Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ผนึกกำลัง 2 กระทรวง(วิทย์-ต่างประเทศ) เปิดเวที “การทูตวิทยาศาสตร์” หวังเพิ่มขีดความสามารถเศรษฐกิจไทย

298-b.jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2557) เวลา 09.30 น. ดร.พิเชฐ  ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย นาย ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันจัด “การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การทูตวิทยาศาสตร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ ครั้งที่ 1” เปิดมิติใหม่ของการทำงานบูรณาการระหว่างกระทรวงโดยใช้ “การทูตวิทยาศาสตร์” เป็นแนวทางระดมความร่วมมือทางการทูตกับนานาประเทศ เพื่อประยุกต์การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย การหายุทธศาสตร์ร่วมกันในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในการแข่งขันกับเวทีโลก

ทั้งนี้ โปรเจคใหญ่ๆ จึงควรดึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปช่วยส่งเสริมการดำเนินงานในทุกๆ ด้านด้วย และรัฐบาลจะต้อลงทุนการต่อยอดในงานวิจัยเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ซึ่งประโยชน์ของการประชุมในวันนี้ จะเกิดเป็นแผนยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองหน่วยงานใช้ร่วมกัน โดยจะมีการระบุในรายละเอียดสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมประเทศเป้าหมายที่ไทยประสงค์จะผลักดันความร่วมมือ และการจัดทำข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้จัดทำขึ้น เพื่อเสนอต่อรัฐบาล ในการอภิวัฒน์ประเทศไทยออกจากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) “ การทูตวิทยาศาสตร์” จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ดร.พิเชฐ  ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญของการบูรณาการร่วมกันระหว่าง 2 กระทรวง คือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ ที่วางแนวทาง “การทูตวิทยาศาสตร์” (Science Diplomacy) โดยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.)  เข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินงาน การเจรจาการทูตระหว่างประเทศ การวางแนวทางการดำเนินงานไปในอนาคตข้างหน้า เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่สังคมโลกและเกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากการนำ วทน. เข้ามาช่วยให้ประเทศไทยมีจุดยืนที่ยั่งยืน ทั้งในด้านวิชาการ กำลังคนด้าน วทน. และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน เพื่อให้ครอบคลุมในหลายมิติของการมีปฏิสัมพันธ์กับต่างประเทศในเรื่อง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากการใช้ วทน. เป็นเครื่องมือส่งเสริมความสัมพันธ์กับต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาทางการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการแลกเปลี่ยนบุคลากรในการสร้างฐานความรู้ด้าน วทน. ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน ในการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ผ่านกลไกความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ต่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรม โดยมาตรการที่สำคัญด้านพื้นฐานนี้ จะสามารถปฏิรูปด้าน วทน. ท่ามกลางความก้าวหน้าโดยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมการดำเนินการเพื่อให้เกิดมิติที่สำคัญด้าน วทน.

นายดอน ปรมัตถ์วินัย  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า บทบาทของกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการศึกษาศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศไทยสามารถนำเอาวิทยาศาสตร์ของต่างประเทศ มาประยุกต์ใช้ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.)  ที่เปรียบเสมือนกลุ่มด้านการค้าแต่ วทน. มักโดนมองข้ามไปอยู่ในลำดับท้ายๆ เพราะฉะนั้น ควรเปลี่ยนแนวความคิดใหม่โดยการสร้างฐานความรู้ด้าน วทน. ให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ประเทศไทยได้พัฒนาต่อยอดไปสู่พื้นฐานของฐานความรู้ด้าน วทน. ที่มีประโยชน์ ภายใต้การพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ซึ่ง วทน. จะมีบทบาทอย่างยิ่ง เพราะวิทยาศาสตร์เป็นรากฐานของความเจริญที่สำคัญจึงควรพัฒนาให้เหมือนกับนานาประเทศต่อไป 

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การทูตวิทยาศาสตร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศ โดยในภาคเช้า มีการเชิญนักธุรกิจและนักวิชาการชั้นนำ อาทิ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้อำนวยการสถาบัน Sasin Institute for Global Affairs นาย กฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ และ ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ร่วมเสวนาในประเด็น“ภาพรวมและทิศทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมของโลก ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการต่างประเทศ” ในภาคบ่ายเป็นการจัดประชุมกลุ่มระดมความคิดเห็นแยกตามสาขา ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มเทคโนโลยีทางการแพทย์และชีววิทยาศาสตร์ กลุ่มพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อภาคการผลิต กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล และกลุ่มการพัฒนากำลังคน การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในการระดมความคิดเห็นดังกล่าว เพื่อหาแนวทางในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การกำหนดประเทศเป้าหมายและรูปแบบของความร่วมมือ เช่นรัฐต่อรัฐ หรือ ภาครัฐกับเอกชน เป็นต้น 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมแผนกประชาสัมพันธ์ :  นางสาวรติมา เอื้อธรรมาภิมุข นางสาวมนต์ศิริ  ธรมธัช
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สวทน. โทร:662 160 5432-37  Website: www.sti.or.th
ข่าวโดย : นางสาวนีรนุช  ตามศักดิ์  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สป.วท.
ภาพข่าวและวีดิโอโดย : นางสุนิสา ภาคเพียร นาวงษ์ และ นายไววทิย์ ยอดประสิทธิ์

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready