Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

3 หน่วยงาน ร่วมลงนามความร่วมมือพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาการผลิตปิโตรเลียม

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

     นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาและกิจกรรมนวัตกรรมด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ระหว่างนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) นางญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และนายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และข้อมูลทางวิชาการร่วมกัน และมุ่งหวังพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของไทยในอนาคต เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 เวลา 09.00 น. ณ Synergy Hall, ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคาร C ชั้น 6

 


      ขอบเขตในการร่วมมือครั้งนี้ ประกอบด้วย
  1. การร่วมมือเชิงลึกเพื่อพัฒนาศักยภาพหรือดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ อันก่อให้เกิดประโยชน์
  2. ส่งเสริมความสำคัญแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และข้อมูลทางวิชาการ รวมทั้งจัดฝึกอบรมและสัมมนาเพื่อการวิจัยและพัฒนา และกิจกรรมนวัตกรรมด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  3. พัฒนาความรู้ความสามารถของบุคลากรของทั้ง 3 ฝ่าย ในการพัฒนาโครงการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างกัน เพื่อการวิจัยและการพัฒนาและกิจกรรมนวัตกรรมด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  4. การขยายผล เพื่อยกระดับความสามารถทางเทคโนโลยีของภาคอุตสาหกรรมไทย
     นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กล่าวว่า เครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับภารกิจที่กระทรวงวิทยาสตร์และเทคโนโลยี ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนและผลักดันงานวิจัยและพัฒนาของประเทศให้บรรลุเป้าหมายร้อยละ 1 ของ GDP และนโยบายของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ต้องการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เข้าไปเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคอุตสากรรมไทย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ

 


     ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขานุการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมห่งชาติ(สวทน.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ได้รับมอบหมายจาก นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ดำเนินการผลักดันเรื่องการพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออนาคต โดยเริ่มต้นตั้งแต่มัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับปริญญาเอก และเคลื่อนย้ายบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Talent Mobility) เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ และขับคลื่อนการวิจัยและพัฒนาตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ 
     ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาด้านความมั่นคง ด้านพลังงานเป็นระยะเวลาที่ต่อเนื่องยาวนาน ต้องมีการนำเข้าพลังงานกว่า 50% ของพลังงานที่ใช้ โดยการแก้ปัญหาด้านพลังงานต้องนำเข้าเทคโนโลยีจำนวนมาก ซึ่งจะมีผลกระทบด้านลบต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากขีดความสามารถด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตเทคโนโลยีพลังงานของภาครัฐและเอกชนไทยยังไม่สูงพอที่จะพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือและการทำงานร่วมกับหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อเชื่อมโยงโจทย์วิจัย ปัญหาและความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้านพลังงาน อันจะส่งผลให้เกิดการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ การสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีโลกได้

 


     จากการผลักดันในเชิงนโยบายและแผนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศไทย โดย สวทน.  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)นั้น จะมีบทบาทสำคัญในส่วนของภาคการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยนำความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งด้าน บุคลากร ความเชี่ยวชาญ องค์ความรู้ และเครื่องมือต่างๆผ่านการทำงานร่วมกันของศูนย์ทั้ง 5 ศูนย์ โดยในสวทช. ได้แก่
     - ศูนย์เทคโยโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ที่มุ่งพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวัสดุต่างๆ
     - ศูนย์เทคโยโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ที่มุ่งพัฒนางานด้านอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
     - ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ที่มุ่งพัฒนางานด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
     - ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) ที่มุ่งพัฒนางานด้านนาโนเทคโนโลยี
    - ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือนักวิจัยและบริษัทต่างๆในการนำผลงานการ ค้นพบและเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งการทำงานของเครือข่าย ของ สวทช. เพื่อให้องค์กรภาคการผลิตและชุมชนได้ใช้ประโยชน์และเทคโนโลยีจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น
      นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สผ. กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงานเกือบทุกรูปแบบ นำเข้าน้ำมันประมาณ 85% นำเข้าก๊าซธรรมชาติประมาณ 20% จึงเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ภารกิจของบริษัท ปตท.สผ.ที่สำคัญก็คือ การเร่งรัดในการพัฒนาศักยภาพปิโตรเลียมในประเทศให้สามารถนำใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในการดำเนินงานนี้ จะต้องมีการนำเทคโนโลยีและการวิจัยมาใช้ประโยชน์ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะสามารถนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ เทคโนโลยียังมีบทบาทในการที่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย รวมถึงสร้างกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
     นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบต่างๆร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาความสามารถของบุคลากรทั้ง 3 ฝ่าย และสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสหกรรมที่ต้องอาศัยความรู้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปิโตรเลียมจากแหล่งที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันให้ผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติให้มากขึ้นและค่าใช้จ่ายลดลง และเพิ่มอัตราการประสบความสำเร็จในการจัดหาและสำรวจแหล่งปิโตรเลียมใหม่ที่ท้าทาย นอกจากนี้ ปัจจุบันการใช้ปิโตรเลียมยิ่งเพิ่มขึ้นความเจิญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ อีกทั้งนับวันจะหายากขึ้น จึงจำเป็นต้องนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ในการปฏิบัติงาน

 


      ในโอกาสนี้ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วท. หวังว่าการทำงานร่วมกัน 3 ฝ่ายในครั้งนี้ จะเป็นทั้งต้นแบบการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา และกิจกรรมนวัตกรรมของภาคเอกชน และเป็นต้นแบบการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี ที่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสามารถนำไปขยายผลต่อได้ในอนาคต

 

เขียนข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

ถ่ายภาพโดย :นายพิริยะ เผ่าพงษา

เผยแพร่โดย : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready