Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

ขยะชุมชน

วันที่เผยแพร่
17 กรกฎาคม 2561
เขียนข่าวโดย
ปวีณ์นุช ถือแก้ว
Hits
ฮิต : 790

trash001 

ขยะชุมชนเป็นสิ่งของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตและบริโภคของมนุษย์ ปริมาณขยะที่มากมายขาดการจัดการอย่างมีระบบก่อให้เกิดปัญหาอย่างมากต่อการกำจัด ปัญหาจากขยะชุมชนนับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น พร้อมๆกับการขยายตัวของเมืองและประชากร ณ ปี พ.ศ. 2559 ปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในประเทศไทย อยู่ที่ 27.06 ล้านตัน คิดเป็นอัตราการเกิดขยะมูลฝอย 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน โดยมีปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกกำจัดอย่างถูกต้อง 9.57 ล้านตัน หรือ ร้อยละ 35 และมีปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ 5.81 ล้านตัน หรือ ร้อยละ 21 ในอดีตขยะมีปริมาณไม่มากและส่วนใหญ่เป็นวัสดุธรรมชาติ สามารถกำจัดได้ง่ายโดยวิธีกองทิ้ง (open dump) แต่สังคมปัจจุบันได้อาศัยความสะดวกสบายในการบริโภค ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรม ทำให้ของเสียที่ผลิตออกมาไม่ง่ายต่อการย่อยสลายโดยธรรมชาติ เป็นเหตุให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคและพาหะนำโรคต่างๆเช่น แมลงวัน หนู และยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายๆด้าน เช่น กลิ่นเหม็น การปนเปื้อนสู่น้ำใต้ดิน ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอนามัย รวมไปถึงการทำลายความสวยงามของทัศนียภาพ

 

01 1 resize

สำหรับการกำจัดขยะชุมชนโดยทั่วไปมีหลายวิธี สามารถแยกตามประเภทได้ดังนี้
1.ขยะรีไซเคิล (Recycle Waste) หรือ ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่นั้น เราสามารถเลือกจัดการผ่านเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการด้วยกระบวนการรีไซเคิล (Recycle), นำไปส่งที่ตู้รับขยะรีไซเคิล (Money Refund Machine) หรือ จัดการด้วยกระบวนการเชิงกล (Mechanical Process) โดยขยะรีไซเคิลเหล่านี้สามารถแปรรูปกลายเป็นเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เม็ดพลาสติกรีไซเคิล (Recycle Plastic Beads), เส้นใย (Plastic Fibers), เชื้อเพลิงอัดแท่ง (Refuse Derived Fuel : RDF), และ นำไปใช้ผลิตไฟฟ้า (Power Plant)

01 2 resize

2.ขยะอินทรีย์ (Organic Waste) เราสามารถเลือกจัดการผ่านเทคนิคต่างๆ ได้แก่ การนำไปจัดการด้วยวิธีการย่อยสลายแบบไร้อากาศ (Anaerobic Digestion), การนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับแปรรูปทำปุ๋ยหมักแบบ Decentralized Composting หรือ การทำปุ๋ยมูลไส้เดือน (Vermi-Composting) หรือ การทำปุ๋ยหมักระบบกองเติมอากาศ (Aerobic Digestion) เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าขยะอินทรีย์นั้น สามารถนำมาสร้างมูลค่ากลับคืนให้แก่คนในชุมชนในลักษณะของการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ย (Organic Fertilizer), สารปรับปรุงดิน (Soil Conditioner) และ ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ซึ่งสามารถนำไปใช้ผลิตไฟฟ้า (Power Plant) ได้ต่อไป สำหรับเศษผักที่ยังคงมีคุณภาพดีจากตลาดสด สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเป็นผักหมักเพื่อทดแทนอาหารสัตว์สำเร็จรูป และใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับสัตว์ โดยร่วมกับวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีชัยนาททดลองใช้ผักหมักกับเป็ด พบว่า สามารถทดแทนอาหารเป็ดสำเร็จรูปได้สูงถึง 10 % ทำให้เป็ดมีสุขภาพแข็งแรง มีอัตรารอดตายสูงกว่าการใช้อาหารสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว และมีผลให้น้ำหนักของเป็ดดีเท่ากับการใช้อาหารเป็ดสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว 

01 3 resize

3.ขยะเหลือทิ้งทางการเกษตร (Agricultural Waste) เราสามารถนำมาจัดการผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การย่อยสลายแบบไร้อากาศ (Anaerobic Digestion), กระบวนการคาร์บอไนซ์ (Carbonization and Activation หรือ การเผาไหม้ในสภาพอับอากาศหรือจํากัดอากาศ), กระบวนการไฮโดรเทอร์มอล (Hydrothermal หรือ การใช้ตัวทำละลายที่เป็นน้ำ) และกระบวนการเชิงกล (Mechanical Process) โดยเมื่อทำการแปรรูปขยะเหลือทิ้งทางการเกษตร นอกจากจะได้ สารปรับปรุงดิน (Smart Soil), ไฟเบอร์ซีเมนต์ (Fiber Cement) ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในชุมชน ยังสามารถนำไปแปรรูปเพื่อการผลิตเชื้อเพลิงและพลังงาน เช่น แปรรูปเป็นถ่านกัมมันต์ (Granular Activated Carbon), เชื้อเพลิงอัดแท่ง, ซีโอไลต์ (Zeolite) เพื่อนำไปใช้ในการกลั่นปิโตรเลียมให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม นอกเหนือจากการนำมาปรับเปลี่ยนองค์ประกอบเพื่อใช้เป็นแหล่งอาหารของพืช ช่วยให้ดินสามารถกักเก็บปุ๋ยได้นานลดการใช้ปุ๋ย และ ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ซึ่งสามารถนำไปใช้ผลิตไฟฟ้า (Power Plant) ต่อไป

 

01 5 resize

4.ขยะอันตราย (Hazardous Waste) นั้น สามารถนำมาจัดการแปรรูปเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ผ่านการจัดการด้วยเตาเผา (Incineration), กระบวนการบำบัดด้วยกระบวนการทางกายภาพ ชีวภาพ และเคมี (Physical/Biological/Chemical Treatment) หรือ กระบวนการรีไซเคิล (Recycle) โดยสิ่งที่ได้จากการจัดการดังกล่าวสามารถนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า (Power Plant) หรือ กลับคืนเป็นวัตถุดิบโรงงาน (Return for Raw Material)

อย่างไรก็ตาม วิธีที่ยอมรับกันแพร่หลายคือ การฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล (sanitary landfill) การผลิตปุ๋ยหมัก (composting) และการเผาในเตา (incineration) ซึ่งแต่ละวิธีต่างก็มีข้อจำกัด เช่น ต้องใช้พื้นที่มากในการฝังกลบและอาจส่งผลกระทบต่อน้ำใต้ดิน ก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาว การผลิตปุ๋ยหมักสามารถลดปริมาณขยะได้เพียงร้อยละ 30-50 และต้องใช้เวลานาน 2-3 เดือน ส่วนการเผาทำลายส่วนใหญ่ต้องนำเทคโนโลยีเตาเผาขยะจากต่างประเทศและใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง

เผยแพร่ข่าว : นางสาวปวีณ์นุช ถือแก้ว
ส่วนสื่อสารองค์กร
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732 โทรสาร 0 2333 3834
e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Facebook : sciencethailand
Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร.1313

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.