Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต ถนนสายวิทยาศาสตร์รับวันเด็กแห่งชาติปี 2558

209-b.jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
ความรู้ คู่คุณธรรม นำสู่อนาคต ถนนสายวิทยาศาสตร์รับวันเด็กแห่ ... FLEXI_IMAGE 1
หมวดหมู่
หน่วยงาน

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จัดกิจกรรมงาน “ถนนสายวิทยาศาสตร์” รับวันเด็กแห่งชาติขึ้น บนถนนโยธีและถนนพระรามที่ 6 พร้อมเปิดสถานีกิจกรรมและการทดลองทางวิทยาศาสตร์กว่า 47 สถานีไฮเทค ให้เด็กไทยได้เรียนรู้ สัมผัสอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาความคิด ระหว่างวันที่ 8-10 มกราคม 2558 ตั้งแต่ 09.00-17.00 น. ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ถนนพระรามที่ 6 ซึ่งมีองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เป็นหน่วยงานหลักจัดงานในครั้งนี้ ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทั้ง 15 หน่วยงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรม

สถานีทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ขนมาโชว์ โดยไฮไลต์สำคัญ คือ สถานีธรรมชาติมหัศจรรย์ โดยนำเสนอเทคนิค ขั้นตอนวิธีการใช้ประโยชน์ และความสำคัญจากการสตัฟฟ์สัตว์เพื่อการเก็บรักษา และการจัดแสดงผ่านตัวอย่างสัตว์สตัฟฟ์เกือบทุกกลุ่ม ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก ปลา สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน ที่สำคัญจะมีการคืนชีวิตให้ซากสัตว์เหมือนมีชีวิตในอิริยาบถใกล้เคียงธรรมชาติด้วยเทคนิค Taxidermy ที่มีความหมายว่าศิลปะหรือเทคนิคที่ทำให้สัตว์ที่ตายมีรูปกายเหมือนมีชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง

ในส่วนกิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้นำครอบครัวอะตอมเปิดประตู่สู่โลกวิทยาศาสตร์ เครื่องบินเล็กสำรวจปริมาณรังสีในสิ่งแวดล้อมและชุดหุ่นเก็บวัสดุกัมมันตรังสีมาโชว์เป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ (สดร.) ได้นำสถานีไขความลับหลุมดำที่มีการจำลองสภาวะการตกลงสู่หลุมดำและความรู้เกี่ยวกับหลุมดำ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ในระบบอีเลิร์นนิ่ง โมเดลดาวเคราะห์ในระบบสุริยะทั้ง 8 ดวง สถานีระฟ้าท้าอวกาศที่จะพาไปตะลุยอวกาศและไต่ชั้นบรรยากาศของโลกที่เราอาศัยอยู่ของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) ที่สำคัญต้องดูให้ได้คือของเล่นภูมิปัญญาไทย ซึ่งหาได้ยากในประเทศไทย ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) จะเปิดตัวเป็นครั้งแรก โดยจะมีการรวบรวมของเล่นภูมิปัญญาไทยที่มากที่สุดมาโชว์ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ของเล่นพื้นบ้านที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ

ทั้งนี้ ในส่วนสถานีอื่นๆ ตัวอย่างเช่น พลังวิทย์ของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ The Xvolution game การเรียนรู้วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตผ่านแอพพลิเคชั่น ที่สถานีพลังวิทย์มหัศจรรย์แสงแห่งไอทีเรียนรู้โลกสารสนเทศไปกับกิจกรรมทางไอทีที่หลากหลาย นิวเคลียร์เพื่ออนาคตก็จะพบกับ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ที่ได้นำความรู้ด้านนิวเคลียร์และแสงกับรังสีมาโชว์ สถาบันมาตรวิทยา (มว.) นำโลกแห่งแสงสี ห้องปฏิบัติการแสง สี การกระจายคลื่นแสงและใยแก้วนำแสง STKC ได้นำความรู้ด้าน วทน. กิจกรรมทายคำ ปริศนาอักษรไขว้ และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) นำกิจกรรมความรู้สร้างสรรค์จากสิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมให้กับเด็กๆ และเยาวชนได้ร่วมสนุก สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ได้นำความรู้เกี่ยวกับคลังข้อมูลน้ำมาให้เด็กๆ เยาวชนได้ศึกษาและเรียนรู้ ทั้งยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับพลังงานทดแทนกับสถานีสีเขียวของ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และ STEM for Kids ของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ในกิจกรรมสถานีการทดลอง การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ในทุกๆ ด้าน ทั้งชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ ความรู้พื้นฐาน รวมถึงคณิตศาสตร์ ศูนย์บริการร่วม วท. (ศบร.) ได้นำนิทรรศการกิจกรรม เกมส์ตอบคำถามด้านวิทยาศาสตร์ เกมส์เศรษฐี เกมส์โยนห่วง เกมส์ Tower  และเกมส์เปิดป้าย 1313 มาให้ร่วมสนุก  และที่สำคัญในปีนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับกลุ่มเด็กพิเศษที่สามารถร่วมสนุกได้ที่สถานีถอดรหัสพันธุกรรมของ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ศลช.)

 

นอกจากนี้ เนื่องด้วยในปีนี้ องค์การสหประชาชาติประกาศให้เป็นปีแสงและเทคโนโลยีด้านแสงสากล และปีดินสากล เพื่อเป็นการร่วมฉลองทั้งสองปีสากลนี้จึงจัดสถานีทดลองต่างๆ ให้มีความสอดคล้องกับเรื่องของแสงและดินอย่างหลากหลาย อาทิ การทดลองขุดคุ้ยดินประเภทต่างๆ เพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตน้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน ปลูก-ปั้น-แต่ง ที่จะฝึกใช้ประโยชน์จากดินร่วน ดินเหนียว ดินทราย และมาตรวิทยากับโลกแห่งแสงสีที่ให้เด็กๆ และเยาวชน ได้รู้จัก “แสง” และ “ประโยชน์ของแสง” รวมทั้งยังมี 5 ยอดมนุษย์ซินโครตรอนของ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) ที่จะพาไปท่องในโลกกว้าง สายรุ้งทำมือ Glass Bead Bow สถานีเฉพาะเด็กเล็ก 3 กิจกรรมคือ
1. เมล็ดพืชเต้นระบำ โดยเอาเมล็ดพืชใส่ขวดโซดา จะเด้งลอยขึ้น การสอนเรื่องอากาศและอากาศที่อยู่ในน้ำ
2. สนุกกับเสียง (ไก่กระต้าก)
3. ลูกข่างหลากสี เป็นแผ่นซีดี กับลูกแก้ว หมุนเป็นลูกข่าง การสอนเรื่องการผสมสี รวมทั้ง กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ได้สร้างสวนสนุกมาสร้างความสุขหรรษาให้กับเด็กๆ และเยาวชนได้ร่วมสนุก โดยนำเอาสวนสนุกขนาดใหญ่มาให้น้องๆ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ในสถานีต่าง ๆ การทำถุงมือยาง จินตนาการสรรค์สร้างงานผลิตเซรามิกและเทียนเจลแฟนซี เพื่อผิวสวยกระจ่างใสกับการทำผลิตภัณฑ์ขัดผิว Herbal scrub พร้อมอิ่มอร่อยกับการทำไอศกรีมผลไม้ ความปลอดภัยของห้องปฏิบัติการนักวิทยาศาสตร์น้อย การทดลองมหัศจรรย์สีแฟนซีขวดน้ำเพื่อประลองความแม่นยำ

ในส่วนของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กจิ๋วแต่แจ๋วด้วยตัวอย่างแร่–หินที่สวยงามหายากในประเทศไทย พร้อมองค์ความรู้ด้านธรณีวิทยามาอย่างครบถ้วน และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้นำกิจกรรมสุขหรรษา สวนสนุก สมอ. ที่นำสวนสนุกและกิจกรรมประกวดภาพระบายสีมาสร้างสีสันภายในงาน

การร่วมกิจกรรมบนถนนสายวิทยาศาสตร์นี้ ทางผู้จัดงานได้เตรียมพาสปอร์ต เป็นหนังสือเดินทางบนถนนสายวิทยาศาสตร์ที่ท้าทายความสามารถของเด็กๆ และเยาวชน ในการเดินทางและเรียนรู้กิจกรรมต่างๆ ให้ครบทุกสถานี เพื่อรับรางวัลต่างๆ ที่ซุ้มรับรางวัล ซึ่งจัดเตรียมไว้อย่างมากมาย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงขอเชิญชวนน้องๆ และโรงเรียนที่สนใจสามารถมาเที่ยวชมงานถนนสายวิทยาศาสตร์ได้ฟรี โดยสามารถเดินทางได้ทั้งรถโดยสารประจำทาง ตลอดจนรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งในวันที่ 10 มกราคม ได้เตรียมรถ Shuttle Bus ไว้รับ-ส่ง ณ สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเที่ยวชมงานด้วย 

ข่าวโดย : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์
ภาพข่าวโดย : นายรัฐพล หงสไกร และ นางสุนิสา ภาคเพียร นางวงษ์

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready