กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีLanguage Selection Thai (ภาษาไทย)Language Selection English (United Kingdom)
หน้าหลัก ข่าวสารหน่วยงาน

ข่าวสารหน่วยงาน

รวบรวมข่าวสารประชาสัมพันธ์ และข่าวทั่วไป ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คลอบคลุม ทั้ง ข่าวกิจกรรม ภาพข่าวกิจกรรมของ หน่วยงานในสังกัดกระทรวง

 



กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เสนอแนะองค์ปกครองท้องถิ่นพังงาเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมแก้ไขปัญหาขยะครบวงจร

พิมพ์ PDF



      

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ประจำภูมิภาค ภาคใต้ (ศวภ.3) ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพังงา จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ในหัวข้อ “เทคโนโลยีการบริหารจัดการขยะและการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้” เสนอรูปแบบเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อเป็นทางเลือกให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จ.พังงา พิจารณานำไปวางแผนพัฒนาท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพชีวิตและสภาพสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2556 ณ โรงแรมรามาดา เขาหลัก จ.พังงา


       จากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาประเทศให้เกิดความก้าวหน้าด้วยกลไกทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างความได้เปรียบและทันเทียมกับนานาประเทศ และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงพร้อมสนองนโยบายรัฐบาล โดยเร่งนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นตามภูมิภาคให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ตลอดจนรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืน โดยเฉพาะพื้นที่ในแถบอันดามันซึ่งมีความได้เปรียบทั้งทางด้านภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลาย สามารถสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความได้เปรียบดังกล่าวให้มีความยั่งยืน ทั้งนี้ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล จึงได้มอบหมายให้ นายกฤษ ศรีฟ้า เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รับผิดชอบดูแลและบริหารจัดการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมยกระดับการพัฒนาจังหวัดพังงาและพื้นที่ฝั่งอันดามันให้ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

       ด้านนายกฤษ ศรีฟ้า เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดกล่าวในการเปิดประชุมว่า “ตนเองเป็นคนฝั่งอันดามันจังหวัดพังงา และยังดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เห็นว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ       มีบุคลากรที่ประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักวิชาการ และนักเทคโนโลยี ซึ่งเป็นแหล่งองค์ความรู้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้จำนวนมาก และวิทยาการที่มีในแต่ละด้านสามารถนำมาปรับใช้กับยุทธศาสตร์แผนงานการพัฒนาจังหวัด ท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดพังงา ที่เน้นการพัฒนาใน 4 ด้าน ได้แก่ การศึกษา การเกษตร การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซึ่งขณะนี้ ตนเองได้นำนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ลงพื้นที่พังงาและฝั่งอันดามันอย่างต่อเนื่อง

 

 

       นายกฤษฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน โดยเฉพาะเรื่องขยะมูลฝอยนับเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข และหากปัญหาดังกล่าวสะสมอยู่ในพื้นที่เขตเมือง เขตชุมชนและเขตการท่องเที่ยว จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาว ทั้งนี้ หน่วยงานระดับจังหวัดและท้องถิ่นต่างทราบกันดีว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ และนับวันยิ่งจะเพิ่มภาระให้กับองค์กรส่วนท้องถิ่นทั่วทุกแห่งของประเทศหรือทั่วโลก ดังนั้น เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการหาแนวทางแก้ไขปัญหาขยะให้เกิดความยั่งยืน การคัดเลือกวิธีการและเทคโนโลยีบริหารจัดการที่เหมาะสม มาใช้และดำเนินการในแต่ละพื้นที่จึงเป็นภาระหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ จะเป็นผู้พิจารณา เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะพื้นที่ ปริมาณขยะ ความพร้อมของประชาชน ตลอดจนงบประมาณทีจะดำเนินการ”

       กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะชุมชน โดยมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมทั้งที่เป็นเทคโนโลยีของหน่วยงานภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และของสถาบันการศึกษาซึ่งดำเนินงานร่วมกันจนประสบความสำเร็จ มาถ่ายทอดและนำเสนอเพื่อเป็นแนวทางให้ท้องถิ่นได้พิจารณาตลอดจนผู้นำท้องถิ่นสามารถขอคำปรึกษาวิธีการกำหนดแผนงานโครงการที่เหมาะสมกับการบริหารจัดการขยะในระยะยาวได้ ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ก็พร้อมจะทำงานร่วมกับท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้ท้องถิ่นเข้าใจเข้าถึง และสามารถนำองค์ความรู้ มาปรับใช้ในการพัฒนา ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสังคม จนกลายเป็นสังคมฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้อย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ

 

ข่าวโดย: เทียรทอง ใจสำราญ   ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานกระทรวงวิทยาศาสตร์ ประจำภูมิภาค ภาคใต้ (ศวภ.3)
             โทรศัพท์ 074 -282931 โทรสาร 074 282 930  Email: อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

เผยแพร่โดย : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

 

ครบรอบ 15 ปี สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ “ตอบโจทย์ประเทศไทย ตอบได้ด้วยมาตรวิทยา”

พิมพ์ PDF

      

      วันนี้ (13 มิถุนายน 2556) เวลา 09.00 น. นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานครบรอบ 15 ปี สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ การสัมมนาในหัวข้อ “ตอบโจทย์ประเทศไทย ตอบได้ด้วยมาตรวิทยา” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน 2556 ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี และวันที่ 14 มิถุนายน 2556สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สาขาพระรามหก โดยมี นายประยูร เชี่ยววัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ วิทยากรบรรยายจากภาครัฐและเอกชน และผู้เข้าร่วมสัมมนาร่วมงานกว่า 300 คน


       นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 15 ปี ของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการก้าวไปสู่ความเข้มแข็งของสถาบันฯที่สร้างความเที่ยงตรงในการสอบเทียบ ตรวจสอบ และก่อให้เกิดความเป็นธรรมในระบบต่างๆ และไม่เพียงแค่ในประเทศเท่านั้น สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติถือเป็นที่รู้จัก สร้างความเชื่อถือ และนานาประเทศให้การยอมรับ ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ในวันที่ประเทศจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า สินค้าต่างๆ จากทั่วโลกจะพบกับการกีดกันทางการค้ามากขึ้นเนื่องจากสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ฉะนั้น ผู้ที่จะตอบโจทย์และแก้ปัญหาเหล่านี้ได้คือ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ในการสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นให้กับสินค้าไทยให้มีคุณภาพในระดับโลก ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยไปสู่ตลาดโลกได้อย่างภาคภูมิ


       ด้าน นายประยูร เชี่ยววัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2541 ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศนั้น ทางสถาบันฯ ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและรัฐบาลด้วยดีมาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็ได้รับความร่วมมือจากนักมาตรวิทยาและจากสถาบันมาตรวิทยาจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศเยอรมนี ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ที่สนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีและวิชาการจนสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นั้นมาได้ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของนักมาตรวิทยาในเวลานั้น ในวันนี้ผ่านมา 15 ปี สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติถือได้ว่าเป็นสถาบันชั้นนำแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน วัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้คือ เพื่อทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนกับผู้ใช้ประโยชน์ซึ่งในปัจจุบันขยายขอบเขตมากยิ่งขึ้นจากสมัยเริ่มต้นที่มีเพียงแค่ภาคอุตสาหกรรม แต่ปัจจุบันขยายไปสู่ภาคการเกษตร การส่งออก สาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม การลงทุนทางด้านมาตรวิทยามีความจำเป็นทางด้านทรัพยากรทั้งบุคคลและการเงิน ฉะนั้นถ้าสามารถรู้ถึงเป้าหมายที่ตรงก็จะดำเนินการได้อย่างมรประสิทธิผล อีกประการคือ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ใช้เทคโนโลยีทางมาตรวิทยาในการแก้ปัญหาทางด้านอุตสาหกรรมและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะจุดประกายความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ และประการสุดท้ายคือ การนำองค์ความรู้ได้สั่งสมมาตลอดเวลา 15 ปี เพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นจริงกับภาคธุรกิจและภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ต่อไป

เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ และนายรัฐพล หงสไกร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

 

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2556

พิมพ์ PDF

      

  นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2556 โดยมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2556 เวลา 09.00 น. ณ อาคารเรียนรวมและอำนวยการ (อาคาร 14) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีข้าราชการ กลุ่มครู นักเรียน รวมทั้งประชาชนมากมายมาให้การต้อนรับ

 

 

    ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2556

  นายกรัฐมนตรีได้แจ้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบเกี่ยวกับภาพรวมการลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร และพิจิตร) โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ที่สำคัญตามแนว east west corridor ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะจุดนี้เป็นจุดที่จะมีการลงทุนตามโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท โดยจะมีการสร้างสถานีรถไฟทั้งที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดนครสวรรค์ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ทั้ง 4 จังหวัดมีการบูรณาการร่วมกันเพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ได้

     นอกจากนี้ยังเล็งเห็นว่าในพื้นที่ 4 จังหวัดดังกล่าวมีพืชเกษตรที่สำคัญ 3 ชนิด คือ ข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งจะต้องพิจารณาว่า พืชเกษตรทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวจะมีการบริหารจัดการอย่างไร เช่น ควรจะปลูกพืชอะไรให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่สุด เพราะในแต่ละพื้นที่มีโรงงานที่ผลิตและส่งออกที่แตกต่างกันออกไป จึงขอให้มีการเน้นเรื่องการเกษตรแปรรูป

     รวมทั้ง นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการพัฒนา cluster ท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 2 เพราะเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีความน่าสนใจ โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะมีการบูรณาการร่วมกันใน 4 แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และห้วยขาแข้ง โดยจะเน้นในการพัฒนาการท่องเที่ยว 2 เรื่อง คือ การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 4 แห่งดังกล่าว รวมถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และให้จังหวัดดำเนินการผลักดันและติดตามอีกทางหนึ่งด้วย

     ส่วนการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องมีการแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบทั้งในบึงสีไฟและบึงบอระเพ็ด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพในการจัด workshop ตามแผนที่ทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้มีการวางไว้ให้สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ตลอดจนจัดเป็นแหล่งที่เที่ยวส่งเสริมอาชีพ และมีการจัดระเบียบการใช้พื้นที่ รวมทั้งเน้นย้ำให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปดำเนินการห้ามไม่ให้มีการรุกล้ำ พื้นที่ทั้งในส่วนของบึงบอระเพ็ด และบึงสีไฟ

     ทั้งนี้จากการที่ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร และพิจิตร) และได้เดินทางไปยังโรงงานน้ำตาลทิพกำแพงเพชร นั้น เห็นว่าโรงงานน้ำตาลดังกล่าวเป็นโรงงานที่ไม่มีขยะจากวัตถุดิบที่นำมาผลิต น้ำตาล เพราะสามารถนำชานและกากอ้อยไปผลิตพลังงานต่อไปได้ จึงอยากให้มีการศึกษาเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามแม้จะมีโรงงานน้ำตาลและมีการปลูกอ้อยในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว แต่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่อยู่นอกการปลูกบริเวณของโรงงานฯ ไม่สามารถส่งกลับไปที่โรงงานน้ำตาลได้ เพราะมีปัญหาเรื่องคุณภาพความหวาน นายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าไปบริหารจัดการและดำเนินการที่จะพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรชาวไร่อ้อยใน พื้นที่ดังกล่าว

     ขณะเดียวกัน จังหวัดกำแพงเพชรยังเป็นจังหวัดที่มีการปลูกมันสำปะหลังเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีโรงงานอะยิโนะโมะโต๊ะ ที่ใช้มันสำปะหลังมากที่สุด แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่ได้มีการซื้อมันสำปะหลังจากพื้นที่นี้ โดยมีการตรวจพบว่าปัจจุบันโรงงานแป้งมัน 8 โรง ที่จังหวัดกำแพงเพชรสู้ราคาที่จังหวัดนครราชสีมาไม่ได้และคุณภาพมันเป็นคนละ แบบ นายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าไปดูแลในการที่จะบริหารจัดการอย่างไรต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพและสามารถส่งมันสำปะหลังให้กับโรงงานที่ต้องการใช้แป้ง มันสำปะหลังได้

     พร้อมกันนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีการอภิปรายโครงการรับจำนำข้าวว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยยอมรับว่าขณะนี้เรื่องที่ถูกโจมตีคือเรื่องการขาดทุน 260,000 ล้านบาท ซึ่งได้มีลงพื้นที่ชี้แจงไปที่จังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่มีที่มาที่ไปและไม่มีหลักการในการคำนวณ ขณะเดียวกันจะต้องรอเอกสารของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีที่จะนำเข้าสู่คณะ กรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยจะยุติที่ตัวเลขของ กขช. เพื่อจะชี้แจงต่อสาธารณชนต่อไป ซึ่งที่ประชุม ครม. แจ้งว่าตัวเลขที่ กขช. สรุปมาเป็นอย่างไรก็จะเป็นตัวเลขนั้น เรื่องของการขาดทุนจากการรับจำนำข้าว รวมทั้ง ครม. ยังเสนอให้มีบุคคลกลางในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าว เพราะที่ผ่านมาข้อมูลไม่มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ นายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รวบรวมทุกข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเรื่องสต็อกข้าว รายได้ การขายข้าว และข้าวคงค้าง เป็นต้น เพื่อให้มีข้อมูลที่มีความเป็นเอกภาพและเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลใน เรื่องข้าวต่อไป ทั้งนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ปลัดมหาดไทย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ) ให้ข้อมูลดังกล่าวต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวราเทพ รัตนากร)  ซึ่งหวังว่าการบูรณาการข้อมูลเช่นนี้จะทำให้สาธารณชนและประชาชนรับทราบ ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน

     ขณะที่ในส่วนของเรื่องราคาผลไม้ตกต่ำนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์หามาตรการที่จะช่วยเหลือ และเร่งรัดให้คณะกรรมการ OTOP โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จัดกิจกรรม OTOP เพื่อช่วยเหลือกิจการค้าขายผลไม้โดยเร็ว ซึ่งการจัดกิจกรรม OTOP ครั้งนี้ เน้นเทศกาลอาหารและผลไม้สดจากทุกจังหวัด โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าต้องการเห็นการนำอาหาร เครื่องดื่ม และผลไม้สดมาจาก 77 จังหวัด โดยไม่ซ้ำกัน รวมทั้งต้องการให้มีการรับการสั่งซื้อผลไม้ล่วงหน้า และให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นผู้จัดส่งผลไม้ไปยังประชาชนเพื่อระบายผลไม้ให้กับประชาชนซึ่งจะทำให้ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

 

เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ นายรัฐพล หงสไกร และนายพิริยะ เผ่าพงษา
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

 

วรวัจน์ฯ มอบเลขานุการ รมว.วท. เปิดศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตมันสำปะหลัง ภาคเหนือ

พิมพ์ PDF

      

           นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มอบหมายให้ นายกฤษ ศรีฟ้า เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการผลิตมันสำปะหลัง ภาคเหนือ จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2556 โดยมี นายนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสุชาติ ทองรอด เกษตรจังหวัดกำแพงเพชร และเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลัง ให้การต้อนรับ

 

 



       ทั้งนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง ประเทศไทย (วว.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้นำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลัง อาทิ การวิเคราะห์สายพันธุ์ โรคและแมลง วิธีการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง การแปรรูปพลาสติกชีวภาพ การผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง การผลิตเอทานอล เป็นต้น

 

เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ นายรัฐพล หงสไกร และนายพิริยะ เผ่าพงษา
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

 

นายวรวัจน์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ เปิดงาน FIX IT CENTER คนดีศรีอาชีวะพัฒนาศูนย์ซ่อม สร้าง เสริมชุมชน

พิมพ์ PDF

      

       เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2556 เวลา 15.30 น. นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน FIX IT CENTER คนดีศรีอาชีวะพัฒนาศูนย์ซ่อม สร้าง เสริมชุมชน โดยวิทยาลัยเทคนิคแพร่ มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกให้นักเรียนอาชีวะได้ทดลองปฏิบัติงานจริงและช่วยลดรายจ่ายของคนในชุมชน ทั้งการซ่อมระบบและอุปกรณ์ไฟฟ้า ประปา เครื่องยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร การสร้างสุขา สิ่งก่อสร้างเพื่อสาธารณประโยชน์ สะพาน สนามเด็กเล่น การเสริมสร้างภูมิทัศน์ ฝึกอาชีพให้คนในชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการต่อยอดผลิตภัณฑ์ โดย นายอภิชาต โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ร่วมในพิธีด้วย ณ องค์การบริหารส่วนตำบลนาจักร อ.เมือง จ.แพร่

 

 

       นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่เราจะยกระดับการศึกษาในระดับปฏิบัติการให้มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ในส่วนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ทำความร่วมมือเพื่อเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับสถาบันอาชีวะศึกษา อาทิ ศูนย์นาโนเทคโนโลยี สวทช. ต่อไปนักเรียนอาชีวะจะได้สัมผัสกับเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ เพราะประเทศจะเจริญได้ก็ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และนักเรียน นักศึกษาที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

 

เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ นายรัฐพล หงสไกร และนายพิริยะ เผ่าพงษา
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

 
หน้า 1 จาก 263
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป