Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

การประชุมหารือแนวทางการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามยุทธศาสตร์ประเทศ

DSC_9159 copy(3).jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดการประชุมหารือแนวทางการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามยุทธศาสตร์ประเทศ ร่วมด้วย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวง ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวง คณะผู้บริหารระดับสูงของ วท. ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและท้องถิ่นของจังหวัดขอนแก่น ที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2556 เวลา 15.00 – 17.00 น. ณ ห้องคำแก่น โรงแรมเจริญธานีขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

     ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์” หรือ นิคมธุรกิจวิทยาศาสตร์ คือสถานที่สำหรับภาคเอกชนในการทำวิจัยและพัฒนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการของไทยนับจากปัจจุบันต้องขยับออกจากการแข่งขันที่อยู่บนฐานความได้เปรียบทางด้านปัจจัยการผลิตแบบดั้งเดิมที่ใช้แรงงานเข้มข้น และราคาถูก รวมถึงการผลิตสินค้าและบริการคุณภาพปานกลางราคาถูก ไปสู่การแข่งขันฐานความรู้ที่ต้องใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มากขึ้น

     อุทยานวิทยาศาสตร์จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนบ่มเพาะผู้ประกอบการและเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่ระบบเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยสร้างธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ และส่งเสริมการนำผลการวิจัยและพัฒนาเข้าสู่ระบบการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้าน วทน. ของประเทศ

     การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) โดยมอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรับผิดชอบการบูรณาการประเด็นที่ 8 การวิจัยและพัฒนา ประกอบด้วย
     1.    ขับเคลื่อนค่าใช้จ่ายด้าน R&D เป็นร้อยละ 1 ของ GDP
     2.    การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อไปทำงานในภาคอุตสาหกรรม (Talent Mobility)
     3.    การใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ (Regional Science Parks)

     ดังนั้น การดำเนินงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์จึงสอดคล้องกับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ ดังนี้
-    อุทยานวิทยาศาสตร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยและพัฒนาโดยภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
-    การดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์จะมุ่งเน้นการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชน และการสร้างผู้ประกอบการที่ใช้ วทน. เป็นฐานในการทำธุรกิจ
-    ตัวอย่างประโยชน์ที่ภาคเอกชนจะได้รับจากการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์
     (1)    ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนของผู้ประกอบการ เนื่องจากสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานในการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐได้โดยไม่ต้องลงทุนเอง เช่น ห้องปฏิบัติการวิจัยและวิเคราะห์ทดสอบ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐ งานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น

     ผู้ประกอบการมีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นของตนเอง ทำให้มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น


 

     ด้าน รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ กล่าวว่า การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 เห็นชอบในหลักการและกรอบวงเงินโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเหมาะสมของโครงการและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และแนวทางการบริหารจัดการโครงการเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. 2556 ตามขั้นตอนต่อไป

     ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 เห็นชอบโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้) พ.ศ. 2556 – 2558 พร้อมกรอบวงเงินงบประมาณดำเนินการ จำนวน 8,642 ล้านบาท โดยจัดสรรเป็นงบอุดหนุนผ่านทางสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

     การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ในระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2556 – 2558) จะใช้ศักยภาพของมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป็นฐานในการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีมหาวิทยาลัยที่เป็นแกนหลักดำเนินการพัฒนาและดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยและหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกำหนดจุดมุ่งเน้นของอุทยานวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มีเป้าหมายการดำเนินงานที่ชัดเจนและสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ รายละเอียดดังนี้
อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โครงการมุ่งเน้น    :    โครงการยุทธศาสตร์สร้างมูลค่าเพิ่มในโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม    ไก่เนื้อในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยแกนหลัก    :    มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเครือข่าย    :    -    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
                                     -    มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
                                     -    มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

การดำเนินการล่าสุด

  1. ศึกษาความเป็นไปได้และจัดทำแผนธุรกิจของอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  2. ออกแบบอาคารอำนวยการกลาง
  3. ให้บริการแก่ผู้ประกอบการผ่าน 4 โครงการหลัก ได้แก่

o    โครงการบ่มเพาะธุรกิจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
o    โครงการวิจัยร่วมกับภาคเอกชน
o    โครงการพัฒนาบริการอุทยานวิทยาศาสตร์
o    โครงการพัฒนาขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและวิจัยของภาคเอกชนในพื้นที่

แผนการดำเนินงานในอนาคต

  1. ขอรับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารอำนวยการกลาง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558
  2. ออกแบบโรงงานต้นแบบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อาหารและยา
  3. เปิดให้บริการแก่เอกชนและผู้ประกอบการอย่างเต็มรูปแบบ

     ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งและดำเนินการอุทยานวิทยาศาสตร์ขึ้นในประเทศไทย เพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ตามข้อเสนอของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2554 เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ โดยมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (กสอว.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นประธาน และกำหนดให้มีสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของ กสอว. และเป็นหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ในภาพรวมของประเทศ ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากแนวทางการดำเนินการอุทยานวิทยาศาสตร์แนวทางเดิมที่ได้ดำเนินการมา และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2555 เห็นชอบโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้) พ.ศ. 2556 – 2558 พร้อมกรอบวงเงินงบประมาณดำเนินการ จำนวน 8,642 ล้านบาท โดยจัดสรรเป็นงบอุดหนุนผ่านทางสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  โดยมี สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2554

     กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ ประเด็นที่ 8.3 การใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค และได้จัดทำแผนและแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อบูรณาการและสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ เพื่อตอบสนองเป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่อาศัยความรู้และนวัตกรรม ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างมีเอกภาพ และให้การพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) จึงได้ร่วมกับ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดการประชุมหารือแนวทางการใช้ประโยชน์อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามยุทธศาสตร์ประเทศขึ้น เพื่อกระจายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และระบบนวัตกรรมของประเทศสู่ระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2550 เห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินโครงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในระหว่างปี พ.ศ. 2549 – 2551 ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดการดำเนินการในระยะที่ 1 แล้ว ให้มีการประเมินผลการดำเนินงาน และให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมในการดำเนินงานโครงการระยะต่อไป ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ขอให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิจารณาเรื่องการบริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในภาพรวมเพื่อความเป็นเอกภาพและการดำเนินการที่ต่อเนื่อง แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

     สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดให้มีการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคของประเทศไทยที่เหมาะสม ผลการศึกษาบ่งชี้ว่า ในระยะยาวควรมีหน่วยงานกลางซึ่งเป็นองค์กรนิติบุคคล ทำหน้าที่กำกับดูแลภาพรวมและการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการดำเนินการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคโดยรวม ทั้งนี้ หน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานที่ดำเนินกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ควรแยกอำนาจหน้าที่กันอย่างชัดเจน รวมทั้ง รัฐควรเปิดกว้างการเป็นเจ้าของอุทยานวิทยาศาสตร์ให้เอกชนด้วย

     กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพิจารณาแล้วมีความเห็นในหลักการว่า ควรมีการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ โดยระยะแรกเห็นควรให้มีการจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนอุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศ ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้การดำเนินการอุทยานวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยมีมาตรฐานและมีความต่อเนื่อง สำหรับการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในระยะต้นนั้น ควรมีโครงสร้างที่มหาวิทยาลัยเป็นแกนนำในการพัฒนาอุทยานวิทยาศาสตร์และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่มีส่วนร่วมในการบริหารอุทยานวิทยาศาสตร์ รวมทั้งควรส่งเสริมให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ด้วย โดยได้นำเสนอแนวทางการบริหารกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี


เขียนข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ

ถ่ายภาพ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์ และนายรัฐพล หงสไกร

กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทร 02 333 3700 ต่อ 3727 – 3732 E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready