Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

หารือแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลห้องปฏิบัติการเชิงบูรณาการทดสอบมาตรฐานสินค้าเพื่อการส่งออก

76-b.JPG
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
หารือแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลห้องปฏิบัติการเชิงบูรณาการทดสอบม ... FLEXI_IMAGE 1
หมวดหมู่
หน่วยงาน

วันที่ 5 มีนาคม 2558 เวลา 13.30 น. ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลและยุทธศาสตร์ห้องปฏิบัติการเชิงบูรณาการทดสอบมาตรฐานสินค้าเพื่อการส่งออก

พร้อมด้วย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะผู้บริหารหน่วยงาน  วท. ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมประชุมหารือดังกล่าวด้วย ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้มีการเสนอเกี่ยวกับมาตรฐานของสินค้าในประเทศไทย จำเป็นที่ต้องมีการจัดระเบียบหรือดูแลรายละเอียดในเรื่องห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าเพื่อการส่งออก โดยมีกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข โดยนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นหน่วยงานงานเจ้าภาพหลักในการดำเนินการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบูรณาการการจัดทำฐานข้อมูลห้องปฏิบัติการทดสอบในภาพรวมทั้งระบบของประเทศให้สามารถเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน และง่ายต่อการสืบค้นของผู้ใช้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ กล่าวว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ ได้มีข้อเสนอ ในการแก้ปัญหาความขาดแคลนห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า มีดังนี้ 
1. สนับสนุนงบประมาณในการลงทุนด้านเครื่องมือและบุคลลากรสำหรับห้องปฏิบัติการของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้นในการตรวจสอบมาตรฐานในการส่งออก และจะดำเนินการสำรวจห้องปฏิบัติการต่างๆที่มีศักยภาพ และเพื่อการยกระดับความสามารถ เราจะต้องซื้อเครื่องมืออะไรเพิ่มเติม
2. ส่งเสริมการพัฒนาห้องปฏิบัติการที่มีอยู่ในประเทศไทยให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลและเป็นที่เชื่อถือของต่างประเทศ
3. เพิ่มการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs เมื่อใช้บริการทดสอบและรับรองมาตรฐานสากลจากห้องปฏิบัติการในสังกัดหน่วยงานภาครัฐและมหาวิทยาลัยต่างๆ
4. จัดตั้งศูนย์บริการด้านข้อมูล การให้คำแนะนำ การให้บริการการทดสอบมาตรฐานสินค้าและการออกเอการรับรองมาตรฐานแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service Center)

การประชุมหารือดังกล่าว มีประเด็นในการประชุม ดังนี้ 
1.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้มีการดำเนินการจัดทำระบบสืบค้น โดย 6 หน่วยงานภายในกระทรวง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สป.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.)สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ(มว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.)สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (สซ.) ที่ให้บริการเกี่ยวกับระบบและห้องปฏิบัติการทดสอบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคเอกชน และขยายขอบเขตการให้บริการนอกเหนือจากรการบริการทดสอบ โดยให้มีการส่งต่อการทดสอบมาตรฐานสินค้าได้ทั้งภายในหน่วยงานแลภายนอกหน่วยงาน รวมทั้งวางแผนการพัฒนาให้เป็นศูนย์ One Stop Service เพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัวมากขึ้น โดยให้มีการรวบรวมฐานข้อมูนไว้อยู่ที่ส่วนกลาง
2. ควรสนับสนุนให้เกิดการใช้บริการห้องปฏิบัติการและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าของภาคเอกชนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานที่มากขึ้น และลดบทบาทห้องปฏิบัติการของภาครัฐให้เป็นหน่วยงานในการกำกับดูแลการดเนินการห้องปฏิบัติการของภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการแข่งขันของห้องปฏิบัติการทดสอบและนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับความต้องการทดสอบมาตรฐานสินค้าของผู้ประกอบการในปัจจุบันได้
3. ควรให้ห้องปฏิบัติการทดสอบต่างประเทศที่ให้บริการในประเทศไทย ต้องจดแจ้งขอขึ้นทะเบียน ด้านการทดสอบและการสอบเทียบกับหน่วยงานรับรองระบบงานภายในประเทศด้วย โดยให้ภาครัฐของไทยที่มีอำนาจเข้าไปดำเนินการตรวจสอบห้องปฏิบัติการต่างประเทศในกรณีที่เกิดปัญหาได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีห้องปฏิบัติการภายในประเทศ จำนวน 665 แห่ง ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากลสำหรับห้องปฏิบัติการการสอบเทียบ จาก 3 หน่วยงานที่เป็นผู้ตรวจประเมินระบบคุณภาพและมาตรฐานห้องปฏิบัติการ (กรมวิทยาศาสตร์บริการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) อย่างไรก็ตามควรผลักดันให้ห้องปฏิบัติการต่างๆ ที่ให้บริการทดสอบทั้งตามมหาวิทยาลัยและเอกชน ผ่านการรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติดารตามมาตรฐานเพิ่มขึ้นและให้ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานรับรองอย่างถูกต้อง
4. ควรให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านมาตรฐาน เช่น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เป็นผู้รับชอบในการประกาศมาตรฐานทั่วไป และมาตรฐานแบบบังคับ ส่วนห้องปฏิบัติการจะมีเจ้าหน้าที่ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์หรือสินค้าว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ รวมถึงการการพัฒนาวิธีการทดสอบให้มีมาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับแล้วนำเสนอ สมอ. เพื่ออกเป็นมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์

ข่าวโดย : นางสาวชลธิชา แสงเทียนสุวรรณ
ภาพและวีดีโอ : นายไววิทย์ ยอดประสิทธิ์, นางสาวพจนพร แสงสว่าง
กลุ่มงานประชาสัมพันธ์  สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทร. 02 333 3727-3732, โทรสาร 02 333 3834  E-Mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it., facebook : sciencethailand

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready