Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ดร.ปลอดประสพ แถลงผลการดำเนินงานครบรอบ 1 ปี กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

 ดร.ปลอดประสพ  สุรัสวดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงข่าวผลการดำเนินงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดยมี นายกมล  บันไดเพชร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมแถลงข่าว โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมในงาน ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2555


          ดร.ปลอดประสพ  สุรัสวดี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ไม่เหมือนกระทรวงอี่นๆ ที่มีโครงการสั้นๆ หรือปานกลาง วัดผลได้ง่าย งานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นงานที่ใช้เวลามาก แต่ผลยืนยาว โดยผลงานของ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ผมจะแบ่งออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ 1. นโยบายและการพัฒนา 2. การแก้ไขปัญหาระดับชาติ 3. การแก้ไขปัญหาระดับชุมชน และ 4. งานวิจัยดีเด่น  ใน 4 หมวดนี้มีเรื่องที่น่าสนใจ 37 เรื่อง แต่ผมคัดมาวันนี้ 11 เรื่อง ในหมวดแรกนโยบายและการพัฒนา ผู้ทำมีความสำเร็จถึง 21 เรื่อง  ผมคัดมา 7 เรื่อง ได้แก่ 1. ซึ่งเป็นพื้นฐานของประเทศและของกระทรวงฯ และเรารอคอยมานานอย่างยิ่ง คือ นโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ถือว่าเป็นฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งผมเชื่อว่านโยบายฉบับนี้จะเป็นกระดูกสันหลังของประเทศในโอกาสต่อๆ ไป โดยแผนนี้แบ่งเป็น 5 ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในบริบทของวิทยาศาสตร์ และเชื่อว่าแผนนี้จะช่วยเลื่อนลำดับความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศไทย จากลำดับที่ 26 ในปัจจุบัน ไปสู่ลำดับที่ 16 ภายใน 5 ปีนี้ และหวังว่าจะทำให้ลำดับความสามารถในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชนของไทยอยู่ใน 1 ใน 10 ของโลก  เป้าหมายที่ว่านี้จำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 2 % ของ GDP หรือประมาณ 3 แสนล้าน ซึ่งขณะนี้ยังหายไกล และหวังว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต 2. นับแต่เดือนหน้าเป็นต้นไปจะมีสิ่งที่เรียกว่า นิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์ภูมิภาค เกิดขึ้นพร้อมกัน 3 ภูมิภาค ซึ่งเกิดจากการประชุม ครม. สัญจร ทั้ง 3 ครั้ง โดยนิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ทั้ง 3 ภูมิภาคนี้จะเน้น SMEs เน้นการใช้ความสามารถของกลุ่มมหาวิทยาลัยในภูมิภาค โดยมีโจทย์ของภูมิภาคที่เห็นว่าเด่นจนสามารถจะนำประเทศได้ ซึ่งกระบวนการนี้จะมีระยะเวลาดำเนินการ 5-10 ปี ในวงเงินประมาณ 8 พันล้าน ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยในภูมิภาคเป็นที่พึ่งของผู้ประกอบธุรกิจในภูมิภาคขนาดกลางและขนาดเล็ก จะทำให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็ง จะทำให้มหาวิทยาลัยได้ทำในสิ่งที่ควรทำและเป็นโจทย์จริง และได้ออกนอกบริบทของการเป็นครูอาจารย์ สู่โลกของการแข่งขัน
          3. การถวายความจงรักภักดีและเทิดพระเกียรติ พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องธรรมชาติวิทยา เกี่ยวกับการจัดการดินและน้ำ โดยจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พระราม 9 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงระบบนิเวศที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกหลานของเราในอีก 1-2 ปีข้างหน้า  4. การจัดตั้งสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีระบบขนส่งทางรางแห่งชาติ ซึ่งทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องบอกว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เหมาะที่สุดที่จะทำในขณะนี้ เพราะเรื่องสถาบันรางเกี่ยวข้องกับทางด้านวิศวกรรม  คอมพิวเตอร์  ด้านวัสดุ หลายสาขา และไม่มีกระทรวงใดพร้อม และต่างเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการ เราหวังว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้จะเป็นการพยายามเรียนรู้ระบบขนส่งทางรางและอุตสาหกรรมราง และเป็นการพัฒนาระบบการขนส่งทางรางที่บูรณาการ  5. จะจัดตั้งสถาบันพัฒนาการออกแบบที่เป็นสากลและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่จะทำให้ผู้สูงอายุอยู่ได้โดยไม่เป็นภาระของคนอื่น 6. การพัฒนาทักษะด้านช่างและความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อยกระดับอาชีวศึกษาให้มีความรู้และทักษะ ซึ่งประเทศไทยยังขาดบุลากรที่มีทักษะอยู่เป็นแสนคน 7. อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ประเทศไทยมีเทคโนโลยีเพียงพอที่จะผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ โดย ปตท. ได้ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยลดปัญหามลภาวะและเรื่องการรีไซเคิล


          ด้านการแก้ปัญหาระดับชาติ ผลักดันให้สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยสร้างกระบวนการคิด และวันนี้เราสามารถสร้างโทรมาตรได้ด้วยตนเอง มีคลังข้อมูลกลางน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ เป็นระบบกลางในการรวบรวมข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำ ทั้งข้อมูลพื้นที่ ข้อมูลสถิติ ข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบัน ข้อมูลคาดการณ์และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การแจกจ่ายและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมชลสิทธิ์ทนน้ำท่วมฉับพลัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร อ. ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำท่วม และเทคโนโลยีเครื่องสีข้าวระดับครัวเรือน ทำให้ชาวบ้านมีวิธีคิดในการเก็บข้าวของตนเอง
     ด้านผลงานวิจัยและพัฒนาที่โดดเด่น อาทิ สารชีวบำบัดภัณฑ์ KEEEN สามารถย่อยสลายน้ำมันปิโตรเลียมเพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์ทางการค้าสำหรับกำจัดคราบน้ำมันทางชีวภาพ”  เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ๓ มิติ ผ่าตัดฟันเครื่องแรกในไทย ซึ่งต่างจากเครื่องถ่ายภาพรังสี (X-ray) แบบสองมิติโดยทั่วไป ทำให้การวินิจฉัยโรคบริเวณช่องปาก ขากรรไกร และกระดูกใบหน้ามีความแม่นยำมากขึ้น ลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยจะได้รับและมีความละเอียดของภาพสูงกว่าเครื่อง CT เดิม และการผลิตน้ำมันจากสาหร่ายน้ำจืด เทคโนโลยีสำคัญในการผลิตเชื้อเพลิงใหม่ทดแทนดีเซล โดยใช้วัตถุดิบที่ไม่ใช่พืชอาหาร คือ สาหร่ายน้ำจืด


ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
ถ่ายภาพ :    นายรัฐพล  หงสไกร

 

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready