Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

กระทรวงวิทย์ฯ จัดทัพเทคโนฯ ปราบไข้เลือดออก ฆ่ายุงได้ คนปลอดภัยฝีมือไทยทำ

DSC_7504 copy.jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน
    25 กรกฎาคม 2556 ณ จังหวัดยโสธร : ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยการนำความสำเร็จผลงานพัฒนาแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำยุงลายพาหะไข้เลือดออก
และมุ้งนาโนที่มีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันและกำจัดยุงให้ตายเฉียบพลัน ลงในพื้นที่เสี่ยงที่จังหวัดยโสธรซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนสูงกว่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี +20% ทั้งนี้ ปัจจุบันโรคไข้เลือดออกกำลังแพร่ขยายในหลายประเทศ จึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “โรคอุบัติซ้ำ” ที่เป็นปัญหาสำคัญของโลก จากการคาดการณ์จะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจจากโรคดังกล่าวมูลค่าระหว่าง2,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งผลกระทบดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงผลกระทบทางสังคมและจิตใจรวมทั้งรายได้ที่สูญเสียไประหว่างการป่วยของผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย และงบประมาณที่ภาครัฐใช้ไปในการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก ทั้งนี้ การใช้วิธีลดแหล่งการแพร่พันธุ์เพื่อควบคุมจำนวนยุงลายในแต่ละปี ตลอดจนการลดการสัมผัสยุง นับเป็นวิธีที่ใช้ควบคุมและป้องกันโรคโรคไข้เลือดออกที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกในปัจจุบัน สำหรับแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำยุงลายดังกล่าว สวทช. ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ผลิตคือ บริษัท ทีเอฟไอ กรีนไบโอเทค กัด เป็นผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปผลิตและจำหน่าย โดยผ่านการทดสอบและขึ้นทะเบียนการอนุญาตใช้ผลิตเพื่อจำหน่าย โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว ส่วนมุ้งนาโน สวทช.ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตให้บริษัท เน็ทโต้ แมนูแฟคเซอริ่ง จำกัด โดย ดร.พีรพันธุ์ เปิดเผยในรายละเอียดว่า
 
  “ไข้เลือดออกเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพาะฉะนั้นจึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโรคอุบัติซ้ำ ซึ่งสถานการณ์ผู้ป่วยไข้เลือดออกในปัจจุบันของประเทศไทย พบว่าอัตราการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก และอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะของโรสูงขึ้น โดยเฉพาะปี พ.ศ.2556 พบจำนวนผู้ป่วยที่สูงผิดปกติ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานสถานการณ์ผู้ป่วย จำนวน 54,042 ราย อัตราป่วย 84.34 ต่อประชากรแสนคน มีรายงานผู้เสียชีวิต 62 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.11 รูปแบบการเกิดโรคไข้เลือดออกของประเทศไทยยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คือ มีผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม- สิงหาคม ของทุกปี กลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นกลุ่มอายุ 0-14 ปี แต่ในกลุ่มอายุ 15-24 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มอัตราป่วยสูงขึ้น พบผู้ป่วยไข้เลือดออกกระจายทุกจังหวัดของประเทศไทย และพบบางจังหวัดมีจำนวนผู้ป่วยมีจำนวนสูงกว่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี +20% (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข (http://epid.moph.go.th) ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่า โรคดังกล่าวจะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจประมาณ 2,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมผลกระทบทางสังคมและจิตใจอีกด้วย โดยที่ผ่านมารัฐใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูง เพื่อใช้รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในแต่ละปี เพื่อสร้างความตระหนักและตื่นตัวในการป้องกันตนเองจากโรคไข้เลือดออก รวมไปถึงสร้างแรงจูงใจให้ผู้ปกครองหันมาใจกับสิ่งแวดล้อมที่แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ต้องกำจัดทำลายเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่ออนาคตของลูกหลานและคนในครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามเป็นเพียงการควบคุมและป้องกันที่ปลายเหตุเท่านั้น ดังนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงมอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำนวัตกรรมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายรูปแบบที่มีศักยภาพช่วยลดแหล่งแพร่พันธุ์ยุงลาย รวมไปถึงวิธีการลดการสัมผัสยุงลาย ซึ่งเป็นวิธีใช้ควบคุมและป้อกันโรคไข้เลือดออกที่ต้นเหตุ โดย สวทช. กระทรวงวิทย์ฯ ได้นำเทคโนโลยีแบคทีเรียกำจัดและควบคุมลูกน้ำยุงลายพาหะนำโรค จำนวน 10,000 ซอง (หนึ่งหมื่นซอง) ขนาดบรรจุซองละ 5 กรัม ซึ่งใช้ผสมน้ำได้ 200ลิตร มีประสิทธิภาพควบคุมลูกน้ำยุงลายได้นานถึง45 วัน และมุ้งเคลือบนาโนจำนวน 1,000 หลัง (หนึ่งพันหลัง) ร่วมรณรงค์ในพื้นที่เสี่ยง ในจังหวัดยโสธรเพื่อลดหารเกิดโรคไข้เลือดออกที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้
 
  ดร.พีรพันธุ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแบคทีเรียกำจัดลูกน้ำยุงลายดังกล่าวมีชื่อว่า “บาซิลลัส ธูรินจิ เอ็นซิส อิสราเอลเอ็นซิส” พบได้ในธรรมชาติทั่วไปและเป็นศัตรูธรรมชาติของลูกน้ำยุงลายอยู่แล้วแบคทีเรียดังกล่าวมีคุณสมบัติทำลายกระเพาะอาหารของลูกน้ำยุงลาย ทำให้ลูกน้ำยุงลายอดอาหารและตายในที่สุด โดยออกฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลายใน24ชั่วโมง สำหรับอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยลดการสัมผัสยุงคือการใช้มุ้งเคลือบน้ำยานาโน ซึ่งมาจากการสังเคราะห์สารเคมีที่มีชื่อ Deltamethrin ที่เลียนแบบจากสารสกัดในธรรมชาติชนิดที่มีคุณสมบัติป้องกันยุง เช่น ดอกเก๊กฮวย ดอกดาวเรือง โดยกลไกการทำงานคือ สารสังเคราะห์ชนิดนี้จะซึมผ่านประสาทสัมผัสยุงที่ปลายบาซึ่งมีความไวต่อสารกลุ่มนี้เป็นพิเศษ และมีผลต่อระบบประสาทของยุงทำให้ต่อระบบประสาทของยุงทำให้ช็อกตายในที่สุด โดยคงประสิทธิภาพต่อการซักล้างได้มากกว่า 30 ครั้ง ทั้งนี้ กระทรวงวิทย์ฯ ยังได้เตรียมวางแผนลงพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติมอีก 5 จังหวัด ประกอบด้วย นครพนม แม่ฮ่องสอน ภูเก็ต เพชรบูรณ์ และระยอง เพื่อขยายผลการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยพัฒนาของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯและแก้ปัญหาตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ตลอดจนนำส่งผลงานวิจัยที่สามารถตอบสนองวามต้องการทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างทันการณ์และต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
 
ผู้ส่งข่าว นางเกศวงรงค์ หงส์ลดารมภ์
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
 
 

เผยแพร่ข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ, นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ

ถ่่ายภาพ     : นายรัฐพล หงสไกร

 

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready