Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

เอกชนเฮ หลังครม. ไฟเขียวให้ นักวิจัย –นักเรียนทุนรัฐบาลทำงานภาคอุตสาหกรรมได้

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หมวดหมู่
หน่วยงาน

กระทรวงวิทย์ฯ ปลดล็อคเงื่อนไข นักวิจัย-นักเรียนทุน ไม่สามารถทำงานในภาคเอกชน “ดร.พิเชฐ” ยันผู้ปฏิบัติงานสามารถนับอายุงาน และการใช้ทุน  ทั้งได้สิทธิขึ้นเงินเดือนเลื่อนตำแหน่งตามเกณฑ์ต้นสังกัด  เตรียมจัดงาน Talent Mobility Fair จับคู่นักวิจัยกับภาคธุรกิจ 25 มี.ค. นี้

     20 กุมภาพันธ์ 2558/ภายหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ นโยบายส่งเสริมบุคลากรด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐ ไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในภาคเอกชน (Talent Mobility) ตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำเสนอ นั้น ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า นโยบาย Talent Mobility เป็นกลไกสำคัญที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ที่จะช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง โดยหนึ่งในนโยบายรัฐบาล คือ มาตรการสนับสนุนการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา สู่เป้าหมาย 1 เปอร์เซ็นต์ ของ จีดีพี ในจำนวนนี้คิดเป็นสัดส่วนลงทุนของภาคเอกชนกับภาครัฐ 70 : 30  จากการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ พบว่า การลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชนนับจากปี 2551 – 2556 ได้เพิ่มขึ้นจาก 7,273 ล้านบาทเป็น 26,768 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 368 เปอร์เซ็นต์

     “เมื่อเอกชนเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น จะเกิดความต้องการบุคลากรด้าน วทน. มากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน บุคลากรเหล่านี้กระจายตัวอยู่ในภาครัฐและภาคอุดมศึกษาถึง 83 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ส่วนของภาคเอกชนมีบุคลากรดังกล่าวเพียง 17 เปอร์เซ็นต์ นโยบาย Talent Mobility จะทำให้เกิดการดึงศักยภาพของนักวิจัยไทยที่กระจุกตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของรัฐจำนวนมากมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสถานประกอบการภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม และพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐ ก่อให้เกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่ระหว่างกัน” ดร.พิเชฐ กล่าว

     ดร.พิเชฐ กล่าวว่า จากนี้เป็นต้นไป กฎเกณฑ์บางอย่างที่ทำให้นักวิจัย และนักเรียนทุนรัฐบาลไม่สามารถไปปฏิบัติงานในภาคเอกชนได้ จะถูกคลี่คลาย  โดยผู้ไปปฏิบัติงานภายใต้นโยบาย Talent Mobility ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติงานเต็มเวลา โดยให้นับเป็นอายุราชการหรืออายุงานของหน่วยงานต้นสังกัด และสำหรับผู้ที่มีข้อผูกพันตามสัญญาชดใช้ทุน ให้นับเป็นเวลาใช้ทุนตามสัญญาด้วย อีกทั้งยังให้บุคลากรดังกล่าวสามารถใช้ผลการปฏิบัติงานในภาคเอกชน เป็นผลงานในการขอตำแหน่งทางวิชาการหรือตำแหน่งงานอื่นๆ รวมถึงการขึ้นเงินเดือน ตามเกณฑ์ที่หน่วยงานต้นสังกัดจะจัดทำขึ้น

     ดร.พิเชฐ กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สวทน. ได้นำร่องจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility หรือ TM Clearing House เพื่อรวบรวมข้อมูลจำนวนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญประมาณ 30,000 คน และข้อมูลความต้องการของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี รวมถึงการประสานงานจับคู่บุคลากรและผู้เชี่ยวชาญเข้าไปปฏิบัติงานเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์  ปัจจุบันมี TM Clearing House กระจายอยู่ 4 แห่งทั่วประเทศ คือ ส่วนกลางที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี ภาคเหนือที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคอีสานที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคใต้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีนักวิจัยเข้าร่วม 80 คน นักศึกษา 31 คน ใน 36 บริษัท ทั้งนี้ มีสถานประกอบการที่อยู่ระหว่างการจับคู่จำนวน 134 โครงการ ต้องการนักวิจัยกว่า 200 คน ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sti.or.th/talentmobility โทรศัพท์ 02 160 543202 160 5432 ต่อ 222 
     ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จและขับเคลื่อนนโยบาย Talent Mobility อย่างเป็นทางการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สวทน. จึงได้จัดงาน Talent Mobility Fair ขึ้นในวันที่ 25 มีนาคม 2558 โดยภายในงานจะจัดให้เอกชนพบปะนักวิจัย ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากนักวิจัยที่ไปทำงานในภาคเอกชน และนำเสนอผลงานวิจัยเด่นจากหน่วยงานพันธมิตร นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวฐานข้อมูลนักวิจัยเพื่อประโยชน์ของภาคเอกชนอีกด้วย
     นอกจากนี้ ดร.พิเชฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมต่อสื่อมวลชนตามที่ ครม. เห็นชอบโครงการเคลื่อนย้ายบุคคลากรไปทำงานในภาคเอกชนในสาขาต่างๆ เมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมานั้น ถึงโครงการดังกล่าวนับได้ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านการวิจัย การเพิ่มขีดความสามารถและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะยาว โครงการ Talent Mobility จะส่งผลให้ภาครัฐและภาคเอกชนใช้ทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากที่ผ่านมาภาคเอกชนต้องการลงทุนด้านการวิจัยแต่ยังขาดทรัพยากรด้านบุคคลากร ในขณะที่ภาครัฐมีความพร้อมด้านบุคคลากรจึงมีการสนับสนุนให้นักวิจัยภาครัฐเข้าทำงานในภาคเอกชนได้ภายใต้ข้อเสนอที่ภาครัฐได้กำหนด คือ สนับสนุนบุคลากรภาครัฐทำงานในภาคเอกชนในตำแหน่งทางราชการ สนับนักเรียนทุนชดใช้ทุนรัฐบาลโดยทำงานในภาคเอกชน และการนำผลงานภาคการผลิตในภาคเอกชนมาปรับพิจารณาการเลื่อนตำแหน่งราชการและเงินเดือนที่ต้นสังกัดได้

    โครงการ Talent Mobility จับคู่นักวิจัย เพื่อ SMEs ไทย เป็นหนึ่งในรูปธรรมของการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดย สวทน. เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่จัดทำแนวทางในการปฏิรูป โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อพานำประเทศไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว หลุดออกจากกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง เพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ให้ได้ในระดับ ร้อยละ1 ของ GDP และให้ภาครัฐสนับสนุนเอกชนในการทำวิจัยพัฒนา นำนวัตกรรมด้านวิทยาศสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบโจทย์การพัฒนา SMEs ไทยได้อย่างยั่งยืน

เขียนข่าวโดย : ทีมงานโฆษกกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  
 
เผยแพร่ข่าวโดย : นางสาวนีรนุช ตามศักดิ์
ภาพข่าวโดย : นายรัฐพล หงสไกร
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 37000 2333 3700 ต่อ 3727 - 3732  โทรสาร 0 2333 38340 2333 3834
e-mail :   This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Facebook : sciencethailand
Call
Send SMS
Add to Skype
You'll need Skype CreditFree via Skype
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready