Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

พิเชฐ นำทัพเยือนทีดีอาร์ไอ มองไกลเพื่อการปฏิรูปวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

323-b.JPG
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำทีมคณะทำงานรัฐมนตรีและนักวิชาการ เข้าพบ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ - TDRI) เปิดประเด็นหารือ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืนบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ทบทวนผลการศึกษา การวิจัยและพัฒนา และประสบการณ์ด้านต่างๆ อย่างน่าสนใจ 

ประเด็นแรก คือ การพัฒนางานวิจัยด้านการเกษตร ซึ่งกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ดำเนินการวิจัยด้านเมล็ดพันธุ์ การพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร บรรจุภัณฑ์ และการพัฒนากำลังคน ถึงแม้ว่าหลายโครงการประสบความสำเร็จแล้ว แต่การขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมด้วยฐาน วทน. ยังไม่ประสบความสำเร็จในระดับใหญ่เท่าที่ควร จำเป็นต้องประสานความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร ทั้งในระหว่างหน่วยงานภาครัฐกันเอง และระหว่างรัฐและเอกชนให้มากกว่านี้  จำเป็นต้องสร้างเวทีให้นักวิจัยได้ใกล้ชิดกับเกษตรกรมากขึ้น จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะการถ่ายทอดเทคโนโลยี จำเป็นต้องสร้างบุคลากรวิจัยด้านนี้ให้มากขึ้น

(1) การลงทุนด้าน วทน. จากภาคเอกชน ซึ่งสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืนด้าน ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน ทีดีอาร์ไอ - TDRI ได้ชี้ประเด็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ว่าจำเป็นต้องพัฒนาจากฐาน วทน.  ปัจจัยหลัก 3 ส่วนที่ได้อภิปรายร่วมกัน คือ

(2) การพัฒนากำลังคนด้าน วทน. ทั้งระดับนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรในวัยทำงาน โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างรัฐและเอกชน และ

(3) การเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งจำเป็นต้องผูกกับห่วงโซ่การผลิต และจัดระบบให้เกิดความยั่งยืนให้ได้

เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น รัฐจำเป็นต้องปฏิรูประบบการให้สิ่งจูงใจ เช่น กำหนดมาตรการลดหย่อนภาษีให้จูงใจมากขึ้น ให้บริษัทที่ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาหักค่าใช้จ่ายการวิจัยและพัฒนาได้จาก 200% เป็น 300% และกำหนดแนวปฏิบัติไม่ให้ซับซ้อนจนเกินไป ควรกำหนดนิยามของการวิจัยและพัฒนาว่าไม่ควรถูกจำกัดเฉพาะงานวิจัยพื้นฐานเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมถึงการวิจัยเชิงประยุกต์ (Applied Research) และการออกแบบผลิตภัณฑ์  ควรพิจารณาการปฏิรูประบบการขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และครอบคลุมถึงการบูรณาการงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสรรพากร และสำนักงานคณะกรรมส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

จากนั้นได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพของภาคการผลิต ซึ่งควรทำทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การนำวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิต จนถึงการนำสินค้าออกสู่ตลาด จากผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอ การเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรสามารถลดต้นทุนได้ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท การเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงานสามารถลดต้นทุนได้ถึง 1.4 แสนล้านบาท สิ่งที่ประเทศไทยควรเดินหน้าต่อไปนั้น คือ ให้การเพิ่มผลิตภาพเป็นวาระแห่งชาติ ให้มีการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำต่อเนื่องตามระดับความสามารถของบุคลากรและผลิตภาพ และให้เกิด “ภาคีเพิ่มผลิตภาพ” หรือการสร้างเวทีให้รัฐและเอกชนได้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน สำหรับประเด็นเรื่องกำลังคน (Labor Force) หรือทุนมนุษย์ (Human Capital) ด้าน วทน. นั้น เป็นปัญหาที่เป็นคอขวดของระบบการพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องจำนวนนักวิจัยที่ขาดแคลน นักวิจัยที่มีความสามารถส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในหน่วยงานภาครัฐและมหาวิทยาลัยต่างๆ ยังไม่ได้เข้าไปร่วมขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนมากเท่าที่ควร จำเป็นต้องปรับการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างแรงจูงใจและกลไกให้เอกชนสามารถยืมตัวนักวิจัยของรัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม  นอกจากนี้ยังได้หารือเกี่ยวกับการเพิ่มบุคลากรสาขาขาดแคลนผ่านกลไกการเปิดรับแรงงานฝีมือและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจากต่างประเทศ

หากแก้ “ปม” ที่ผูกติดกับปัญหาเหล่านี้ได้ ประเทศไทยคงเห็นแสงสว่างแห่งอนาคต การ “ชี้เป้า” ให้นวัตกรรมฝังรากอยู่ในความคิดของคนไทย ในภาคการผลิต การสร้างระบบการวิจัยและพัฒนา รวมไปถึงระบบงบประมาณด้าน วทน. จะเป็นกุญแจสำคัญที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยได้ และในที่สุดจะทำให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้

ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เห็นตรงกัน  พร้อมจะสนับสนุน และยินดีที่จะศึกษาเพิ่มเติมร่วมกัน

ผู้เผยแพร่ข่าว : นายปราโมทย์ ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready