Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ดร.พิเชฐ เตรียมปฏิรูปพัฒนากำลังคน มุ่งเพิ่มผลิตนักวิจัยด้าน วทน. หวังหลุดพ้นประเทศรายได้ปานกลาง

125-b.jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การพัฒนากำลังคน เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล และเป็นแผนปฏิรูปของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่ต้องการเพิ่มบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ที่ยังขาดแคลน 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีโครงการที่ดีหลายโครงการ อาทิ บ้านนักวิทย์น้อย มหาวิทยาลัยเด็ก สนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนโดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (วมว.) นักเรียนทุนกระทรวงวิทย์ฯ  พัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (JSTP) ฯลฯ แต่ยังขาดความเชื่อมโยงกัน และยังไม่เพียงพอต่อการขยายตัวด้านการวิจัยและพัฒนา ที่กำลังเพิ่มขึ้นของภาคเอกชน ดังนั้นกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงจัดเวทีเพื่อร่วมหารือแนวทางการปฏิรูประบบการพัฒนากำลังคนเพื่ออนาคต โดยมองให้เป็นโครงการระดับชาติ มีการระบุจำนวนความต้องการบัณฑิตระดับปริญญาเอกที่ชัดเจน และการทำงานเป็นข้อต่อร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน

“กำลังคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด จึงจำเป็นต้องยกระดับให้เป็นโครงการระดับชาติ และมีการกระจายโอกาสให้ทั่วถึงทั้งประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งสร้างผู้ที่จบปริญญาเอกทางด้าน วทน. เพิ่มขึ้น 10-20 เท่า เพื่อทำให้ประเทศไทยมีโอกาสหลุดจากประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลาง  อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือต้องสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้นโดยการสร้างความชัดเจนในเส้นทางอาชีพ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเด็กที่เลือกเรียนวิทยาศาสตร์ว่าเมื่อเรียนจบจะไปประกอบอาชีพอะไร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน” ดร.พิเชฐ กล่าว

รมว.วิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา วทน. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาวิจัยร่วมกับภาคเอกชน  ที่จะร่วมมือกันสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าต่างๆ ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการในหลายส่วน เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนมาลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น เพื่อไปสู่เป้าหมาย 1 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ในสัดส่วนการลงทุนภาครัฐต่อภาคเอกชน 30:70  เช่น มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาจาก 200 เปอร์เซ็นต์ เป็น 300 เปอร์เซ็นต์ การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลและบุคคลธรรมดา สำหรับเงินบริจาคเข้ากองทุนที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนา การแก้ไขระเบียบพัสดุของสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เอื้อกับการจัดซื้อจัดจ้างในสินค้าและบริการที่ใช้นวัตกรรมของไทยมากขึ้น

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ปัจจุบันภาคเอกชนเพิ่มการทำวิจัยด้าน วทน.มากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการบุคลากรด้านนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงต้องเร่งดำเนินการโครงการปัจจุบันหลายโครงการ เช่น หลักสูตรสะเต็มศึกษา (STEM) ที่เน้นการจัดการเรียนการสอน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์แนวใหม่ การจัดทำแผนแม่บทของกำลังคนด้าน วทน. โครงการบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกับการทำงาน  (Work-Integrated Learning หรือ WIL) ที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ในโรงงานจริง โครงการส่งเสริมบุคลากรด้าน วทน. จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน (Talent Mobility) เพื่อสนับสนุนความต้องการของเอกชน

รมว.วิทยาศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับสาขาวิชาที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เตรียมส่งนักเรียนทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์เพื่อรองรับกับนโยบายรัฐบาล อาทิ สาขาการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) การสร้างแบบจำลองเพื่อรองรับนโยบายโซนนิ่ง เพื่อปลูกพืชผลแต่ละชนิด สาขาการเกษตรแปรรูปเพื่อรองรับนโยบายการแปรรูปและการส่งออกสินค้าเกษตร การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ สาขาการออกแบบวิศวกรรมและระบบอัตโนมัติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสาขาอื่น ๆ ที่เตรียมพร้อมสำหรับโลกอนาคต เช่น สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์ ชีวสารสนเทศศาสตร์ ชีวเภสัชกรรม ชีวสารสนเทศ ชีวสถิติ สารสนเทศการเกษตร สาขาเทคโนโลยีอวกาศ

นอกจากนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะบูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการสร้างแรงจูงใจในการเข้าเรียน วทน. การสร้างเส้นทางประกอบอาชีพที่ชัดเจน ค่าตอบแทนเหมาะสม และการส่งเสริมสนับสนุนจัดการเรียนการสอนและพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษด้าน วทน. อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ  ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนถึงความก้าวหน้าการสร้างและการพัฒนากำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในปัจจุบันกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้จัดทำโครงการเกี่ยวกับการสนับสนุนการสร้างกำลังคน อาทิ โครงการนักเรียนทุนวิทยาศาสตร์ โดยให้เยาวชนไทยที่มีความสามารถไปศึกษาต่อในต่างประเทศเพื่อรับวิทยาการที่มีความก้าวหน้ากลับมาใช้ในการพัฒนาประเทศ ในการจัดทุนวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนได้มีการวางแผนงานที่ชัดเจน คือการส่งนักเรียนทุนไปศึกษาและกลับมาพัฒนาประเทศให้ตรงกับสาขาที่ได้วางไว้ ไปจนถึงการคาดการณ์ในอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมจะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีอวกาศ  เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีระบบสนับสนุนผู้สูงอายุหรือคนพิการ เป็นต้น และยังมีโครงการพัฒนานักเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่มีความสามารถพิเศษ ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยการสนับสนุนของมหาวิทยาลัย มีการนำร่องใน 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี และในปัจจุบันได้มีการขยายตัวออกไปเป็น 15 มหาวิทยาลัย 16 โรงเรียน นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนากำลังคนอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การนำสถาบันอุดมศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาโรงเรียน ซึ่งอาจจะอยู่ในชุมชนเดียวกัน หรืออาจจะอยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย การดำเนินงานที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี และจะดำเนินการขยายผลกันต่อไป ทั้งนี้ ระบบการสร้างและการพัฒนากำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ได้รับความร่วมมือจากหลายกระทรวง คิอ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน รวมทั้ง องค์การมหาชนอีกหลายแห่ง

เขียนข่าวโดย : ทีมโฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
ถ่ายภาพโดย : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์, นายรัฐพล หงสไกร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 3834
e-mail :   This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Facebook : sciencethailand

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready