Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ประชุมสนับสนุนงานวิจัยและนักวิจัยเพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรมไทย

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

     นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเรื่อง “การสนับสนุนนักวิจัยและงานวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ  ในการแข่งขันที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทย” พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายการสนับสนุนการวิจัย เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย”  ร่วมกับ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  โดยมีผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาระดับอธิบดี  รองอธิบดี คณบดี ผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมประมาณ 500 คน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2555 เวลา 09.00 น. ณ ห้องคริสตัล ฮอลล์ ชั้น 3 โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายในการสร้างนักวิจัยพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย (ระยะเวลา 15 ปี มีเป้าหมายสร้างนักวิจัยระดับปริญญาโท 11,400 คน ปริญญาเอก 10,500 คน) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสู่ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge – based economy) แบบสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ อีกทั้งเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่อ อุตสาหกรรม (พวอ.) และแนวทางในการขอรับทุนแก่สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนด้วย

     นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนนักวิจัยและงานวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันที่ยั่งยืนและมั่นคงของอุตสาหกรรมไทย โดยขอให้มีการเชื่อมโยงการทำงานด้านการวิจัยระหว่างหน่วยงานวิจัยของรัฐ มหาวิทยาลัยและภาคเอกชนให้มีความสอดคล้องกัน โดยต้องการเห็นการตั้งโจทย์การวิจัยจากความต้องการของผู้ใช้ เช่น ภาคเอกชน เพื่อจะได้นำผลงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติอย่างแท้จริง ดังนั้นการประชุมวันนี้จึงเป็นเวทีที่ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เพื่อให้ได้โจทย์ที่สอดคล้องกัน ทั้งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตร การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางด้านพลังงาน การเพิ่มผลผลิตทางภาคอุตสาหกรรม การใช้เทคโนโลยี ฯลฯ ขณะเดียวกันในส่วนของทุนวิจัย “1 ทุน 1 มหาวิทยาลัย” โดยเฉพาะงานวิจัยที่มีอยู่แล้วขอให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และภาครัฐ เพื่อนำงานวิจัยที่มีอยู่แล้วไปดำเนินการสู่แนวทางปฏิบัติให้เกิดผลเป็น รูปธรรม ส่วนงานวิจัยที่จะดำเนินการในอนาคตขอให้มีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจน เพื่อรองรับกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป 

     ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าว่า งบประมาณประเทศไทยใช้ประเมินตามรายได้ ถ้ารัฐบาลไม่สามารถทำเป็น Project Base ได้ก็จะไม่มีงบประมาณเด่นๆ เกิดขึ้น จึงควรทำเป็น Project Base เพื่อให้เกิดความคิดใหม่ๆ และการตั้งเป้าหมายภาคอุตสาหกรรม ผลักดันและพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมให้ได้จึงจำเป็นต้องทำการวิจัยร่วมด้วยและควรมีการตัดสินใจในเชิงยุทธศาสตร์สนับสนุนการวิจัยเพื่อการค้า สนับสนุนธุรกิจด้านอุตสาหกรรม เพิ่มศักยภาพและจำนวนของนักวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี ทั้งนี้ หาก เอสเอ็มอี ไทยไม่ขยับตัว ไม่สามารถเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำได้โดยเลือกเป็นผู้ตามทุกสถานการณ์ ก็จะเสียพื้นที่ตลาด สิ่งสำคัญคือ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้จักตัวเอง ประเมินสถานะ และเลือกที่จะรุกเพื่อเป็นผู้นำ หรือรับเพื่อเป็นผู้ตามในสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น การนำพาประเทศไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนจะต้องเตรียมความพร้อมและความเข้มแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม จากการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-Based Economy) ที่ต้องให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม“เราจำเป็นต้องมีนักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความชำนาญ รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูง สร้างองค์ความรู้ภายในประเทศ” อุทยานวิทยาศาสตร์หรือนิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์สามารถใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาองค์ความรู้ ด้วยจากโจทย์ที่ชัดเจน มีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน และสามารถได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี นักวิชาการ นักธุรกิจ สร้างบุคลากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ เสริมทัพ สร้างความเข้มแข็งให้ไทยพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมั่นคง



เขียนข่าวโดย : นีรนุช  ตามศักดิ์
เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ


 

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready