กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภาษาไทยEnglish
หน้าหลัก นโยบายและยุทธศาสตร์ การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 สำหรับนาปรัง

การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 สำหรับนาปรัง

พิมพ์ PDF

    ประเทศไทยส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกมากว่า 20 ปี ในปี พ.ศ. 2550 ส่งออกข้าวได้ 9.20 ล้านตันคิดเป็นมูลค่า 119,304 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 32 ในปีเพาะปลูก 2549/2550 มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปี 57.54 ล้านไร่ ได้ผลผลิตข้าวเปลือก 22.84 ล้านตัน มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง 10.07 ล้านไร่ ได้ผลผลิตข้าวเปลือก 6.80 ล้านตัน โดยผลิตข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้าอื่นๆ และข้าวเหนียว คิดเป็นร้อยละ 28, 45 และ 27 ของผลผลิตทั้งหมดตามลำดับจากพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวทั้งหมด 18.2 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 ซึ่งเป็นข้าวนาปีถึง 15 ล้านไร่ คิดเป็นพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 ร้อยละ 83 ของพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวทั้งหมด และคิดเป็นร้อยละ 26 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดของประเทศ
    ข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกมากเป็นอันดับสองรองจากข้าวเจ้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 สาเหตุที่เกษตรกรนิยมปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 เนื่องจากเป็นพันธุ์ข้าวเหนียวที่ข้าวสุกอ่อนนุ่ม และมีกลิ่นหอม แต่ปัญหาของการปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 คือ เป็นข้าวนาปีซึ่งไวต่อช่วงแสงจึงปลูกได้เฉพาะฤดูนาปีเท่านั้นไม่สามารถปลูก ในฤดูนาปรังได้
    คำว่า "ข้าวนาปี หรือข้าวไวต่อแสง" เป็นพันธุ์ข้าวที่ปลูกได้เฉพาะในฤดูฝน ออกดอกตรงตามฤดูกาลเพราะต้องการช่วงแสงจำเพาะเพื่อการออกดอก (ไวต่อช่วงแสง) ไม่ว่าจะปลูกข้าวพันธุ์นั้นเมื่อใด เช่น การปลูกข้าวเจ้าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ในภาคอีสาน ไม่ว่าจะปลูกข้าวพันธุ์นี้เมื่อใด จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคมเท่านั้น ส่วนคำว่า "ข้าวนาปรังหรือ พันธุ์ข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง" เป็นพันธุ์ข้าวที่มีอายุการเก็บเกี่ยวค่อนข้างแน่นอน เมื่อมีอายุครบถึงระยะเวลาออกดอกจะออกดอกโดยไม่ต้องอาศัยช่วงแสงเป็นตัว กำหนด จึงปลูกข้าวชนิดนี้ได้ตลอดทั้งปี แต่เกษตรกรมักจะเรียกว่าข้าวนาปรังแม้ว่าจะปลูกได้ตลอดปีทั้งในฤดูนาปีที่ อาศัยน้ำฝน และในช่วงฤดูแล้งที่ต้องใช้น้ำชลประทาน
    เพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 ให้ปลูกได้ทั้งฤดูนาปีและนาปรัง ศูนย์ พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ร่วมกับ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่กรมการข้าว ทำการวิจัยและพัฒนาเพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าว กข 6 ให้ไม่ไวต่อช่วงแสง และ u3617 มีคุณภาพการหุงต้มและลักษณะอื่นๆ เหมือนกับพันธุ์ กข 6 โดยใช้โมเลกุลเครื่องหมายในการคัดเลือกร่วมกับวิธีการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้ง เดิม (conventional breeding) ปัจจุบันได้สายพันธุ์ข้าวเหนียวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง และเมื่อทดลองปลูกข้าวเหนียว กข 6 ที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์เปรียบเทียบกับข้าวเหนียว กข 6 พันธุ์เดิมที่ไวต่อแสงในเรือนทดลอง โดยให้ต้นข้าวทั้งสองพันธุ์ได้รับแสง 14 ชั่วโมง/วัน ซึ่งเป็นสภาพวันยาว ต้นข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 เดิมไม่ออกดอกแสดงว่าเป็นข้าวไวต่อช่วงแสงที่ปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้นส่วน ต้นข้าวเหนียวสายพันธุ์ กข 6 ที่ได้จากปรับปรุงพันธุ์ออกดอกได้ จึงใช้ปลูกได้ทั้งในฤดูนาปีและนาปรัง
    การทดสอบผลผลิตเบื้องต้นในฤดูนาปี 2550 ที่นาทดลองของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่พบว่า ผลผลิต องค์ประกอบของผลผลิต คุณสมบัติทางกายภาพของเมล็ดข้าวเปลือกและข้าวสารของสายพันธุ์ข้าว กข 6 ไม่ไวต่อช่วงแสงที่ได้จาdการปรับปรุงพันธุ์ไม่แตกต่างกับข้าวพันธุ์ กข 6 เดิม เมื่อนำข้าวสารของสายพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 ไม่ไวต่อช่วงแสงไปหาปริมาณสารหอม ในข้าว พบว่ามีสารหอมเช่นเดียวกับข้าวพันธุ์ กข 6 เดิม ในขั้นต่อไป คณะนักวิจัยต้องนำสายพันธุ์ข้าวเหนียว กข 6 ไม่ไวต่อช่วงแสงนี้ไปปลูกทดสอบร่วมกับข้าวพันธุ์ กข 6 กข 10 และสันป่าตอง 1 ในหลายพื้นที่ และหลายฤดูอย่างน้อย 2-3 ปี เพื่อศึกษาศักยภาพในการให้ผลผลิต ลักษณะทางการเกษตรอื่นๆ รวมทั้งลักษณะกายภาพและคุณภาพในการหุงต้ม ตามขั้นตอนของกรมการข้าว ก่อนเผยแพร่ให้เกษตรกรนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อไป ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เกษตรกรไทยจะปลูกข้าวเหนียวพันธุ์ กข 6 ได้ตลอดปีทั้งในฤดูนาปีและนาปรัง

ชื่อผู้ผลิตผลงาน :
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

 
หน่วยงานในสังกัดกระทรวง
สำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานปลัดกระทรวง กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป