื้นลงด้วยการผึ่งแดด หรืออบไอน้ำ หรืออบด้วยตู้อบไมโครเวฟและนำไปฉายรังสีปริมาณ 1 กิโลเกรย์ จะสามารถลดการสูญเสียของมะขามหวานจากเชื้อราและแมลงได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ การลดความชื้นในเนื้อมะขามหวานลงจะทำให้เชื้อราไม่สามารถเจริญได้ ส่วนแมลงที่อาจติดมาในฝักมะขามหวานจะถูกทำลายจนหมดสิ้นด้วยการฉายรังสีแกมมามะขามหวานที่ผ่านการฉายรังสีแล้วสามารถเก็บได้นานไม่น้อยกว่า 8 เดือน โดยยังมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของผู้ชิมการทดลองวางจำหน่ายมะขามหวานฉายรังสีในบริเวณองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) ศูนย์การค้าของกรุงเทพมหานครและบางจังหวัดในภาคอีสาน พบวา่ ผู้บริโภคที่ซื้อมะขามหวานฉายรังสีไปรับประทานแล้ว ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 95) มีความพอใจคุณภาพของมะขามหวานฉายรังสีในเรื่องการปลอดจากเชื้อราและแมลง

 

ขั้นตอนการปฏิบัติก่อนการนำมะขามหวานไปฉายรังสี
1. ก่อนนำมะขามหวานไปฉายรังสีจะต้องไปยื่นขอใบอนุญาตการใช้ฉลากมะขามหวานฉายรังสีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อน เมื่อได้รับเลขทะเบียน อย. มะขามหวานฉายรังสีแล้ว จึงจะนำมะขามหวานไปรับการฉายรังสีได้
2. สวนมะขามหวานควรมีการควบคุมการระบาดของราและแมลงโดยการพ่นสารเคมีหากพบการระบาดเก็บมะขามหวานที่แกจัดอย่าให้ฝักแตก ตัดก้านที่ขั้วให้สั้น คัดเลือกเอาแต่ฝักที่ดี ไม่แตก และไม่มีร่องรอยการทำลายของแมลง
3. นำไปผึ่งแดดประมาณ 1/2 วัน แล้วนำมากองรวมกันในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี
4. เรียงบรรจุมะขามหวานลงในกล่องพีวีซีที่สามารถป้องกันแมลงจากภายนอกไม่ให้เข้าไปได้อีก
5. บรรจุน้ำหนัก 1 หรือ 1/2 กิโลกรัม ปิดฝาให้สนิทและปิดผนึกด้วยกาวเทปพลาสติก ติดฉลากผลิตภัณฑ์ฉายรังสีให้เรียบร้อย
6. ส่งมะขามหวานไปฉายรังสีที่ศูนย์ฉายรังสี หรือโรงงานฉายรังสีที่อยู่ใกล้เท่าที่โอกาสจะอำนวย

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
นายยุทธ์พงศ์ ประชาสิทธิศักดิ์
กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์
สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
16 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0 2579 5230, 0 2596 7600 ต่อ 2321
โทรสาร   : 0 2562 0121
โทรศัพท์มือถือ : 08 9817 2142
E-mail     : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

การใช้รังสีปรับปรุงคุณภาพด้านสุขอนามัยของกุ้งจ่อม

พิมพ์ PDF

การใช้รังสีปรับปรุงคุณภาพด้านสุขอนามัยของกุ้งจ่อม     การฉายรังสีกุ้งจ่อม การศึกษาวิจัยพบว่าวิธีการฉายรังสีปริมาณ 6 กิโลเกรย์ ใช้ปรับปรุงคุณภาพด้านสุขอนามัยของกุ้งจ่อมได้ทำให้ผู้บริโภคปลอดจากจุลินทรีย์ที่ก่อโรคทางเดินอาหาร และจุลินทรีย์ที่แสดงคุณภาพด้านสุขอนามัยของอาหาร ขณะเดียวกันช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของกุ้งจ่อมให้ได้นานขึ้นกว่าเดิมกุ้งจ่อมฉายรังสีเก็บที่อุณหภูมิห้องได้นานไม่น้อยกว่า 1 เดือน กุ้งจ่อมที่ผ่านการฉายรังสีจะมีคุณภาพผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.กุ้งจ่อม) กำหนด

 

ขั้นตอนการปฏิบัติก่อนการนำกุ้งจ่อมไปฉายรังสี
1. ผู้ผลิตกุ้งจ่อมต้องปรับปรุงสถานที่ผลิตให้ผ่านการประเมินเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (GMP)จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดก่อน จึงไปยื่นขอใบอนุญาตการใช้ฉลากกุ้งจ่อมฉายรังสีได้ เมื่อได้รับเลขทะเบียน อย. กุ้งจ่อมฉายรังสีแล้วจึงจะนำกุ้งจ่อมไปรับการฉายรังสีได้
2. กุ้งจ่อมที่นำไปฉายรังสีควรผ่านการหมักให้ได้ที่ก่อน บรรจุในถุงพลาสติกที่ปิดมิดชิด แล้วบรรจุในถ้วยพลาสติกหรือกล่องกระดาษอีกชั้นเพื่อป้องกันการแตกและเพื่อให้เกิดความสวยงาม
3. บรรจุกุ้งจ่อมตามน้ำหนักที่เคยจำหน่ายตามปกติ (ประมาณ 300 กรัม/ถุง) พร้อมทั้งติดสลากกุ้งจ่อมฉายรังสี
4. ส่งกุ้งจ่อมไปฉายรังสีที่ศูนย์ฉายรังสี หรือโรงงานฉายรังสีที่อยู่ใกล้สถานที่ผลิต

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
นายยุทธ์พงศ์ ประชาสิทธิศักดิ์
กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ
16 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์   : 0 2579 5230, 0 2596 7600 ต่อ 2321
โทรสาร    : 0 2562 0121
โทรศัพท์มือถือ : 08 9817 2142
E-mail   : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 

เทคโนโลยีผลิตอาหารไทยสำเร็จรูปในถุงรีทอร์ต

พิมพ์ PDF

เทคโนโลยีผลิตอาหารไทยสำเร็จรูปในถุงรีทอร์ต

     อาหารไทย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักและนิยมบริโภค มีความเป้นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างจากอาหารชาติอื่น ทั้งในด้านรสชาติ ข้าวหอมมะลิที่เป็นข้าวพันธุ์ดีของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก เมื่อนำมาหุงเป็นข้าวสวยจะมีลักษณะเนื้อนุ่มเหนียวและมีกลิ่นหอม และอาหารบางประเภทมีพืชสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ เช่น แกงเขียวหวาน ต้มยำ ต้มข่าไก่

     เทคโนโลยีผลิตอาหารไทยสำเร็จรูปในถุงรีทอร์ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมบริโภคได้ทันที ผลิตโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์อาหาร ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ด้วยความร้อนระดับสเตอริไลซ์ ผลิตภัณฑ์จึงปลอดเชื้อจุลินทรีย์ และเก็บที่อุณหภูมิห้องได้นาน 1 ปี ในขั้นตอนการเชื้อจุลินทรีย์อาหารในถุงรีทอร์ตการส่งผ่านความร้อนเกิดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ใช้ระยะเวลาสั้นกว่าอาหารที่บรรจุกระป๋อง ผลิตภัณฑ์อาหารจึงมีคุณภาพดีทั้งในด้าน สี กลิ่นรส และลักษณะเนื้อ

     กรมวิทยาศาสตร์บริการได้ศึกษาวิจัยผลิตอาหารไทยสำเร็จรูปบรรจุในถุงรีทอร์ต ได้แก่ ข้าวหอมมะลิสำเร็จรูป ข้าวกล้องหอมมะลิสำเร็จรูปข้าวเสริมสุขภาพสำเร็จรูป แกงเขียวหวานไก่ต้มยำ ต้มข่าไก่ ผัดเผ็ดสะตอกุ้ง แกงส้มกุ้งยอดมะพร้าว และขนมไทย เช่น ทองหยอด ทองหยิบ และฝอยทอง

 

ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
นางวรรณดี มหรรณพกุล
สำนักเทคโนโลยีชุมชน กรมวิทยาศาสตร์บริการ
75/7 ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ : 0 2201 7420,7415
โทรสาร : 0 2201 7102
E-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

 

 

 
หน้า 268 จาก 367
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป