Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

สวทช./ก.วิทย์ ติดปีกเศรษฐกิจไทยด้วย เสริมทัพการลงทุนด้วยงานวิจัย ในงาน NSTDA Investors’Day 2013

DSC_0395(4).jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
สวทช./ก.วิทย์ ติดปีกเศรษฐกิจไทยด้วย เสริมทัพการลงทุนด้วยงานว ... FLEXI_IMAGE 1
หมวดหมู่
หน่วยงาน


      เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2556 ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แถลงข่าวเปิดตัวงาน NSTDA Investors’Day ประจำปี 2556 จัดขึ้นโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ ห้องโลตัส สวีท 1-4 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยงานดังกล่าวมีกำหนดจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2556 เวลา 09.00-16.30 น.     ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้แนวคิด “เสริมสร้างคุณภาพชีวิต ด้วยธุรกิจเทคโนโลยี” เพื่อให้กลุ่มนักธุรกิจเป้าหมายมีโอกาสเข้าถึงผลงานของนักวิจัยไทยที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ นำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ เชื่อมโยงวงการอุตสาหกรรม การลงทุนและการเงิน เพื่อให้เกิดการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี  ผ่านการเผยแพ่และถ่ายทอดสู่ภาคเอกชนนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เกิดการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างโอกาสรวมถึงเสริมศักยภาพการแข่งขันทางการค้าในประเทศและต่างประเทศ และผลักดันเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันบนระดับเวทีโลกได้

 

       ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประธานในงานแถลงข่าวเปิดเผยว่า จากนโยบายของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ด้วยการเร่งสร้างขีดความสามารถด้านงานวิจัยและการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย โดยการส่งออกเสริมสร้างและสนับสนุนงบการลงทุนด้านงานวิจัยและพัฒนาให้เพียงพอเพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศและภาคธุรกิจ ทั้งภายในและภายนอกของประเทศ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างมีคุณภาพสมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงมีนโยบายเร่งด่วนที่จะพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานขององค์ความรู้ โดยเฉพาะการเร่งสร้างนักวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนางานวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ขณะเดียวกันก็มีบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนและผลักดันผลงานเหล่านั้นให้เป็นที่จับต้องได้ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีออกสู่ภาคเอกชน เพื่อผลิตเป็นสินค้าและบริการที่เกื้อหนุนเศรษฐกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถการเกษตร,อุตสาหกรรมและสุขภาพ เป้นต้น

     โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ จะเดินหน้าสานต่อแนวนโยบายที่ดีของรัฐบาลด้านการวิจัยและพัฒนาวทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้จึงได้กำหนดแผนการดำเนินการงานเร่งด่วน เพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไว้ด้วยกัน 7 ประการด้วยกัน กล่าวคือ 1) ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นฐานการพัฒนาประเทศ 2) นำงานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนท้องถื่น และ SMEs 3) ผลักดันงานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้เป็นต้นน้ำ กลางน้ำ ของการพัฒนาภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการของประเทศ 4)สนับสนุนการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรม 5)และบริการ (6 ส. 1ว.) เพื่อให้งานวิจัยของประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 6)ผลักดันนโยบายการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ 7) เร่งประชาสัมพันธ์ผลงานของวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี เพื่อให้เป็นที่รู้จักและนำความรู้ไปสู่ประชาชน
 

     “ซึ่งการจัดงานดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จที่ภาครัฐพยายามผลักดันงานวิจัยขยายไปสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้ภาคเอกชนเห็นถึงโอกาสที่จะลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะฉะนั้นหน่วยงานวิจัยภาครัฐจึงต้องเร่งสร้างผลงานวิจัยเพื่อนำสู่ภาคอุตสาหกรรม ในการที่จะเพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับชาติอื่นๆไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เราคิดขึ้นมาได้ หรือจะเป็นการต่อยอดงานวิจัยที่มีอยู่แล้วแต่ยังไม่ลงตัว หรือไม่ตรงกับความต้องการของตลาด หรือไม่สามารถผลิตสู่เชิงพาณิชย์ได้ เราก็สามารถเอามาต่อยอดให้ทันสมัย และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมได้ โดยให้การตอบรับกับกระแสสังคม” ดร.พีรพันธุ์ฯ กล่าว

     ดร.พีรพันธุ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า  การตอบรับจากภาคเอกชนจะเป็นตัวชี้วัดที่ดีและเป็นตัวกระตุ้นให้นักวิจัยเกิดการความภูมิใจและเข้าใจความต้องการของภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น อันจะนำไปสู่การปรับกระบวนความคิดในการคิดค้นงานวิจัยที่สามารถนำออกสู่เชิงพาณิชย์ได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่ถูกลง ซึ่งจะเป็นการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

 

     ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงภาพรวมการจัดงานในครั้งนี้ว่า สวทช. ได้จัดงานแถลงข่าวขึ้นเป็นประจำทุกปี และจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในปีนี้ โดยปีที่ผานมา มีนักลงทุนและผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 800 คน จาก 270 บริษัท มีผลงานเข้าร่วมนำเสนอบนเวทีทั้งสิน 10 ผลงาน แบ่งเป็นผลงานเด่นจาก สวทช. 5 ผลงาน และผลงานจากหน่วยงานพันธมิตร จำนวน 5 ผลงาน ซึ่งล้วนมีศักยภาพในการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ประกอบการ สำหรับงาน NSTDA Investors’ Day 2013 ได้รับความร่วมมือจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน (TVCA) มหาวิทยาลัยเครือข่าย รวมทั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย และสมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ ร่วมเป็นเจ้าภาพและพันธมิตรในการจัดงานครั้งนี้ด้วย

      ดร.ทวีศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า  การจัดงานในครั้งนี้ สวทช. ต้องการนำเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่ได้รับการคักเลือกแล้วว่าศักยภาพสูงในการลงทุน โดยจุดเด่นภายในงานปีนี้ได้แก่ การเปิดให้มีการเจรจาธุรกิจแบบ One on One Matching เพื่อให้เกิดการลงทุนจริงในเชิงพาณิชย์ และกิจกรรมนำเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต่อนักลงทุนในช่วง Investment Pitching โดยเฉพาะการนำเสนอ 6 ผลงานเด่นจาก สวทช. ที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุนในปีนี้ซึ่งได้แก่ 1) ระบบหุ่นยนต์เพื่อการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อมือ แขนท่อนล่าง และข้อศอก 2)ผลิตภัณฑ์ เอ็น พี วี  เพื่อควบคุมแมลงศัตรูพืช 3) เครื่องตรวจวัดอะฟลาทอกซินแบบรวดเร็วขนาดพกพา 4) ระบบตรวจนับเซลล์แบบอัตโนมัติด้วยภาพจาก CMOS Sensor 5)ระบบตรวจจับการเคลื่อนที่และการจอดของยานพาหนะโดยอัตโนมัติ 6) ลูกอมเม็ดหญ้าหมอน้อย เลิกสูบบุหรี่

      นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซนการจัดแสดงนิทรรศการผลงานเทคโนโลยีต่างๆ อีกกว่า 40 ผลงาน ประกอบด้วย แผ่นดูดซับเสียงอัจฉริยะ,กระสอบชลประการ,วัสดุฉลาดด้านทันตกรรม,เส้นใยพอลิลีนเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิ เป็นต้น เพื่อให้นักลงทุนได้เลือกสรร หากสนใจสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับนักวิจัยได้ ณ บูธนั้นๆ รวมทั้งโซนของการจัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีของ สวทช. ทั้งนี้ภายในงานยังสามารถร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษเรื่อง “10 เทคโนโลยีที่น่าจับตามองสำหรับธุรกิจ (10 Technologies to Watch)” และนวัตกรรมทำเงิน” รวมทั้งปฐกถาพิเศษ จาก ดร.พีรพันธุ์ รมว.วท.ในหัวข้อ “การลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีกับยุทธศาสตร์และการพัฒนาและพลิกฟื้นประเทศ”อีกด้วย

 

เขียนข่าวโดย : นางเกศวรงค์ หงส์ลดารมภ์ (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) (สวทช.)
เผยแพร่ข่าว : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ภาพข่าวโดย : นางสาวพจนพร แสงสว่าง, นายพิริยะ เผ่าพงษา
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready