Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ก.วิทย์ฯ เผยผลสำเร็จ นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เปิดรับผลไม้ฉายรังสีของไทยเข้าประเทศเป็นครั้งแรก

111-b.JPG
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
ก.วิทย์ฯ เผยผลสำเร็จ นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เปิดรับผลไม้ฉาย ... FLEXI_IMAGE 1
หมวดหมู่
หน่วยงาน

วันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 11.00 น. ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

ในประเด็น “ผลงานความสำเร็จของ สถาบันนิวเคลียร์แห่งชาติ ที่ทำให้นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เปิดรับผลไม้ฉายรังสีของไทยเข้าประเทศครั้งแรกและพลาดไม่ได้กับย้ำถึงความปลอดภัยของมาตราการเฝ้าระวังรังสีตลอด 24 ชั่วโมงตามมาตราฐานสากลของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ” พร้อมด้วย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ รองปลัดดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.สมพร จองคำ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าร่วมงานดังกล่าว ณ ห้องโถงชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้นำผลผลิตแห่งความสำเร็จมานำเสนอด้วย 

“ดร.พิเชฐ” เผยผลสำเร็จ นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เปิดรับผลไม้ฉายรังสีของไทยเข้าประเทศเป็นครั้งแรก สทน.แจงใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ฯฝ่าด่านกีดกันนำเข้าผลไม้ส่งออก การันตีปลอดภัยไร้แมลงรบกวน  คาดมูลค่าส่งออกพุ่งเป็น  2,300 ล้านบาท ขณะที่ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ออกโรงยัน มาตรการเฝ้าระวังรังสีเพื่อความมั่นคงตลอด 24 ชั่วโมงได้มาตรฐานสากล เตรียมขยายความร่วมมือประเทศเอเซียแปซิฟิค ตอบสนองเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เชิงพาณิชย์ เป็นหนึ่งในแผนปฏิรูปของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนการใช้ประโยชน์ของการศึกษาวิจัยและพัฒนา และ วทน. มาช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างมาตรฐานให้กับสินค้าและผลิตภัณฑ์ส่งออกของไทย ทั้งด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ดำเนินการแก้ปัญหาการกีดกันนำเข้าอาหาร สมุนไพร และผลไม้ส่งออกของไทยหลายชนิดในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ทางนิวเคลียร์ด้วยการฉายรังสี  อีกทั้งยังเร่งดำเนินการขยายตลาดสู่ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ คาดว่ามูลค่าการส่งออกปีนี้จะเพิ่มเป็น 2,300 ล้านบาท นอกจากนี้ สทน. ยังตรวจวัดและออกใบรับรองกำกับปริมาณรังสีในสินค้าประเภทข้าว น้ำตาลทราย ผลิตภัณฑ์นม เครื่องเทศ ปลากระป๋อง อาหารสัตว์ ฯลฯ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA ) คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี และยังสามารถใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในการเพิ่มมูลค่าสินค้าอัญมณีเนื้ออ่อนประเภท โทแพซ เบริล อความารีน ทัวมารีน ควอตซ์ ได้มากถึง 5-30 เท่า ในปี 2557 สร้างมูลค่าเพิ่มในการส่งออกให้กับอัญมณีฉายรังสีได้อีกราว 2,000 ล้านบาท   

ด้าน ดร.สมพร จองคำ ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวว่า รังสีที่นำมาใช้เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคล้ายกับแสงแดดที่จ้ามากๆ ถ้านำอาหารไปตากแดดฆ่าเชื้อ แล้วเอามาเข้าในที่ร่ม เราก็สามารถกินได้อย่างปกติ ถูกหลักอนามัย การฉายรังสีผลไม้ก็ไม่แตกต่างกัน ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และ IAEA ได้สรุปผลการทดสอบความปลอดภัยของอาหารฉายรังสีว่า อาหารใดๆ ก็ตามที่ผ่านการฉายรังสีในปริมาณไม่เกิน 10,000 เกรย์ ไม่ก่อให้เกิดโทษอันตราย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาพิเศษทางโภชนาการและจุลชีววิทยา และไม่จำเป็นต้องทดสอบความปลอดภัยอีกต่อไป  ซึ่งหากเทียบกับปริมาณรังสีที่ประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดให้ฉายรังสีเพื่อนำเข้าผลไม้ที่ 400 เกรย์นั้น คิดเป็นปริมาณที่น้อยกว่ากันถึง 25 เท่าตัว     ดร.พิเชฐ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดผลไม้ส่งออกในหลายประเทศสร้างมาตรการกีดกันการนำเข้าผลไม้บางชนิดเนื่องจากปัญหาแมลงศัตรูพืชที่มักปะปนอยู่ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้ข้อกำหนดของ APHIS  และ USDA3 บังคับให้สินค้าไทย 7 ชนิด คือ ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง มังคุด สับปะรด เงาะ และแก้วมังกร ต้องผ่านการฉายรังสี เพื่อควบคุม กำจัด และหยุดการแพร่พันธุ์ของแมลงศัตรูพืช เช่น แมลงวันทอง และยังสามารถช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร นอกจากนี้ประเทศไทยกำลังจะขยายตลาดการส่งออก ลำไยและลิ้นจี่ฉายรังสี ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ในปี 2558 โดยมีเจ้าหน้าที่กักกันพืชจากประเทศนิวซีแลนด์เข้าตรวจเยี่ยมศูนย์ฉายรังสี ภายใต้ สทน. และรับรองสุขอนามัยพืชทั้งสองชนิดแล้วเมื่อปลายปี 2557 

“ปส.สามารถส่งต่อข้อมูลจากอุปกรณ์ตรวจวัดรังสีภายใต้เครือข่ายเฝ้าระวังภัยทางรังสีแห่งชาติที่กระจายอยู่ทั่วประเทศตาม 20 สถานี โดยมีสถานีตรวจวัดรังสีในอากาศ 17 สถานี  ในน้ำ 3 สถานี กับ หน่วยปฏิบัติการตรวจวัดรังสีในสิ่งแวดล้อมเคลื่อนที่ ศูนย์ข้อมูลทางรังสีแห่งชาติ กลุ่มประสานงานเหตุฉุกเฉินทางรังสี ภายใต้ ปส. และบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังรังสีของประเทศไทย โดยในอนาคตจะดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดเพิ่มเติมบริเวณชายแดน รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคภายใต้ IAEA ให้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ในสภาวะฉุกเฉินได้ทันท่วงที” ดร.พิเชฐ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ยังกล่าวถึงข้อกังวล ที่ปัจจุบันมีหลายประเทศที่มีกิจกรรมด้านนิวเคลียร์และรังสี ทั้งการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ การเกิดอุบัติเหตุโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงเหตุฉุกเฉินทางรังสีและนิวเคลียร์ในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) มีมาตรการเฝ้าระวังรังสีเพื่อความปลอดภัยทางรังสีของประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง ระดับของการเตือนภัยเป็นไปตามตามมาตรฐานของ IAEA โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันและพร้อมดำเนินการได้ตลอดเวลา 

ทั้งนี้ รมว.วท. ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบทางด้านรังสีและนิวเคลียร์ ได้นำรังสีและนิวเคลียร์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ และเพื่อชี้แจงให้สังคมได้เห็นและรับทราบถึงประโยชน์จากการใช้รังสีและนิวเคลียร์ในทางสันติ เช่น การส่งเสริมให้มีการส่งออกสินค้าไทยได้ดียิ่งขึ้นไม่ถูกกีดกันในการจำหน่ายสินค้าออกต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งการตรวจตาเฝ้าระวัง ในกรณีที่มีการรั่วไหลของรังสี ทั้งในประเทศและต่างประเทศจะมีหน่วยงานที่เข้ามาดูแลได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ยังเปิดให้บริการเกี่ยวกับดินสอพองปลอดเชื้อ โดยการนำดินสอพองมาฉายรังสีแกมมาเพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ดินสอพองที่จำหน่ายตามท้องตลาดส่วนใหญ่นั้นอาจจะยังไม่ได้รับการฉายรังสี อาจทำให้เกิดอาการแพ้เป็นผื่นคัน แสบตา ตาแดง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการใช้ดินสอพองที่ไม่สะอาดไม่ได้รับการฉายรังสี ทางสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) จึงนำเทคโนโลยีการฉายรังสีแกมมามาใช้บริการฉายรังสี ดินสอพองเพื่อฆ่าเชื้อก่อนจะนำไปจำหน่ายสู่มือผู้บริโภค โดยฉายรังสีลงบนเนื้อดินสอพองใช้เวลา1- 3 ชั่วโมงเพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ ถึงระดับสเตอริไรซ์เซชั่น ที่สามารถทำลายจำนวนแบคทีเรีย ยีสต์ และราได้

รศ.ดร.วีระพงษ์ กล่าวว่า มาตราฐานของผลไม้ที่ผ่านการอาบรังสีของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) ได้รับมาตราฐานในระดับโลก รวมถึงผลไม้ทั้ง 7 ชนิด ที่ได้กล่าวในข้างต้น ซึ่งได้รับการตรวจเป็นอย่างดี และการเลือกบริโภคผลไม้ที่อาบรังสีนั้นสามารถเลือกดูได้จากผลไม้ที่ติดสัญลักษณ์ว่าผลไม้ชนิดนี้ได้รับผ่านการอาบรังสีแล้ว ผู้บริโภคสามารถเลือกบริโภคผลไม้ที่ผ่านการอาบรังสีหรือไม่ก็ขึ้นนั้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริโภคเอง  และในประเทศไทยยังมีประชาชนส่วนใหญ่ที่ยัง เข้าใจอยู่ว่าผลไม้ที่ผ่านการอาบรังสีนั้นเป็นอันตราย แต่ซึ่งจริงๆแล้วผลไม้ที่ผ่านการอาบรังสีมนั้นสามารถรับประทานได้และไม่ก่อเกิดอันตราย

ดร.สมพร จองคำ ได้กล่าวว่าประโยชน์จากรังสียังสามารถนำใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ในการเพิ่มมูลค่าอัญมณี อัญมณีที่ประเทศไทยนำมาฉายรังสีได้เยอะที่สุด ก็คือประเภทโทแฟซ ซึ่งมีลักกษณะเป็นสีใสเมื่อฉายรังสีจะมีลักษณะเป็นสีฟ้า และประเทศที่ให้ความสนใจมากที่สุด คือ อเมริกาและยุโรป

ข่าวโดย: ทีมโฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ถ่ายภาพและวีดิโอ : นางสุนิสา ภาคเพียร นาวงษ์,นายรัฐพล หงสไกร 
เผยแพร่ข่าว : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ข้อมูลสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) โทร: 02 401 9889 URL: www.tint.or.th 
ข้อมูลสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) โทร: 02 579 5230, 02 596 7600, 02 562 0123  URL: www.oaep.go.th 
ประสานข้อมูลทั่วไป: กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
โทร: 02 333 3727-32  โทรสาร: 02 333 3834 อีเมลล์: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. เฟสบุ๊ค: sciencethailand  

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready