header
Home ข่าวสารหน่วยงาน ด้วยพระบารมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 13 องค์กรใหญ่ของประเทศ

ด้วยพระบารมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 13 องค์กรใหญ่ของประเทศ

พิมพ์ PDF

จับมือลงนามความร่วมมือไทย-เซิร์น หวังร่วมวิจัยพัฒนาด้านฟิสิกส์อนุภาค และเทคโนโลยีสารสนเทศขั้นสูง
 


     ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยทรงสนพระทัยและได้เสด็จพระราชดำเนินเยือนองค์กรเซิร์น ณ สมาพันธสวิส ถึง 4 ครั้ง ในครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552 ได้มีการลงนามในเอกสารแสดงเจตจำนงที่จะมีความร่วมมือกัน (Expression of Interest : EOI) ระหว่างสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) และเซิร์น  โดยพระองค์ท่านทรงมีพระกรุณาธิคุณเสด็จประทับเป็นองค์ประธานสักขีพยาน ในการลงนามครั้งนั้นด้วย  จุดประสงค์ของการลงนามเพื่อแสวงหาความร่วมมือในการส่งนักศึกษาและครูไทยไปร่วมโครงการภาคฤดูร้อน รวมทั้งสนับสนุนให้นักฟิสิกส์จากประเทศไทยเข้าร่วมทำงานวิจัยในโครงการของเซิร์น


     สืบเนื่องจากการลงนามในครั้งนั้น  จึงได้เกิดความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยระหว่างหน่วยงานระดับชาติ 13 หน่วยงาน จับมือลงนามในบันทึกข้อตกลงตาม “โครงการความร่วมมือไทยกับเซิร์น” หวังพัฒนากำลังคนด้านฟิสิกส์ที่ขาดแคลน เปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัยไทยได้ทำงานร่วมกับนักฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก  รวมถึงการร่วมใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ระบบสื่อสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเทคโนโลยีด้านต่างๆ มาใช้ในวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ของไทย
      ดร.วีระพงษ์  แพสุวรรณ  รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า  ท่านรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณมายังผู้บริหารองค์การ นักวิชาการ ร่วมถึงผู้ที่มีส่วนทำให้เกิดบันทึกข้อตกลงทางวิชาการนี้ขึ้น และท่านรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับความร่วมมือของสถาบันทางวิชาการชั้นนำของประเทศไทยจำนวนมากที่สุดที่เกิดขึ้นในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการที่มีความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกเช่นเซิร์น นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำทางวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย


     นับว่าความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยกับเซิร์นนี้จะนำมาซึ่งการสร้างประโยชน์แก่วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยเป็นอย่างมากในอนาคต การจัดทำบันทึกความร่วมมือทางวิชาการของความร่วมมือระหว่างไทยกับเซิร์นของ 13 หน่วยงานในครั้งนี้ เป็นการสนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่องค์กรระหว่างประเทศได้มาร่วมกันเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยกับเซิร์น พัฒนาขีดความสามารถทางด้านฟิสิกส์ให้กับเด็กและเยาวชน ครู นักวิจัยไทย ผ่านองค์การและกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความร่วมมือนี้ จะนำมาซึ่งการพัฒนาบุคลากรด้านฟิสิกส์อนุภาค อันเป็นสาขาที่ขาดแคลน ตลอดจนการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษา หรือทุนวิจัย แก่นักวิจัย การพัฒนาห้องปฏิบัติการวิจัย  รวมถึงการร่วมใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด สื่อสารสนเทศ สาธารณูปโภค ทรัพยากรต่างๆ ที่แต่ละหน่วยงานมีร่วมกัน ถือเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่งที่นักวิชาการของไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้ถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มีหลากหลายแขนงภายในห้องปฏิบัติการด้านต่างๆ ขององค์กรเซิร์น และจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งถ้าท่านสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้มาปรับใช้ได้จริงภายในประเทศไทย
    ศ.ดร.ไพรัช  ธัชยพงษ์  ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และประธานคณะอนุกรรมการความร่วมมือด้านวิชาการและวิจัยกับเซิร์น กล่าวว่า “การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการไทยกับเซิร์น รวมถึงการจับมือขององค์กรหลักทางวิชาการทั้ง 13 หน่วยงานในครั้งนี้  เกิดขึ้นได้ด้วยพระบารมีและพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างแท้จริง  ด้วยพระองค์ได้ทรงสนพระทัยในความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของเซิร์น โดยได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ที่เซิร์นถึง 4 ครั้ง  ในหลายวโรกาสได้ทรงมีพระราชดำริว่า หากนักวิทยาศาสตร์ของไทยได้มีโอกาสทำงานวิจัยร่วมกับเซิร์น จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทยเป็นอย่างมาก  เพื่อสนองแนวพระราชดำริดังกล่าว จึงได้เกิดการประสานงานระหว่างทีมผู้บริหารของเซิร์นและสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ถึงความเป็นไปได้ในการร่วมมือทางวิชาการในแขนงที่เกี่ยวข้อง
     ภายใต้ความร่วมมือนี้ จะนำมาซึ่งการพัฒนาบุคลากรด้านฟิสิกส์อนุภาค อันเป็นสาขาที่ขาดแคลน ตลอดจนการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นิสิต นักศึกษา หรือทุนวิจัย แก่นักวิจัย การพัฒนาห้องปฏิบัติการวิจัย รวมถึงการร่วมใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด สื่อสารสนเทศ สาธารณุปโภค ทรัพยากรต่างๆ ที่แต่ละหน่วยงานมีร่วมกัน ถือเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่งที่นักวิชาการของไทยจะได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้ถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอันทันสมัยที่มีหลากหลายแขนงภายในห้องปฏิบัติการด้านต่างๆ ขององค์กรเซิร์น และทั้ง 13 หน่วยงานจะร่วมกันดำเนินกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือระหว่างไทยกับเซิร์นใน 4 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการคัดเลือกนักศึกษา และครูสอนฟิสิกส์ เพื่อร่วมโปรแกรมภาคฤดูร้อนของเซิร์น 2. โครงการส่งเสริมการจัดกิจกรรมวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเซิร์น (งานบริการวิชาการ) 3. โครงการ National e-Science Infrastructure Consortium 4. โครงการส่งเสริมนักศึกษาปริญญาโท-เอก นักวิจัย ไปทำวิจัย ณ เซิร์น และพัฒนาให้เกิดการทำวิจัยร่วมกับเซิร์น
            โดย 13 หน่วยงานที่ร่วมลงนามในครั้งนี้ ได้แก่ 1) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 3) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 5) มหาวิทยาลัยมหิดล 6) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  7) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 8) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย  9) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)  10) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน)  11) สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) 12) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และ 13) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน)



ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
ถ่ายภาพข่าว : นายองอาจ ทองเปลี่ยน

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป