Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

กระทรวงวิทย์ฯ เอาใจ SMEs จัดงานจับคู่ร่วมมือนักวิจัยภาครัฐ Talent Mobility Fair 2015

35-b.jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
กระทรวงวิทย์ฯ เอาใจ SMEs จัดงานจับคู่ร่วมมือนักวิจัยภาครัฐ T ... FLEXI_IMAGE 1
หมวดหมู่
หน่วยงาน

“ดร.พิเชฐ” เดินหน้าตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกทั่วทุกภูมิภาครวบรวมฐานข้อมูลนักวิจัยภาครัฐมากที่สุดในประเทศกว่า 30,000 คน จัดงานใหญ่ เชิญ SMEs จับคู่ความร่วมมือกับนักวิจัยภาครัฐ และมหาวิทยาลัยต่อยอดผลงานจากหิ้งสู่ห้าง

พร้อมโชว์โครงการที่ประสบความสำเร็จจากการจับคู่ความร่วมมือและโครงการที่มาจากการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเพื่อแก้ปัญหากว่า 20 โครงการ เช่น ระบบฟาร์มอัจฉริยะ ผลิตภัณฑ์จากสารสกัดไหมสีเหลือง และมังคุด ภายในงาน Talent Mobility Fair 2015

25 มีนาคม 2558 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท/ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานเปิดงาน Talent Mobility Fair 2015 โดยมีผู้แทนจากภาคเอกชนทั้งจากบริษัทใหญ่และเอสเอ็มอี เข้าร่วมเสวนา นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการบทเรียนและความสำเร็จ รวมทั้งจัดกิจกรรมจับคู่นักวิจัยภาครัฐกับภาคเอกชน พร้อมเปิดตัวศูนย์อำนวยความสะดวกในการจับคู่ความร่วมมือ TM Clearing House ทุกภูมิภาค รวมข้อมูลนักวิจัยภาครัฐกว่า 30,000 คน 

ดร.พิเชฐ กล่าวว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ นโยบายส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) จากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยภาครัฐ ไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในภาคเอกชน (Talent Mobility) ซึ่งเป็นการปลดล็อกให้นักวิจัยและนักเรียนทุนมาทำงานในภาคเอกชนแบบเต็มเวลาโดยสามารถนับอายุงานและการใช้ทุนได้ อีกทั้งยังสามารถนำผลการปฏิบัติงานในภาคเอกชนในการขอตำแหน่งทางวิชาการ ตามเกณฑ์การตกลงจากต้นสังกัด นั้น กระทรวงวิทย์ฯ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Talent Mobility โดยมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) นำร่องจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกTalent Mobility หรือ Talent Mobility Clearing House เพื่อจับคู่ความร่วมมือนักวิจัยภาครัฐกับสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลนักวิจัยภาครัฐกว่า 30,000คน ซึ่งมากที่สุดในประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ SMEs ในการจับคู่ความร่วมมือกับนักวิจัยภาครัฐสาขาต่างๆได้ ปัจจุบัน สวทน. ได้ขยาย TM Clearing House ไป ในมหาวิทยาลัย 4 แห่ง ครอบคลุมไปทุกภูมิภาค ได้แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเตรียมเพิ่มจำนวนหน่วยงานพันธมิตรไปสู่มหาวิทยาลัยและหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งสิ้น 12 แห่งภายในปีนี้ 

ดร.พิเชฐ กล่าวต่อว่า จากโครงการนำร่องที่ สวทน.ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่ง มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เห็นได้จากจำนวนนักวิจัยภาครัฐที่เคลื่อนย้ายไปในสถานประกอบการเกือบ100 คน ที่เข้าไปจับคู่ความร่วมมือใน 4 บริษัทขนาดใหญ่ และอีก 28 SMEs และยังมีบริษัทที่ให้ความสนใจในโครงการ Talent Mobility ที่ยังอยู่ในระหว่างการจับคู่ความร่วมมืออีกเกือบ 150 โครงการ โดยมีสถานประกอบการภาคเอกชนที่ได้เข้าโครงการจับคู่ความร่วมมือ Talent Mobility และโครงการที่มาจากการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาด้านการผลิต การบริการ และการตลาด ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก อาทิ โครงการจัดการฟาร์มไขไก่มาตรฐาน โดยบริษัท สยามภาคินฟาร์ม จำกัดที่ได้จับคู่ความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการส่งนักวิจัย และนักศึกษา เข้าไปพัฒนาระบบฐานข้อมูลแบบออนไลน์ในการควบคุมดูแลสุขภาพสัตว์ การจัดการควบคุมการใช้ยารักษาโรคภายในฟาร์มซึ่งจะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากปริมาณยาตกค้างและการดื้อยา การประมวลผลจัดทำรายงานการซื้อขาย ตารางการปฏิบัติงาน ข้อมูลรายรับ รายจ่าย ได้อีกด้วย ระบบดังกล่าวยังสามารถรองรับการทำงานในโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท้ปเล็ต ซึ่งอำนวยความสะดวกอย่างมากต่อเจ้าของฟาร์มสัตวแพทย์ และการจัดการบัญชี เป็นต้นและในอนาคตงานวิจัยนี้กำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นระบบฟาร์มอัจฉริยะอีกด้วย อีกหนึ่งตัวอย่างของการจับคู่นักวิจัยภาครัฐเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในภาคการเกษตร คือโครงการ พัฒนาระบบและอุปกรณ์ตรวจวัดและความคุมสำหรับฟาร์มอัจฉริยะ ในการตรวจวัดค่าความชื้น และอุณหภูมิในดิน ของบริษัท เอพซิลอน โซลูชั่นแอนคอนซัลแทนท์ จำกัด ซึ่งได้เข้าโครงการจับคู่ความร่วมมือ กับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำนักวิจัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ในการจัดทำระบบต้นแบบการวัดและควบคุมฟาร์มอัตโนมัติ เข้าไปแก้ปัญหาด้านทางการเกษตรและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการบริหารทรัพยากรน้ำแก่เกษตรกร

การนำงานวิจัยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จากโครงการรับคู่ความร่วมมือ Talent Mobility อีกหนึ่งงานคือ การพัฒนาสารสกัดจากรังไหมหม่อนสีเหลือง โดยบริษัท เพียรกุศล จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการวิจัยและพัฒนานำโปรตีนจากรังไหมซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีมากในท้องถิ่นภาคเหนือ มาศึกษาหาประโยชน์และพบว่าโปรตีนจากรังไหมสามารถมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ได้เป็นอย่างดี จึงมีโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้านเวชสำอาง เช่นน้ำยาบ้วนปาก หรือ ครีมบำรุงผิวที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ เป็นต้น

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นภาคใต้จากมังคุด จากความร่วมมือของบริษัทเอเชีย แปซิฟิก ควอลิตี้ เทรด และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เป็นการศึกษาประโยชน์จากน้ำหมักจากมังคุดสุกซึ่งสารสำคัญจากเปลือกมังคุดมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ การลดผลกระทบจากการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด การลดปัจจัยเสี่ยงจากโรคเบาหวานและหลอดเลือดหัวใจ งานวิจัยที่ได้จะสามารถต่อยอดเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าจากมังคุดออกสู่ตลาดในและต่างประเทศได้  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยด้านไอทีจากโครงการ Talent Mobility ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดอีกหนึ่งโครงการคือ การใช้สื่อ 3 มิติ หรือ Augment Reality (AR)ในการพัฒนาแอพพลิเคชันสำหรับลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า เป็นความร่วมมือจับคู่โครงการของ บริษัท อี.พี.เดคอร์ และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งร่วมมือกันจัดทำระบบการนำเสนอสินค้าแบบ3มิติหรือ AR สำหรับลูกค้าในการเลือกซื้ออุปกรณ์ผ้าม่าน เป็นต้น

• ภาคเหนือ  อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP)ทั้งนี้ ในวันที่ 25 มีนาคม 2558 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม ชั้น 6 โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท เวลา 8.30 – 17.00 น.กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สวทน.ได้จัดงาน Talent Mobility Fair 2015 เพื่อเป็นการเดินหน้าการสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ SMEs ภายในงานมีการจัดศูนย์อำนวยความสะดวกTalent Mobility หรือTM Clearing House ทุกภูมิภาค เพื่อให้สถานประกอบการสามารถยื่นความประสงค์ในการขอรับการจับคู่ความร่วมมือรับคำแนะนำจากนักวิจัยด้าน วทน. จากศูนย์อำนวยความสะดวก Talent Mobility พร้อมทั้งชมผลงานจากภาคเอกชนที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าร่วมโครงการจับคู่ความร่วมมือ และโครงการที่มาจากการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาที่เข้ามาจัดแสดงภายในงานกว่า 20 โครงการ สำหรับผู้ประกอบการที่พลาดโอกาสมาร่วมงานในครั้งนี้สามารถเข้าร่วมโครงการ   ได้ที่ www.talentmobility.or.th  หรือ ศูนย์อำนวยความสะดวกตามภาคต่างๆ  ดังนี้
อาคารวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี ชั้น 2 ,คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  เบอร์โทร 053-942088 ต่อ310  แฟกซ์ 053-942088 ต่อ 413

• ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานของศูนย์ประสานงานเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, อาคารพิมล กลกิจ ชั้น 4  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่น 40002  อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  โทรศัพท์/โทรสาร: 043202697

• ภาคใต้ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ชั้น 12 อาคารศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ (LRC) อาคาร 1, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  เบอร์โทรศัพท์: 074 - 289333 โทรสาร : 074 – 289339

• ภาคกลาง  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อาคารสัมมนา ชั้น 4 126 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. 10140  อีเมล์  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โทรศัพท์ 02-4709299 โทรสาร 02-4709298

•สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ชั้น 14 อาคารจัตุรัสจามจุรี ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ  อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โทรศัพท์ 02-160-5432 ต่อ 222 โทรสาร 02-160-5439

ขอข้อมูลเพิ่มเติมแผนกประชาสัมพันธ์: นางสาวรติมา เอื้อธรรมาภิมุข,นางสาวมนต์ศิริ  ธรมธัช
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) โทร: 662 160 5432-37 Website: www.sti.or.th

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready