ระบบ DAS ที่พัฒนาขึ้นเป็นระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่มีการควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และติดต่อ ข้อมูลระยะไกลผ่านเครือข่ายสื่อสารใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ไปยังหน่วยควบคุมระยะไกล(Remote Terminal Unit : RTU) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องในระบบจำหน่ายหรือสายป้อน ทั้งระดับแรงดัน 12 และ 24 กิโลโวลต์ และทำให้การควบคุมระบบจำหน่ายไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูง กล่าวคือ ทราบปัญหาความผิดปกติของระบบไฟฟ้า สามารถจำกัดขอบเขตการเกิดปัญหาไฟฟ้าดับ ลดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา เป็นต้น โดยประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ สถานีแม่ (Master Station) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเก็บข้อมูลและควบคุมการทำงานของทั้งระบบ และหน่วยควบคุมระยะไกล (RTU) ซึ่งเป็นเสมือนตัวควบคุมแบบโปรแกรมได้ (PLC) ที่รองรับการสั่งงาน ระยะไกลจาก Master Station รวมถึงทำการรายงานสถานะของอินพุตเอาท์พุตที่ต่อไปยัง Load Break Switch :LBS เพื่อเฝ้าดูสถานะและควบคุมการทำงาน และรายงานค่าตัวแปรทางไฟฟ้าต่างๆ
เป้าหมายการควบคุมและจัดการอยู่ที่อุปกรณ์ในสายป้อนของระบบจำหน่าย (Load Break Switch, LBS หมายถึง อุปกรณ์ตัดตอนที่นำมาใช้แทนสวิตช์ใบมีดสามารถปลด และสับได้ขณะมีโหลด) และข้อมูลที่ต้องการเช่น แรงดันไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้า เป็นต้น ระบบ DAS สามารถตรวจจับการเกิดกระแสลัดวงจร (Fault) และบริเวณที่เกิดการลัดวงจร เพื่อให้ผู้ส่งการสามารถแยกส่วนที่ลัดวงจรออกจากระบบจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว ในกรณีที่มีกระแสลัดวงจรเกิดขึ้นใน สายป้อน ระบบ DAS ซึ่งได้ติดตั้ง RTU ไว้กับสวิตช์ในสายป้อน จะทำหน้าที่ตรวจจับความผิดปกติของกระแสที่ไหลผ่าน สวิตช์แต่ละตัว หากพบกระแสลัดวงจร ก็จะรายงานกลับมายังสถานีแม่ (Master Station) ทำให้พนักงานที่สถานีแม่ ทราบการเกิดกระแสลัดวงจรได้และสามารถออกคำสั่งควบคุมระยะไกล เพื่อทำการปลดสวิตช์แยกส่วนที่เกิดกระแสลัดวงจร ออกจากระบบจำหน่าย และสับสวิตช์เพื่อจ่ายไฟฟ้าจากสายป้อน สำรองเข้าจ่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าในส่วนที่ไม่เกิดการ ลัดวงจร ซึ่งจะทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณแคบและจะมีไฟฟ้าดับเฉพาะบริเวณที่เกิดการลัด วงจรเท่านั้น ด้วยวิธีการนี้จะ เห็นว่าที่สถานีแม่สามารถควบคุมและทำการสับเปลี่ยนการจ่ายไฟฟ้าได้ทันที นอกจากความสามารถที่ได้กล่าวมาแล้ว RTU ที่ติดตั้งอยู่ในระบบจำหน่ายจะทำหน้าที่ในการตรวจจับเหตุการณ์และอ่านข้อมูล สถานะการทำงานของอุปกรณ์ รวมทั้งทำการวัดค่าทางไฟฟ้า ณ จุดต่างๆ ในระบบจำหน่ายที่มี RTU ติดตั้งอยู่เพื่อทำการตรวจจับและอ่านค่าสั่งมายัง สถานีแม่ นอกจากนี้อีกความสามารถหนึ่งของ RTU ก็คือความสามารถทำงานในโหมดการทำงานแบบอัตโนมัติตาม โปรแกรมที่ปรับตั้งไว้ในตัว RTU กล่าวคือ RTU มีความสามารถในการตรวจสอบสถานการณ์ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้ กำหนดไว้หรือไม่ ถ้าสถานการณ์เป็นไปตามเงื่อนไข RTU จะสั่งการให้อุปกรณ์ที่ถูกควบคุมทำงานตามที่ได้โปรแกรมไว้ระบบ DAS ถูกนำมาใช้งานเพื่อลดระยะเวลาไฟฟ้าดับและความเสียหายที่จะเกิดขี้นกับผู้ใช้ ไฟฟ้าเมื่อเกิดระบบไฟฟ้าขัดข้อง รวมทั้งเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน Switching
ประโยชน์ของผลงาน
- เพื่อวิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบควบคุมระบบจำหน่ายอัตโนมัติ (Distribution Automation System : DAS)สำหรับใช้งานภายใน กฟน. และขยายผลไปสู่การผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
- เพื่อลดการนำเข้าและพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ประกอบกับระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถปรับปรุงและพัฒนาเพิ่มเติมให้เข้ากับความ ต้องการได้อย่างต่อเนื่อง
การจำแนกการนำไปใช้ประโยชน์
อุตสาหกรรม : การผลิต
การผลิต : การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การพัฒนากระบวนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เป็นต้น
ความมั่นคง ภัยพิบัติ
การดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป
ชื่อผู้ผลิตผลงาน :
นายอุดม ลิ่วลมไพศาล
หน่วยปฏิบัติการวิจัยพัฒนาการควบคุมและระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม (ICA)




















