Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

กระทรวงวิทย์ฯ และพันธมิตร จับมือเชฟรอน เปิดตัวโครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต”

8.jpg
ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่
ระบบปฏิบัติการ
กระทรวงวิทย์ฯ และพันธมิตร จับมือเชฟรอน เปิดตัวโครงการ “Enjoy ... FLEXI_IMAGE 1
หมวดหมู่
หน่วยงาน

พัฒนาการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทยอย่างยั่งยืน ช่วงเช้าวันที่ 3 เมษายน 2558

นายอนัน ปัญญารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามระหว่าง บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และสถาบันคีนันแห่งเอเซีย

ในงานแถลงเปิดตัวโครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องกับนโยบาย “รัฐร่วมเอกชน” โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพทางการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาการศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรม (Engineering) และคณิตศาสตร์  (Math) หรือ STEM ทั้งในระบบการศึกษาสายสามัญและการศึกษาสายอาชีพ ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เป็นระยะเวลา 5 ปี ด้วยงบประมาณรวมกว่า 900 ล้านบาท  

ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องการเสริมสร้างสังคมนวัตกรรม ส่งเสริมระบบการเรียนการสอน โดยเฉพาะในสาขา STEM และส่งเสริมการผลิตกำลังคนในสาขาที่ขาดแคลน กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ(สวทน.) มีภารกิจด้านการวางนโยบายทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ตอบรับต่อทิศทางการพัฒนาของประเทศ การพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญในลำดับต้นๆ นอกจากนี้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) และ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.) ก็ยังมีพันธกิจโดยตรงในการสร้างความตระหนักและการรับรู้ด้านวิทยาศาสตร์แก่สาธารณะ  โครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” นี้มีเป้าหมายที่สอดรับกับหน่วยงานหลักทั้งสามของกระทรวงฯ ในการขับเคลื่อนความร่วมมือรัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่ใช้พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอันจะนำมาสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตามยุทธศาสตร์ของประเทศ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการรับรู้ในสังคมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบบูรณาการ โดยเชฟรอนกับสวทช.เองได้ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2557 ในการสนับสนุนเยาวชนไทยให้ไปร่วมเข้าค่ายอวกาศระดับนานาชาติ และในปีนี้เราได้ร่วมกันจัดโครงการ “Enjoy Science: Let’s Print the World” ที่เป็นการจัดการประกวดไอเดียผลงาน 3D printing ครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เราคาดว่าจะช่วยเป็นแรงผลักดันให้เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจงานด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น 

นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “การปฏิรูปการศึกษาไทยจะสำเร็จได้ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนในห้องเรียนที่ช่วยให้เด็กไทยได้คิดวิเคราะห์เป็น ทั้งนี้ จุดแรกที่ต้องปรับคือครู หากเราสามารถทำให้ครูเรียนรู้แนวคิดหลักให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และปรับวิธีการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เด็กได้คิดเป็น สื่อสารเป็น แก้ปํญหาได้ มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักรับผิดชอบ และมีแรงบันดาลใจในการเรียนเพื่อสร้างความก้าวหน้าทางอาชีพได้ โครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ถือว่าเป็นโครงการที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของ ทั้ง สพฐ.และสอศ. เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาด้าน STEM ให้โรงเรียนในสังกัดทั้ง สพฐ.และ สอศ.กว่า 660 แห่งที่ขาดโอกาสทั่วประเทศ การเชื่อมโยงพันธกิจด้านการผลิตครูและพัฒนาครูประจำการกับมหาวิทยาลัยในท้องถิ่นจะช่วยพัฒนาให้การศึกษาไทยเกิดความยั่งยืนไม่สิ้นสุด”  

นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เผยว่า “เชฟรอนเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำที่มีส่วนสำคัญในการบุกเบิกและพัฒนาอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี เราตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาที่จะเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ หรือ STEM ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สอดรับกับการเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบดิจิตัลอย่างเต็มรูปแบบ จึงเป็นที่มาของโครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ที่มุ่งยกระดับการเรียนการสอนด้าน STEM ตลอดทั้งระบบ ด้วยการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคสังคมและภาคการศึกษาต่างๆ โดยในด้านการศึกษาสายสามัญ เราเริ่มจากการพัฒนาผู้สอนและหลักสูตรในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ในระดับชั้นมัธยมต้นให้มีทักษะการสอนแบบตั้งคำถามและการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เยาวชนเห็นว่าวิชาเหล่านี้เป็นเรื่องสนุกและใกล้ตัว และเพื่อส่งเสริมทักษะการเป็นผู้เรียนแห่งศตวรรษที่ 21 ที่รู้จักคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม และกล้าแสดงออก นอกจากนั้นโครงการฯ จะยังดำเนินงานอย่างเข้มข้นในการเรียนการสอนสายอาชีพควบคู่ไปด้วย เพื่อพัฒนาบุคลากรที่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาของประเทศในระยะยาวในอุตสาหกรรมสำคัญต่างๆ ให้มีทักษะที่ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ด้วยการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันและสานความร่วมมือแบบ รัฐร่วมเอกชน เพื่อให้เยาวชนและครูผู้สอนได้รับความรู้และประสบการณ์จริงที่ตรงกับสายงานที่ภาคเอกชนต้องการ ซึ่งจะช่วยลดอัตราการว่างงาน เพิ่มรายได้ และในขณะเดียวกันก็ลดการขาดแคลนแรงงานฝีมือในภาคอุตสาหกรรมอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นเราจะยังมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายที่จะช่วยเสริมความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับทั้งผู้เรียนและผู้สอน ไม่ว่าจะเป็นการจัดค่าย การประกวด การประชุมสัมนา หรือการจัดงานมหกรรม” 

หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า “นโยบายการพัฒนาแรงงานด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นเรื่องลำดับต้นๆ ที่เราให้ความสนใจ ปัจจุบัน ขีดความสามารถของแรงงานในด้านนี้ยังมีจำกัด จึงมีผลต่อการพัฒนาของทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้น เราจึงต้องเร่งดำเนินการ โดยเริ่มจากการพัฒนาคนซึ่งเราก็ต้องการการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคเอกชนเพื่อพัฒนามาตรฐานสมรรถนะกำลังคนให้มีความเป็นสากล เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ช่วยยกระดับทักษะฝีมือของกำลังคนให้ตอบรับต่อความต้องการของภาคอุตสกรรมในการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน และ เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยสานต่อความริเริ่มของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ได้จัดตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 1 สมุทรปราการ โดยความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย เพื่อมาผนึกความร่วมมือในการพัฒนาเยาวชนในสถานศึกษาให้เป็นกำลังคนที่เป็นตัวป้อนที่มีคุณภาพสู่สถานประกอบการ ทั้งนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยินดีเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมขับเคลื่อนการสร้างความร่วมมือรัฐและเอกชนเพื่อยกระดับคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ในประเทศเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการ สถาบันคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า “แม้ว่าตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้พัฒนาและมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว แต่ภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยังคงเผชิญกับภาวะการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์อย่างต่อเนื่อง พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ เราควรทำให้เด็กสนใจจนเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อเด็กมีพื้นฐานและคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ ก็จะสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้มาไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาด้านนวัตกรรมของไทยก้าวหน้าอย่างมั่นคง สถาบันคีนันแห่งเอเซียเองได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเชฟรอนมาตั้งแต่ปี 2556 ในโครงการ Chevron – INCREASE โดยในโครงการนี้ เราจะนำหลักสูตรและรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry-based) ผนวกกับการจัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ที่เน้นการแก้ปัญหาจากโจทย์ในสถานการณ์จริงมาจัดฝึกอบรมให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ในจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ เราได้นำประสบการณ์จากโครงการ Chevron-INCREASE และจากที่คีนันสั่งสมบทเรียนและองค์ความรู้ไว้กว่า 10 ปี มาปรับปรุงและพัฒนาเข้ากับโครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” โดยเน้นเรื่องการสร้างความยั่งยืนของการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในระดับภูมิภาค เราคาดว่าเมื่อโครงการนี้สำเร็จออกมาเป็นรูปธรรมจะช่วยยกระดับการศึกษา STEM ในประเทศให้มีคุณภาพสูงขึ้น เพื่อเตรียมกำลังคนให้พร้อมรับกับการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน”

ภายใต้ความร่วมมือของเชฟรอนประเทศไทย สถาบันคีนันแห่งเอเซีย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โครงการ “Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด  เพื่ออนาคต”   จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมการเรียนรู้พร้อมกับยกระดับการศึกษาในวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ อันจะเป็นประโยชน์แก่ตัวนักเรียนและกับองค์การทางการศึกษา รวมถึงสถานประกอบการที่นักเรียนเหล่านี้จะเข้าไปทำงาน โดยสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะในการติด วิเคราะห์ แก้ไขปัญหา และมีความชำนาญในสาขาอาชีพที่ตรงกับความต้องการ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ภายในวันเดียวกันช่วงบ่าย ดร.พิเชฐฯ ได้รับเกียรติให้เป็นประธานในงานเปิดตัวโครงการ Chevron’s Thailand Partnership Initiative ณ โรงแรมเซนต์รีจีส ถ.ราชดำริ (รายละเอียดข้อมูลโครงการดังกล่าว) พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดตัวโครงการฯ โดยได้กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีนโยบายในการดำเนินงาน 5 ด้านดังนี้
1. การพัฒนากำลังคน/สร้างความตระหนัก  การเพิ่มบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน วทน. ที่ยังขาดแคลน ในการปฏิรูประบบการพัฒนากำลังคนเพื่ออนาคต ยกระดับให้เป็นโครงการระดับชาติ และมีการกระจายโอกาสให้ทั่วถึงทั้งประเทศ โดยอาศัยสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่หันมาสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้นโดยการสร้างความชัดเจนในเส้นทางอาชีพ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเด็กที่เลือกเรียนวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคเอกชน 
2. Talent Mobility เป็นกลไกสำคัญที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย เมื่อเอกชนเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนามากขึ้น จะเกิดความต้องการบุคลากรด้าน วทน. มากขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน บุคลากรเหล่านี้กระจายตัวอยู่ในภาครัฐและภาคอุดมศึกษาถึง 83 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ส่วนของภาคเอกชนมีบุคลากรดังกล่าวเพียง 17 เปอร์เซ็นต์ นโยบาย Talent Mobility จะทำให้เกิดการดึงศักยภาพของนักวิจัยไทยที่กระจุกตัวอยู่ในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของรัฐจำนวนมากมาช่วยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของสถานประกอบการภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม และพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทยให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐ ก่อให้เกิดการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่ระหว่างกัน
3. มาตรการเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการเพิ่มมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับค่าใช้จ่ายการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจาก 200% เป็น 300% ซึ่งมาตรการดังกล่าว มีความสำคัญต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สนับสนุนนโยบายด้านการเพิ่มการลงทุนวิจัยและพัฒนาของประเทศโดยรวม ให้ได้ 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และเพิ่มสัดส่วนการวิจัยและพัฒนาของเอกชนเป็น 70% ต่อ 30% ที่ส่งผลให้ภาคเอกชนเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา ทั้งที่เป็นเอกชนรายใหญ่และบริษัทข้ามชาติ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจ SMEs ของไทย ที่เป็นห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของภาคเอกชน
4. การนำงานวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการส่งออก ส่งเสริม SMEs โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนทั่วประเทศ ให้เข้าถึง วทน. ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น รองรับความต้องการในการใช้บริการที่จะมีเพิ่มมากขึ้นใน อนาคต และสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน ในการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้

5. การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้าน วทน. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ด้วย One-stop Service ด้านการวัดและวิเคราะห์ มาตรฐานและคุณภาพ การบริการห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมสังคมสีเขียว เทคโนโลยีสีเขียว การลดกำแพงทางการค้า การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไทยเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน โปรดติดต่อ : ฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร
บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด
ดารินทร์ นพคุณ  / นิดา ภู่วนิชย์ / สรัณศรี ประวัติพัฒนากูล
โทร 0-2545-6930, 0-2545-5848, 0-2545-6876
อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  / This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. / This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.   
ผู้ประสานงาน  : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 
โทร: 02 333 3727-32  โทรสาร: 02 333 3834 
อีเมลล์:   This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. 
เฟสบุ๊ค: sciencethailand  

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.
ipv6 ready