Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

งานประชุมประจำปี 2556 สวทช. ภาคเหนือ ครั้งที่ 11 ยกระดับการให้บริการสร้างสังคมวิทยาศาสตร์ในท้องถิ่น

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

         นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงานประชุมประจำปี 2556 สวทช. ภาคเหนือ ครั้งที่ 11 ภายใต้หัวข้อ “ยกระดับการให้บริการ สร้างสังคมวิทยาศาสตร์ในท้องถิ่น” นำศักยภาพและความต้องการของจังหวัด มาพัฒนาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตัวแทนจากหอการค้า สภาอุตสาหกรรม คณาจารย์ นักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงาน พร้อมมอบรางวัล ผญาดีศรีล้านนา และชมนิทรรศการผลงานการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เมื่อวันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่

 

         การบรรยายพิเศษ “Country Strategy : ประเด็นการวิจัยและพัฒนาของยุทธศาสตร์ประเทศกับการพัฒนาภาคเหนือ” โดย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

        นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปสิ่งที่คุ้นเคยที่เรียกว่า สวทช. จะถูกยกระดับขึ้นเป็นเรื่องของอุทยานวิทยาศาสตร์ ซึ่งต่อไปจะประกอบไปด้วยหน่วยงานในสังกัดทั้งหมดของกระทรวง ที่ผ่านมานั้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับการประกอบการทำงานยังมีช่องว่าง แต่ด้วยนโยบายของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มุ่งให้ปัจจุบันนี้เราต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งอีก 2 ปีข้างหน้าเราจะเข้าสู่อาเซียน ภายใน 2 ปีนี้ เราไม่สามารถจะยกระดับได้เลย ถ้าหากเรายังห่างไกลคำว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แม้ต่างประเทศจะมีเงินทุนมากกว่าเรา แต่คนไทยก็มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าใคร ถ้าเราดูจากกลุ่มนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ถ้าตัวต่อตัวแล้วเชื่อว่าเราสู้ได้สบาย แต่ที่ผ่านมาอาจจะด้วยทิศทางและนโยบายขาดความชัดเจน เราถึงไม่สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นระบบ ที่ผ่านมานั้นการทำงานของนักวิจัยเป็นรายคน ลงไปช่วยภาคอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบการเป็นเรื่องๆ ไป เป็นครั้งๆ ไป แต่ว่าไม่ได้ไปตลอด บางครั้งมีสิทธิบัตรบอกว่าคิดค้นได้แล้ว ใครจะซื้อก็ซื้อไป ซื้อเสร็จก็จบกันตรงนั้น แต่วันนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเราขับเคลื่อนใหม่ เราจะส่งนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ และชักชวนคณาจารย์ นักวิชาการในมหาวิทยาลัย ลงไปช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างเต็มรูปแบบ โดยคณะรัฐมนตรีมีนโยบายเรียกว่า เพื่อให้ท่านไปช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อย่างเต็มความสามารถและมีเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่ไปเพียงแค่ให้คำแนะนำ เครื่องมือต่างๆ ก็ไม่มี สุดท้ายก็ไม่คืบหน้า

        วันนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะจัดให้มีการจัดตั้งอุทยานวิทยาสาสตร์ในทุกภาค วันนี้เราเริ่มต้องที่ 4 ภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา และศูนย์กลางอยู่ที่ปทุมธานี ในแต่ละที่จะมี วทน. ภาคดูแล และจะเริ่มลงไปในแต่ละจังหวัดจะมี วทน. จังหวัด ลงไปใน 8 จังหวัด และขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ และจะไม่ใช่เพียง สวทช. แต่จะเป็นหน่วยงานในสังกัดทั้งหมดของกระทรวง ต่อไปเราจะมีเป้าที่ชัดเจนขึ้น ทั้งผลักดัน ขับเคลื่อน สนับสนุนเงินลงทุน จนสามารถนำไปแข่งขันได้ โดยดึงนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศลงมาเสริมให้อย่างเป็นระบบ และต่อไปการสนับสนุนก็ไม่มีข้อจำกัด แต่อะไรที่เป็นยุทธศาสตร์เราจะช่วยจนสามารถแข่งขันได้ทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาค ซึ่งรูปแบบการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไป เช่น สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) จะลงมือทำตั้งแต่แผนที่ โฉนดที่ดิน สำรวจแปลงต่างๆ และต่อไปเราจะประกาศภัยแล้ง น้ำท่วม เพราะ สทอภ. มีข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลจากภาพถ่ายทางอากาศโดยฝูงบินแบบไร้คนขับที่จะเข้าไปคุมและตรวจสภาพป่า โรคภัย ดินโคลนถล่ม สิ่งเหล่านี้จะไม่ได้อยู่แค่ส่วนกลาง จะมีปรากฏอยู่ในจังหวัดต่างๆ โดยเชียงใหม่จะเป็นจังหวัดแรกที่จะขับเคลื่อนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในบรรดาคณาจารย์และนักวิจัยจะเป็นระบบและเป็นเครือข่าย และทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะสนับสนุนท่านในการทำงานอย่างเต็มที่

         งานด้านการวิจัยในระดับอุดมศึกษาอาจเป็นงานระดับกลุ่ม แต่ถ้าได้รับการสนับสนุนโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะมีการพัฒนากลุ่มงานวิจัยไปเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ ต้องมีชิ้นงาน ต้องมีเป้าหมายที่ชัด อย่างเช่น เชียงใหม่หรือภาคเหนือ เราจะทำเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว เราได้หารือกับกรมการข้าวว่าในจังหวัดใหญ่ข้าวอะไรเป็นสวิทช์ เช่น เชียงใหม่หรือภาคเหนือมีข้าวหอมมะลิ กข 6 ข้าวเหนียว และ กข 10 ในบางพื้นที่ ความต้องการเมล็ดพันธุ์ในระดับประเทศสูงถึง 1,200,000 ตัน แต่กรมการข้าวทำได้ประมาณ 100,00 ตัน ที่เหลือจะอยู่ในกลุ่มสหกรณ์ กลุ่มข้าวชุมชน บางทีก็ใช้ข้าวไม่มีคุณภาพมาปลูก ฉะนั้นความเชื่อมั่นในการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวก็ไม่มี การผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพทำให้เพิ่มผลผลิตได้อย่างน้อยประมาณ 20 – 30 % ตัวอย่างในจังหวัดแพร่ จากที่เคยได้ผลผลิตประมาณ 500 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มเป็น 700 กว่ากิโลกรัมต่อไร่ และเมื่อนำข้าวเปลือกไปสีเป็นข้าวสารจะได้เพิ่มอีก 27 % จะเห็นว่าการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์เพียงอย่างเดียวทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นได้อย่างมหาศาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดูแลเรื่องของการพัฒนาข้าวอย่างเต็มรูปแบบ อีกเรื่องคือ ลำไย ต่อไปเราจะไม่มาถ่ายทอดแค่เรื่องลำไยเหมือนที่ผ่านมา แต่จะมาอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกร โดยการปรับปรุงการฆ่าเชื้อ โรค แมลง โดยใช้ระบบซัลเฟอร์ เราจะตั้งโรงงานอบซัลเฟอร์อย่างเต็มรูป และจะตั้งโรงงานฉายแสงผลไม้โดยทางสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และจะลงไปถึงกลุ่มอาหารต่างๆ ด้วย เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้จะถูกถ่ายทอดลงไปในพื้นที่โดยหน่วยงานในสังกัด วท. และโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ด้วย เราได้วางแผนที่จะกำจัดแมลงวันทองให้หมดไปภายใน 2 ปี เราจะสร้างโรงเรือนผลิตแมลงวันผลไม้ที่เป็นหมันโดยใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อปล่อยให้ไปผสมพันธุ์กับแมลงวันทองในพื้นที่ ทำให้ไข่ออกมาฟ่อ ฉะนั้นต่อไปผลไม้ต่างๆ จะไม่มีหนอนอีกต่อไป ทำให้ได้ผลผลิตอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

        

 

        ในปีนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความร่วมมือกับหลายๆ ประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดาเรื่องระบบสำรวจโลกด้วยดาวเทียมของประเทศไทยระยะที่ การจัดทำแผนที่การใช้ที่ดินแบบดิจิตอล และการติดตามการใช้ประโยชน์ที่ดินด้วยเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ สาธารณรัฐเยอรมนี เรื่องการร่วมกันจัดตั้งสถาบันยานยนต์ และสาธารณรัฐประชาชนจีน เรื่องระบบรางรถไฟฟ้าความเร็วสูง ศูนย์ปฏิบัติการหุ่นยนต์ทางการแพทย์ และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นอุตสาหกรรมจะพัฒนา เรื่องเครื่องมือให้นำมาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น เรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นก่อนที่เราจะก้าวเขาสู่อาเซียน

         อุทยานวิทยาศาสตร์จะเกิดขึ้นโดยการร่วมมือกันในหลายๆ ภาคส่วน ต้องร่วมหารือกันว่าอยากได้ห้องปฏิบัติการแบบไหน ประกอบด้วยอะไรบ้าง เพื่อตอบสนองความต้องการให้ตรงจุด ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยเรามีโครงสร้างพื้นฐานมากมายทั้งถนนหนทาง เครื่องบิน รถไฟ แต่โครงสร้างทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีน้อยมาก ฉะนั้นวันนี้เราต้องร่วมกันวางโครงสร้างพื้นฐานอาจใช้เวลานานแต่เราจะไม่รอ ขณะนี้ท่านอาจจะไปใช้พื้นที่ต่างๆ ที่มีโครงสร้างเหล่านั้นอยู่ ทั้งของเอกชนหรือมหาวิทยาลัย โดยร่วมกับนักวิจัยในการดำเนินการผลิตตั้งแต่ขั้นแรกจนถึงการออกสู่ตลาด

        วิทยาศาสตร์ภาคและวิทยาศาสตร์จังหวัดผมอยากให้เป็นคนในภาคในจังหวัดนั้นๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการก็สามารถทำงานร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ได้ โดยเป็นเครือข่ายเพื่อเป็นตัวเชื่อมโยงในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีลงสู่ภาค ลงสู่จังหวัด วันนี้ชัดเจนแล้วว่าทางนายกรัฐมนตรีได้มอบ Country Strategy ในแต่ละด้านมีด้านใดบ้างเพื่อที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาสในแต่ละด้าน ต่อมาก็คือ แผนจังหวัดในงบผู้ว่า CEO จะเห็นว่าไม่เป็นแผนยุทธศาสตร์ แต่ขณะนี้เราได้ร่วมกับจังหวัดในการทำแผนยุทธศาสตร์เป็นภาพใหญ่ของประเทศ เช่น เราตั้ง Food Fly Free คือไม่มีแมลงวันผลไม้ กำหนด Food Fly Zone คือพื้นที่นี้ปลอดแมลงวันผลไม้จะขยายผลไปทั้งประเทศ และเรื่องของ Food Valley ศูนย์นี้จะมาแบบเต็มรูปไม่มาแต่ชื่อ ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ เทคนิคใหม่ๆ โรงงานแปรรูป ต้องมาอย่างเป็นระบบ ผมได้มอบหมายให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติทำเรื่อง Thai Delicious ก็คือวิเคราะห์รสมือของอาหาร ที่ผ่านมาเราอบรมพ่อครัว แต่เราไม่เคยวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี วันนี้ทาง สวทช. บอกว่ามีจมูกอิเล็กทรอนิกส์รับรสดมกลิ่น แต่ไปจะมีตัวลิ้มรสจะทำให้รู้ว่าองค์ประกอบทางเคมีของอาหารที่เรากินอะไรทำให้อร่อย และให้เหมาะกับต่างชาติด้วยไม่เพียงแค่เหมาะกับคนไทย สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นในกระบวนการทำงานการจัดการที่เราจะร่วมกันที่มีทั้งเครือข่ายจากมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ นักวิจัยอยู่ในพื้นที่เป็นหลักอยู่ที่นี้ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์จะให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ เงินทุน คน การตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ การวิเคราะห์ทดสอบ การรับรอง โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ทั้งหมดนี้จะทำให้เราเข้าใกล้คำว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มากขึ้นก่อนที่เราจะก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน 
 

 

           ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า สวทช. ภาคเหนือ เป็นหน่วยงานในกำกับของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหน้าที่ตามภารกิจหลักของ สวทช. คือ การประสานงานด้านการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัยสู่ภาคเอกชน ชุมชน และท้องถิ่น การพัฒนาบุคลากร ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเน้นความต้องการของท้องถิ่นภาคเหนือ

          สวทช. ภาคเหนือ ได้จัดการประชุมประจำปีเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาท หน้าที่ และการบริการของหน่วยงาน ในการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการในพื้นที่ภาคเหนือรวมถึงการแสดงผลงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ได้ให้การสนับสนุนแก่นักวิจัย ชุมชน ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนในภาคเหนือ ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 11 ภายใต้ชื่องาน “ยกระดับการให้บริการ สร้างสังคมวิทยาศาสตร์ในท้องถิ่น”ทั้งนี้ เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นถึงการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการและกลยุทธ์ในการทำงานร่วมกับพันธมิตรของ สวทช. ภาคเหนือ ทั้งในด้านการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรม ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี และด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมมาพัฒนาชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือให้เป็นสังคมวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญในการบรรลุสู่เป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประชาชนในสังคมอย่างยั่งยืน

         ในงานประชุมปีนี้ สวทช. ภาคเหนือ ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ท่านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล มาเป็นประธานและร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Country Strategy : ประเด็นการวิจัยและพัฒนาของยุทธศาสตร์ประเทศกับการพัฒนาภาคเหนือ” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับทราบกรอบแนวคิด นโยบาย และแผนงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นภาคเหนือ

 

 

          สำหรับรางวัล ผญาดีศรีล้านนา ในปีนี้ สวทช. ภาคเหนือ ได้มอบรางวัลจำนวน 2 ด้าน คือ ด้านเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ คุณชัดชาญ เอกชัยพัฒนกุล เจ้าของกิจการ บริษัท เชียงใหม่วนัสนันท์ จำกัด และด้านศิลปหัตถกรรมและวัฒนธรรม ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคมลอย โดย คุณอัมพร จันทร์ถา เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นขวัญกำลังใจแก่ปราชญ์ท้องถิ่น ที่มีการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 

เขียนข่าว  :  นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ภาพข่าว  :  นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ และนายรัฐพล หงสไกร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร 0 2333 3732

 

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready