Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2556

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

  นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2556 โดยมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2556 เวลา 09.00 น. ณ อาคารเรียนรวมและอำนวยการ (อาคาร 14) มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร โดยมีข้าราชการ กลุ่มครู นักเรียน รวมทั้งประชาชนมากมายมาให้การต้อนรับ

 

 

    ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2556

  นายกรัฐมนตรีได้แจ้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบเกี่ยวกับภาพรวมการลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร และพิจิตร) โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ที่สำคัญตามแนว east west corridor ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะจุดนี้เป็นจุดที่จะมีการลงทุนตามโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท โดยจะมีการสร้างสถานีรถไฟทั้งที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดนครสวรรค์ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ทั้ง 4 จังหวัดมีการบูรณาการร่วมกันเพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ได้

     นอกจากนี้ยังเล็งเห็นว่าในพื้นที่ 4 จังหวัดดังกล่าวมีพืชเกษตรที่สำคัญ 3 ชนิด คือ ข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งจะต้องพิจารณาว่า พืชเกษตรทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวจะมีการบริหารจัดการอย่างไร เช่น ควรจะปลูกพืชอะไรให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่สุด เพราะในแต่ละพื้นที่มีโรงงานที่ผลิตและส่งออกที่แตกต่างกันออกไป จึงขอให้มีการเน้นเรื่องการเกษตรแปรรูป

     รวมทั้ง นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการพัฒนา cluster ท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 2 เพราะเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีความน่าสนใจ โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะมีการบูรณาการร่วมกันใน 4 แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ประกอบด้วย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และห้วยขาแข้ง โดยจะเน้นในการพัฒนาการท่องเที่ยว 2 เรื่อง คือ การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 4 แห่งดังกล่าว รวมถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และให้จังหวัดดำเนินการผลักดันและติดตามอีกทางหนึ่งด้วย

     ส่วนการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องมีการแก้ปัญหาน้ำอย่างเป็นระบบทั้งในบึงสีไฟและบึงบอระเพ็ด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพในการจัด workshop ตามแผนที่ทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้มีการวางไว้ให้สอดคล้องกับแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ตลอดจนจัดเป็นแหล่งที่เที่ยวส่งเสริมอาชีพ และมีการจัดระเบียบการใช้พื้นที่ รวมทั้งเน้นย้ำให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปดำเนินการห้ามไม่ให้มีการรุกล้ำ พื้นที่ทั้งในส่วนของบึงบอระเพ็ด และบึงสีไฟ

     ทั้งนี้จากการที่ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร และพิจิตร) และได้เดินทางไปยังโรงงานน้ำตาลทิพกำแพงเพชร นั้น เห็นว่าโรงงานน้ำตาลดังกล่าวเป็นโรงงานที่ไม่มีขยะจากวัตถุดิบที่นำมาผลิต น้ำตาล เพราะสามารถนำชานและกากอ้อยไปผลิตพลังงานต่อไปได้ จึงอยากให้มีการศึกษาเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามแม้จะมีโรงงานน้ำตาลและมีการปลูกอ้อยในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว แต่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่อยู่นอกการปลูกบริเวณของโรงงานฯ ไม่สามารถส่งกลับไปที่โรงงานน้ำตาลได้ เพราะมีปัญหาเรื่องคุณภาพความหวาน นายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าไปบริหารจัดการและดำเนินการที่จะพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรชาวไร่อ้อยใน พื้นที่ดังกล่าว

     ขณะเดียวกัน จังหวัดกำแพงเพชรยังเป็นจังหวัดที่มีการปลูกมันสำปะหลังเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย และมีโรงงานอะยิโนะโมะโต๊ะ ที่ใช้มันสำปะหลังมากที่สุด แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่ได้มีการซื้อมันสำปะหลังจากพื้นที่นี้ โดยมีการตรวจพบว่าปัจจุบันโรงงานแป้งมัน 8 โรง ที่จังหวัดกำแพงเพชรสู้ราคาที่จังหวัดนครราชสีมาไม่ได้และคุณภาพมันเป็นคนละ แบบ นายกรัฐมนตรี จึงสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าไปดูแลในการที่จะบริหารจัดการอย่างไรต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพและสามารถส่งมันสำปะหลังให้กับโรงงานที่ต้องการใช้แป้ง มันสำปะหลังได้

     พร้อมกันนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีการอภิปรายโครงการรับจำนำข้าวว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยยอมรับว่าขณะนี้เรื่องที่ถูกโจมตีคือเรื่องการขาดทุน 260,000 ล้านบาท ซึ่งได้มีลงพื้นที่ชี้แจงไปที่จังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่มีที่มาที่ไปและไม่มีหลักการในการคำนวณ ขณะเดียวกันจะต้องรอเอกสารของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีที่จะนำเข้าสู่คณะ กรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยจะยุติที่ตัวเลขของ กขช. เพื่อจะชี้แจงต่อสาธารณชนต่อไป ซึ่งที่ประชุม ครม. แจ้งว่าตัวเลขที่ กขช. สรุปมาเป็นอย่างไรก็จะเป็นตัวเลขนั้น เรื่องของการขาดทุนจากการรับจำนำข้าว รวมทั้ง ครม. ยังเสนอให้มีบุคคลกลางในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรับจำนำข้าว เพราะที่ผ่านมาข้อมูลไม่มีการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ นายกรัฐมนตรี จึงมอบหมายให้นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รวบรวมทุกข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเรื่องสต็อกข้าว รายได้ การขายข้าว และข้าวคงค้าง เป็นต้น เพื่อให้มีข้อมูลที่มีความเป็นเอกภาพและเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลใน เรื่องข้าวต่อไป ทั้งนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ปลัดมหาดไทย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ) ให้ข้อมูลดังกล่าวต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวราเทพ รัตนากร)  ซึ่งหวังว่าการบูรณาการข้อมูลเช่นนี้จะทำให้สาธารณชนและประชาชนรับทราบ ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน

     ขณะที่ในส่วนของเรื่องราคาผลไม้ตกต่ำนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์หามาตรการที่จะช่วยเหลือ และเร่งรัดให้คณะกรรมการ OTOP โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จัดกิจกรรม OTOP เพื่อช่วยเหลือกิจการค้าขายผลไม้โดยเร็ว ซึ่งการจัดกิจกรรม OTOP ครั้งนี้ เน้นเทศกาลอาหารและผลไม้สดจากทุกจังหวัด โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าต้องการเห็นการนำอาหาร เครื่องดื่ม และผลไม้สดมาจาก 77 จังหวัด โดยไม่ซ้ำกัน รวมทั้งต้องการให้มีการรับการสั่งซื้อผลไม้ล่วงหน้า และให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นผู้จัดส่งผลไม้ไปยังประชาชนเพื่อระบายผลไม้ให้กับประชาชนซึ่งจะทำให้ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

 

เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ นายรัฐพล หงสไกร และนายพิริยะ เผ่าพงษา
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

 

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready