Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

สดร. เผยภาพดาวหางวิ่งเฉียดดาวอังคาร ชี้ทำให้คาบการโคจรสั้นลง

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้กล้องโทรทรรศน์ทางไกลอัตโนมัติซีกฟ้าใต้ของไทยที่ชิลี บันทึกภาพดาวหางไซดิงสปริงก่อนและหลังเฉียดเข้าใกล้ดาวอังคาร แรงโน้มถ่วงของดาวอังคารทำให้วงโคจรและคาบการโคจรเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยใช้เวลาหลายพันล้านปีในการโคจรหนึ่งรอบ เหลือเพียงอีกไม่กี่ล้านปีดาวหางดวงนี้ก็จะกลับเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในอีกครั้ง

นายมติพล  ตั้งมติธรรม เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่าเวลาประมาณ 01.28 น. ของวันที่ 20 ตุลาคม 2557 ตามเวลาประเทศไทย ดาวหางไซดิงสปริงได้เฉียดเข้าใกล้ดาวอังคารที่สุดที่ระยะห่างเพียง 139,500 กิโลเมตร ด้วยความเร็ว 56 กิโลเมตรต่อวินาที จึงทำการบันทึกภาพของดาวหาง Siding Spring C/2013 A1 ด้วยกล้องโทรทรรศน์ทางไกลอัตโนมัติซีกฟ้าใต้ของไทยซึ่งตั้งอยู่ในประเทศชิลี จากการสั่งงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ในช่วงเวลาก่อนหน้าและหลังจากที่ดาวหางได้เฉียดผ่านดาวอังคาร 

รูปที่ 1 ดาวหาง Siding Spring C/2013 A1 ขณะที่ผ่านเนบิวลามืด LDN74 ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2557 เวลาประมาณ 07.40 น. ตามเวลาในประเทศไทย ก่อนเฉียดใกล้ดาวอังคาร ในภาพดาวอังคารอยู่ทางด้านล่างซ้าย นอกกรอบภาพ ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์ทางไกลอัตโนมัติซีกฟ้าใต้ ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

รูปที่ 2 ดาวหาง Siding Spring C/2013 A1 ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2557 เวลาประมาณ 07:40 UTC หลังจากได้ผ่านเข้าใกล้ดาวอังคารมาประมาณหกชั่วโมง ในภาพแสงทางด้านบนขวา เป็นแสงจากดาวอังคาร สาเหตุที่จำเป็นต้องวางดาวเอาไว้นอกกรอบภาพเพื่อป้องกันความเสียหายต่อกล้องโทรทรรศน์ ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์ทางไกลอัตโนมัติซีกฟ้าใต้ ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ดาวหาง Siding Spring มีชื่อทางการว่า C/2013 A1 ถูกค้นพบเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2556 โดยหอดูดาว Siding Spring กำเนิดมาจากส่วนของเมฆออร์ตซึ่งถือกำเนิดมาพร้อมกับระบบสุริยะเมื่อประมาณสี่พันล้านปีที่แล้ว ดาวหางนี้ใช้เวลานับล้านปี ค่อย ๆ เดินทางเข้ามาสู่ระบบสุริยะชั้นใน จนในเวลาไม่ถึงสามปีที่ผ่านมาดาวหางนี้ได้สัมผัสกับความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่างแท้จริง เนื่องจากดาวหางนี้อยู่ในห้วงอวกาศลึกมาตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีที่แล้ว องค์ประกอบของดาวหางจึงเปรียบเสมือนได้กับแคปซูลกาลเวลาที่บันทึกองค์ประกอบดั้งเดิมของระบบสุริยะดึกดำบรรพ์เอาไว้ การศึกษาองค์ประกอบของดาวหางจึงช่วยให้เราสามารถศึกษาต้นกำเนิดของระบบสุริยะได้

ดาวหางไซดิงสปริงโคจรเข้าใกล้ดาวอังคารมากที่สุดในวันที่ 20 ตุลาคม 2557 เวลาประมาณ 01.28 น. ตามเวลาในประเทศ ที่ระยะห่างเพียง 139,500 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ใกล้กว่าครึ่งหนึ่งของระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ และใกล้กว่า 1 ใน 16 ของระยะทางที่ดาวหางเล็กเซลส์เคยเฉียดใกล้โลกมากที่สุด เป็นระยะที่ใกล้มากพอที่แก๊สและฝุ่นบริเวณด้านนอกสุดของชั้นบรรยากาศดาวหาง หรือโคม่าของดาวหางจะมีปฏิสัมพันธ์กับชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร ฝุ่นละอองที่ประกอบเป็นหางของดาวหางบางส่วนอาจตกลงบนพื้นผิวของดาวอังคาร ที่อาจสามารถสังเกตเห็นได้เป็นฝนดาวตกโดยหุ่นยนต์สำรวจอวกาศ Opportunity และ Curiosity และนักดาราศาสตร์ทั่วทุกมุมโลกก็กำลังจับตาดูเพื่อศึกษาดาวหางดวงนี้ คาดว่าจะมีการรายงานการค้นพบเบื้องต้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ดาวหางดวงนี้ได้เข้ามายังระบบสุริยะชั้นใน แต่หลังจากที่ดาวหางไซดิงสปริงได้เฉียดเข้าใกล้ดาวอังคารแล้ว แรงโน้มถ่วงของดาวอังคารจะมีผลทำให้วงโคจรและคาบการโคจรของดาวหางเปลี่ยนแปลงไป จากที่เคยใช้เวลาหลายพันล้านปีในการโคจรหนึ่งรอบ เหลือเพียงอีกไม่กี่ล้านปีดาวหางดวงนี้ก็จะกลับเข้ามายังระบบสุริยะชั้นในอีกครั้ง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/1585-narit-siding-spring-mars
http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/1363-siding-spring
http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/1409-siding-spring-mars

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
โทร. 053-225569 ต่อ 210 หรือ 081-8854353
E-Mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
www.narit.or.th  
Facebook: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
Twiiter: @N_Earth
เผยแพร่ข่าว : นางสาวศิริลักษณ์ สิกขะบูรณะ
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 02 333 3700 ต่อ 3728 - 3732

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready