Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ดร.พิเชฐ ชวนเอกชนไทยมองอนาคต เก็บข้อมูลวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แข่งขันได้ในตลาดโลก

71-b.jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
ดร.พิเชฐ ชวนเอกชนไทยมองอนาคต เก็บข้อมูลวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ... FLEXI_IMAGE 1
หมวดหมู่
หน่วยงาน

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน “Life Cycle Assessment in Policy - Sustaibility and Trade” ณ โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ เช้าวันนี้ (9 มีนาคม) ตามความร่วมมือของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับสำนักงานคณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย (กกร.)  โครงการสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme หรือ UNEP) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวโน้มและทิศทางการประยุกต์ใช้ เทคนิคการประเมินวัฎจักรชีวิต หรือ Life Cycle Assessment (LCA)  อันเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกมาในการกำหนดนโยบายการเติบโตที่ยั่งยืนและการค้าขององค์กรและประเทศต่างๆ  ครอบคลุม 5  ด้านคือ พลังงานชีวภาพ  สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว อาคารเขียว และการเติบโตที่เป็มมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศบราซิล เนเธอแลนด์ สวีเดน มาเลเซีย ไทย และ UNEP มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในช่วงหนึ่งของการ ปาฐกานโยบายและแผนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สู่การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย 

ดร.พิเชฐ พูดถึง LCA ว่า มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว กฎระเบียบข้อบังคับทางการค้าระหว่างประเทศ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน  โดย LCA เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมในห่วงโซ่การผลิตอย่างครบวงจร ทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ พลังงานและสารเคมีที่เป็นปัจจัยนำเข้าในกระบวนการผลิต ทั้งกระบวนการผลิต การนำไปใช้ และการกำจัดของเสีย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการขนส่งสินค้า อีกทั้งยังรวมถึงผลผลิตที่ปลดปล่อยของเสียสู่สิ่งแวดล้อม น้ำ และขยะ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญสำหรับการเลือกใช้สินค้าของผู้บริโภคในตลาดโลก จากนี้ไปการจำหน่ายสินค้าและการบริการต้องระบุตัวเลขเชิงสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ องค์กร และประเทศ รวมถึงมลพิษและทรัพยากรที่ใช้อย่างครบถ้วน เพราะเป็นสัญญาณสำคัญของการส่งออกผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นเรื่องของการปลูกฝังค่านิยมให้คนใช้ทรัพยากรธรรมชาติของโลกที่มีอยู่จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป

สุดท้าย ดร.พิเชฐ เชิญชวนภาคเอกชนให้มาร่วมมือกับภาครัฐในการสร้างความตระหนักกับสังคมเพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เพราะ LCA เป็นกลไกสำคัญของตลาดการค้าระหว่างประเทศ ผลิตภัณฑ์จะขายได้หรือไม่ในอนาคต จะเริ่มต้นที่ข้อมูลที่รัฐและเอกชนทำร่วมกัน นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่เพียงแต่ของประเทศไทย แต่รวมถึงความเข้มแข็งของกลุ่มประเทศอาเซียนในอนาคต

ดร.พิเชฐ กล่าวอีกว่า วันนี้เป็นการหารือกันเพื่อที่จะลงไปดูในรายละเอียดว่าวิธีการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะสามารถตอบสนองการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมของโลก แต่ยังเกี่ยวข้องกับเรื่องการค้า จากนี้ไปการผลิตสินค้าหรือการให้บริการใดๆ จะต้องมีการระบุถึงปริมาณของมลพิษหรือปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ เราก็จำเป็นที่จะต้องรีบทำ เพราะในอนาคตจะส่งออกลำบาก หากเราไม่มีข้อมูลพวกนี้ การที่จะทำตรงนี้ได้จะต้องมีความเข้าใจ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ได้ทำเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการไปดูข้อมูลตั้งแต่ต้นจนจบของผลิตภัณฑ์  ตั้งแต่วัสดุดิบ การขนส่งวัสดุดิบ การผลิตและบรรจุภัณฑ์ของโรงงาน ล้วนแต่มีมลภาวะที่จะต้องรู้  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยี และมีระบบการตรวจสอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดการยอมรับสินค้าส่งออก การทำความเข้าใจกับสหประชาชาติ และสหภาพยุโรป จะเป็นจุดตั้งต้นจุดหนึ่ง นอกเหนือจากการทำความเข้าใจกับรายประเทศที่จะค้าขายกับเราในอนาคต

ถ่ายภาพ :  นายไววิทย์  ยอดประสิทธิ์  และ นางสุนิสา  ภาคเพียร นาวงษ์
ผู้เขียนข่าว : นายปราโมทย์  ป้องสุธาธาร  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready