Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ปส. แนะการตรวจวินิจฉัย PET/CT รู้ทันมะเร็งได้อย่างแม่นยำ

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) แนะการใช้รังสีวินิจฉัยโรคด้วยเครื่อง PET/CT สแกน มีความแม่นยำปลอดภัยสูง หากอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และมีการขออนุญาตใช้ที่ถูกต้องตามกฎหมายจาก สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ย้ำปริมาณรังสีที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยมีการประเมินความปลอดภัยจากแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญแล้ว

ดร.อัจฉรา วงศ์แสงจันทร์ รองปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มขออนุญาตใช้เครื่อง PET (Positron Emission Tomography, PET) เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography, CT) รวมทั้ง เครื่อง PET/CT เพื่อใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็งมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ ๑ ของคนไทย ได้แก่โรค "มะเร็ง" ทำให้ในวงการแพทย์ตื่นตัวและจำเป็นต้องหาวิธีการตรวจวินิจฉัยให้ผู้ป่วยรู้ตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที 

PET/CT สแกน เป็นทางเลือกใหม่ในการวินิจฉัยโรคแต่เนิ่น ๆ ที่มีความชัดเจนและแม่นยำกว่าการตรวจถ่ายภาพแบบอื่นๆ เนื่องจากเป็นการผสมผสานเอาเครื่อง PET (Positron Emission Tomography, PET)  และเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography, CT) มารวมในเครื่องเดียว ทำให้ภาพที่ได้มีข้อมูลทั้งด้านโครงสร้างและด้านสรีระวิทยาที่มีความแม่นยำสูง รวมทั้ง มีประสิทธิภาพสูงในการนำมาใช้ตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง โดยสามารถบอกตำแหน่งของรอยโรคควบคู่กับระดับการทำงานของเซลล์ ซึ่งมีความชัดเจนและความแม่นยำมากกว่าการใช้เครื่อง PET และ CT ที่แยกกัน โดยการตรวจสามารถทำได้พร้อมกันโดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และนอกจากตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งแล้ว ยังมีความสามารถในการตรวจความผิดปกติของร่างกายอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคความจำเสื่อม โรคพาร์กินสัน โรคลมชัก นอกจากนี้ แพทย์ยังสามารถนำภาพจาก PET/CT มาใช้ในการวางแผนเพื่อรักษาด้วยการฉายรังสี (radiation therapy treatment planning) ทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งการฉายรังสี (contour maps) ให้ครอบคลุมรอยโรคได้อย่างถูกต้องอีกด้วย โดยปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจะไม่นำมารวมกับปริมาณรังสีสะสมสำหรับประชาชนทั่วไป (ซึ่งระบุไว้ตามเกณฑ์ความปลอดภัยทางรังสีไม่เกิน ๑ มิลลิซีเวิร์ตต่อปี)

ปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มากขึ้น ปส. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัย ขอให้หน่วยงานที่จะติดตั้งและใช้เครื่อง PET/CT ดำเนินการขออนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้พลังงานปรมาณูต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อให้การใช้งานเครื่อง PET/CT เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากล และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ประชาชนทั่วไป และสิ่งแวดล้อม…ดร.อัจฉรา ฯ กล่าว

จากสถิติสาเหตุการตายอันดับ ๑ ของคนไทย ซึ่งได้แก่โรค "มะเร็ง" ยังครองแชมป์มาอย่างต่อเนื่อง โรคนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมีอัตราสูงขึ้น โดยโรคมะเร็งที่พบบ่อย ๖ อันดับแรกของโลก ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งปากมดลูก ตามลำดับ ชนิดของโรคมะเร็งที่พบบ่อยในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เนื่องจากประชาชนมีการเกิดโรคติดเชื้อต่างกัน ได้รับรังสี สารเคมี  มีพฤติกรรมการบริโภคอาหาร คุณสมบัติทางพันธุกรรม วิถีการดำเนินชีวิตและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งรุนแรงมากขึ้น และมีคนไทยเสียชีวิตกว่า ๖๐,๐๐๐ คนต่อปี ส่วนทั่วโลกมีรายงานการเสียชีวิตปีละเกือบ ๘ ล้านคน และอาจจะมีอัตราเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากคนเรายังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และไม่เรียนรู้ให้ทันต่อโรคร้ายนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มกำกับดูแลความปลอดภัยการใช้เครื่องกำเนิดรังสี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ โทร. ๐ ๒๕๙๖ ๗๖๐๐ ต่อ  ๑๖๑๓

ภาพแสดงการเปรียบเทียบการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีการ  CT, PET และ  PET/CT

โดย  กลุ่มเผยแพร่พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
โทรศัพท์ ๐ ๒๕๙๖ ๗๖๐๐ ต่อ  ๑๑๒๓ - ๑๑๒๔
ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

ผู้เผยแพร่ข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready