Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ก.วิทย์ฯ รุก ใช้ภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียม หวังปฏิรูปบริหารจัดการทรัพยากรประเทศ

167-b.JPG
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
ก.วิทย์ฯ รุก ใช้ภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียม หวังปฏิรูปบริหารจ ... FLEXI_IMAGE 1
หมวดหมู่
หน่วยงาน

กระทรวงวิทย์ฯ รุกใช้ภาพถ่ายทางอากาศและดาวเทียม ปฏิรูปบริหารจัดการทรัพยากรประเทศ พร้อมวางแผนป้องกันภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที “นายกฯ” กำชับ วท.จัดทำโรดแมพเทคโนโลยีเพื่ออนาคต ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

จากการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในแนวทางการบูรณาการใช้งานภาพถ่ายจากการสำรวจระยะไกล ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เสนอไปนั้น ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าว เป็นแผนปฏิรูป 1 ใน 5 ด้าน ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ คือ การใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) เพื่อทรัพยากร อันเป็นแนวทางนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรของประเทศอย่างเหมาะสม รวมถึงสามารถวางแผนป้องกันก่อนเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งองค์ประกอบของการดำเนินการเป็น 3 ส่วน คือ ระบบคลังภาพถ่ายทางอากาศและภาพจากดาวเทียมแห่งชาติ ซึ่งกระจายตามหน่วยงานแต่เชื่อมโยงและให้บริการด้วยมาตรฐานเดียวกัน และ 2. คือศูนย์ข้อมูลแนวเขตและรูปลักษณ์ที่มีกฎหมายรองรับ เช่น แปลงที่ดินกรรมสิทธิ์ ที่ดินของรัฐ ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์ ที่ดินทำกินที่ได้รับอนุญาต ผังเมืองและเขตเศรษฐกิจพิเศษ อาคาร ระบบสาธารณูปโภค สุดท้ายคือ ระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการติดตามสถานการณ์และการเปลี่ยนแปลงได้ทันต่อเหตุการณ์ เช่น ภัยพิบัติ การบุกรุกป่าไม้และที่ของรัฐ การเพาะปลูกและคาดการณ์ผลผลิต แหล่งน้ำ มลพิษและอุบัติภัยทางบกและทะเล การใช้ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฯลฯ   

“เพื่อให้ประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้ภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียมในภารกิจของหน่วยงานต่างๆเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งจากการลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ การเพิ่มผลผลิตของประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพและธรรมภิบาลในการบริหารจัดการประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบในแนวทางการบูรณาการใช้งานภาพถ่ายจากการสำรวจระยะไกล นอกจากนี้ท่านนายกรัฐมนตรียังได้กำชับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เร่งจัดทำโรดแมพเทคโนโลยีเพื่ออนาคตสำหรับเรื่องนี้ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือเพื่อกำหนดแนวทางและแผนการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน” ดร.พิเชฐ กล่าว 

ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) กล่าวว่า ปัจจุบันภาพถ่ายที่ได้จากการสำรวจระยะไกลของประเทศถูกนำไปใช้งานหลักมีด้วยกัน 2 ลักษณะ คือการจัดทำแผนที่หลักของประเทศ  โดยการนำรูปลักษณ์บนพื้นผิวโลกมาถ่ายทอดลงบนกระดาษหรืออุปกรณ์การแสดงผลอื่น ๆ โดยให้สัดส่วนและความถูกต้องในเชิงตำแหน่งใกล้เคียงกับความจริงให้มากที่สุด ซึ่งการจัดทำแผนที่มักจะใช้ภาพถ่ายรายละเอียดสูงมากจากเครื่องบินที่บินถ่ายภาพทางอากาศที่ระดับความสูงต่ำกว่า 10 กิโลเมตร ประกอบกับการสำรวจรังวัดภารพื้นดินเป็นเครื่องมือหลัก และ 2.การติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นบนพื้นโลก เนื่องจากการจัดทำแผนที่มาตรฐานนั้นถึงแม้จะมีความถูกต้องเชิงตำแหน่งสูง แต่ใช้ระยะเวลาที่ยาวนานต่อวงรอบการถ่ายภาพซ้ำที่เดิม ทำให้ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนพื้นโลก การทำให้ได้ข้อมูลที่ทันต่อเวลาและสถานการณ์ปัจจุบัน จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดาวเทียมประเภทต่าง ๆ ที่โคจรเคลื่อนที่อยู่ที่ระดับความสูง 500-1,000 กิโลเมตร จนถึงดาวเทียมประจำที่ที่ระดับความสูงกว่า 30,000 กิโลเมตร จากพื้นโลก ติดตั้งกล้องถ่ายภาพเชิงแสง ระบบเรดาร์และระบบเซนเซอร์อื่น ๆ ที่ครอบคลุมพื้นที่ได้ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงระดับประเทศและนอกประเทศ

ผอ. GISTDA  กล่าวว่า ข้อมูลภาพถ่ายและแผนที่จากการสำรวจระยะไกลด้วยดาวเทียมและอากาศยานของประเทศที่สำคัญในปัจจุบันได้มาจาก ดาวเทียมไทยโชตของประเทศไทย ซึ่งเป็นดาวเทียมเชิงแสงรายละเอียดสูง 1 ดวง ดาวเทียมสาธารณะของต่างประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นระบบเชิงแสงหลายช่วงคลื่นรายละเอียดปานกลางและต่ำ ทั้งที่เป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำและดาวเทียมประจำที่ซึ่งประเทศไทยมีสถานีรับสัญญาณข้อมูลโดยตรงเมื่อดาวเทียมเหล่านี้โคจรผ่านมายังประเทศไทย จำนวน 7 ดวง ดาวเทียมเชิงพาณิชย์ระบบเรดาร์ที่ประเทศไทยมีสถานีรับสัญญาณข้อมูลโดยตรงจากดาวเทียมจำนวน 5 ดวง  ดาวเทียมพาณิชย์เชิงแสงรายละเอียดสูงและสูงมากที่ GISTDA มีสัญญาซื้อสัญญาณภาพจากสถานีรับของเจ้าของดาวเทียมในต่างประเทศ จำนวน 12 ดวง จากฝูงบินถ่ายภาพทางอากาศ ประกอบด้วยเครื่องบินของกรมแผนที่ทหารจำนวน 3 ลำ และของกองทัพอากาศ จำนวน 4 ลำ มีกล้องเพื่อรองรับภารกิจการทำแผนที่และการหาข่าวต่าง ๆ และยังมีโครงสร้างพื้นฐานภาคพื้นดินเพื่อสนับสนุนการถ่ายภาพจากระยะไกล ประกอบด้วยโครงข่ายหมุดหลักฐานหลักที่มีค่าพิกัด 3 แกน ของกรมแผนที่ทหารและกรมพัฒนาที่ดินซึ่งครอบคลุมทั้งประเทศ สถานีอ้างอิง ตำแหน่งโดยใช้ระบบดาวเทียมนำทาง จำนวน 35 สถานี ของกรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมอุทกศาสตร์ กรมแผนที่ทหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ GISTDA 

ต่อจากนั้น ดร.พิเชฐ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนว่า จากการใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียมและทางอากาศในด้านต่างๆ  อาทิเช่น การสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรการปกครอง การใช้แผนที่ในการจัดเก็บภาษี โดยการใช้เครื่องบินสำรวจทางอากาศถ่ายเก็บข้อมูล เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น หรือแม้แต่ในภาวะน้ำท่วม GISTDA มีส่วนช่วยในการค้นหาพื้นที่สำหรับการอพยพประชาชนและสิ่งของไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงตรวจสอบหาพื้นที่ที่พร้อมจะได้รับเงินเยียวยา เป็นต้น 

เขียนข่าวโดย : ทีมงานโฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ภาพข่าวโดย : นางสุนิสา ภาคเพียร นาวงษ์,นายรัฐพล หงสไกร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทร. 02 333 3700 โทรสาร 02 333 3834  

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready