Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

        สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดพิธีเปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา” ในวันอังคารที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๖ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา” อย่างเป็นทางการ ณ สถานีทวนสัญญานทีโอที อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กม.๔๔.๔ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่


       วันอังคารที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๕.๐๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา บริเวณสถานีทวนสัญญาทีโอที อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กิโลเมตรที่ ๔๔.๔ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิบดีผู้พิพากษาภาค ๕ แม่ทัพภาคที่ ๓ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๕ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการจัดงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ และผู้แทนสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัย

 


       เมื่อเสด็จฯ ถึงพลับพลาพิธี ทรงประทับพระราชอาสน์ รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร นายนายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาของหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา
       จากนั้น เสด็จฯ ออกจากพลับพลาพิธีไปยังอาคารควบคุมหอดูดาว เสด็จขึ้นชั้น ๒ ของอาคารควบคุมฯ ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการและห้องควบคุมกล้องโทรทรรศน์ขนาด ๒.๔ เมตร จากนั้นเสด็จขึ้นชั้น ๓ ของอาคาร ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา”
       จากนั้น เสด็จฯ เข้าไปภายในหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา บริเวณชั้น ๒ ทรงลงพระนามาภิไธยบนแผ่นทองเหลืองบริเวณฐานกล้องโทรทรรศน์ เสด็จขึ้นชั้น ๓ ทอดพระเนตรกล้องโทรทรรศน์ขนาด ๒.๔ เมตร จากนั้นเสด็จออกจากหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา ประทับรถยนต์พระที่นั่งไปยังเรือนที่ประทับแรมพิเศษดอยผาตั้ง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 

  

       หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ที่มีมาตรฐานระดับสากลทัดเทียมกับนานาชาติ ก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการอย่างกว้างขวางกับนักวิชาการและหน่วยงานทางดาราศาสตร์ทั่วโลก ซึ่งจะเป็นส่วนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาดาราศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผลดีอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาด้านดาราศาสตร์ของประเทศไทย

  


       ใน ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐบาลได้เห็นชอบให้โครงการหอดูดาวแห่งชาติเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา เป็นโครงการในพระราชดำริฯ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๒ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามหอดูดาวแห่งชาติฯ ว่า “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา” เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๔ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ต่อปวงชนชาวไทย และวงการดาราศาสตร์ของประเทศ
        หอดูดาวแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา ตั้งอยู่ ณ บริเวณสถานีทวนสัญญาณทีโอที อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนนท์ กม. ๔๔.๔ อำเภอจอมทอง  จังหวัดเชียงใหม่  พิกัด ๑๘° ๓๔’ ๒๑’’ N และ ๖๘° ๒๙’ ๐๗’’E  สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๒,๔๕๗ เมตร มีทัศนวิสัยทางดาราศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ อยู่สูงจากระดับฟ้าหลัว มีสภาพอากาศปลอดโปร่งสามารถสังเกตการณ์ท้องฟ้าได้เฉลี่ยมากกว่า ๒๐๐  คืนต่อปี รวมทั้งยังปราศจากแสงจากเมืองใหญ่รบกวน ประกอบด้วยอาคารหลัก ๒ หลัง คือ อาคารหอดูดาว และอาคารควบคุม มีพื้นที่ใช้สอยทั้งสิ้น ๕๐๑.๓ ตารางเมตร เป็นอาคารหอดูดาว ๕๐.๓๐ ตารางเมตร และอาคารควบคุม ๔๕๑ ตารางเมตร
        อาคารหอดูดาวเป็นอาคารที่ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒.๔ เมตร ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์หลักของหอดูดาวฯ  มีลักษณะเป็นอาคารทรงกระบอก ฝังฐานรากลึก ๒๑ เมตร ผนังอาคารเป็นผนัง  วงแหวน (Ring Wall) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๘.๔ เมตร ส่วนบนติดตั้งโดม (Dome) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๙ เมตร สูง ๕.๕ เมตร ความสูงรวมทั้งหมดประมาณ ๑๙ เมตร กล้องโทรทรรศน์ตั้งอยู่บนฐาน (Pier) ตัวโดมและภายในอาคารสามารถหมุนได้สอดคล้องกับการเคลื่อนที่กวาดพิกัดของกล้องโทรทรรศน์ (Co-rotating Dome) มีช่องปิด-เปิด (Shutter) กว้าง ๓ เมตร ช่องปิด-เปิดนี้ช่วยกันลมที่อาจทำให้กล้องสั่นไหวได้ โดมหอดูดาวฯ นี้ออกแบบโดยบริษัท EOS Space Systems PTY. Ltd. ประเทศออสเตรเลีย อาคารควบคุมเป็นอาคาร ๒ ชั้น ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของนักดาราศาสตร์และเจ้าหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ฯ พื้นที่ชั้น ๑ ประกอบด้วยห้องเก็บเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ และห้องพักนักดาราศาสตร์ พื้นที่ชั้น ๒ ประกอบด้วยห้องควบคุมการทำงานของกล้องโทรทรรศน์หลัก และพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ส่วนดาดฟ้าของอาคารควบคุมจะติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๕ เมตร อีกกล้องหนึ่งด้วย อาคารหอดูดาวและอาคารควบคุมเชื่อมต่อกันจากชั้นดาดฟ้าของอาคารควบคุมเข้าสู่อาคารหอดูดาว
        กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๒.๔ เมตร ออกแบบและสร้างโดยบริษัท EOS Technologies, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ติดตั้งในระบบอัลตะซิมุท (Alt-azimuth System) ควบคุมการทำงานแบบอัตโนมัติโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีประสิทธิภาพเล็งและติดตามวัตถุท้องฟ้าด้วยความแม่นยำสูง ระบบทัศนศาสตร์ของกล้องเป็นระบบ ริชชี-เครเทียน (Ritchey-Chretien)  ซึ่งเป็นระบบทัศนศาสตร์ของกล้องโทรทรรศน์ที่ออกแบบมาให้ลดผลความบิดเบี้ยวของภาพที่เรียกว่า “โคมา (Coma)” กระจกหลัก (Primary Mirror) ของกล้องโทรทรรศน์ฯ เป็นกระจกโค้งไฮเปอร์โบลาที่มีค่าสัดส่วนทางยาวโฟกัส f/๑.๕ และมีค่าสัดส่วนทางยาวโฟกัสรวมของระบบเป็น f/๑๐ ระบบโฟกัสของกล้องโทรทรรศน์นี้เป็นแบบ “แนสมิท” (Nasmyth) ทำให้แสงของดาวที่ผ่านเข้ามาสะท้อนออกทางด้านข้างของกล้องโทรทรรศน์ ดังนั้นจึงติดเครื่องบันทึกสัญญาณระดับสูงต่างๆ ที่จะใช้ไว้ทางด้านข้างของกล้องเพื่อใช้เก็บข้อมูลในการวิจัยทางดาราศาสตร์ได้แก่ กล้องถ่ายภาพซีซีดี (CCD Camera) ที่ใช้วัดความเข้มของแสงดาว (Photometry) ในช่วงความยาวคลื่นตั้งแต่อัลตราไวโอเล็ต คลื่นมองเห็นและอินฟราเรด วัดตำแหน่งดาว (Astrometry) และถ่ายภาพดาว (Photography) เครื่องซีซีดีสเปกโทรกราฟ (CCD Spectrograph) ที่สามารถวัดการความเร็วในแนวเล็ง (Radial Velocity) ของดาว วัดการแผ่พลังงานการแปรแสงและองค์ประกอบทางเคมีของดาว
        หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา นับเป็นห้องปฏิบัติการหลักทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย หอดูดาวแห่งชาติระดับมาตรฐานโลกแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการวิจัยและวิชาการทางดาราศาสตร์ที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือกับเครือข่ายดาราศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ สามารถเชื่อมโยงกับหอดูดาวในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เพื่อปฏิบัติการด้านการวิจัยและพัฒนาร่วมกับนานาประเทศในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางดาราศาสตร์ จะเป็นส่วนผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของการศึกษาด้านดาราศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาด้านดาราศาสตร์ของประเทศไทย เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศสู่มาตรฐานสากล
        นอกจากนี้ “หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา” ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางดาราศาสตร์ สนับสนุนการจัดการศึกษาและงานวิจัยของอาจารย์และนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา การฝึกอบรมดาราศาสตร์ที่งระดับชาติและนานาชาติ และที่สำคัญที่สุดคือสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนของชาติให้มีใจรักวิทยาศาสตร์ อันเป็นนโยบายหลักอีกประการหนึ่งของสถาบันฯ คือการพัฒนาการศึกษาด้านดาราศาสตร์ของประเทศ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการวิจัยทางดาราศาสตร์ในอนาคต

 

ผู้เผยแพร่ข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์

 

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready