Account
Please wait, authorizing ...
×
เข้าสู่ระบบ

Login to your account

Username *
Password *
Remember Me

นายกรัฐมนตรีเปิดงาน “สตาร์ทอัพไทยแลนด์และดิจิทัลไทยแลนด์ 2016 จ.ภูเก็ต” เผยความสำเร็จสตาร์ทอัพภูมิภาค เตรียมพร้อมภูเก็ตนำร่องสู่สมาร์ทซิตี้

ยุทธศาสตร์
ไฟล์ Download
รูป intro
แกเลอรี่

STARTUP ภูมิภาคครั้งที่ 3 PHUKET ON THE BEACH

Support


             
นายกรัฐมนตรีเปิดงานสตาร์ทอัพฯ ในจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยความสำเร็จสตาร์ทอัพภูมิภาค – ผุดเชียงใหม่เป็นเมืองสร้างสรรค์ – เร่งสร้างสตาร์ทอัพขอนแก่นเชื่อมกลุ่มลุ่มน้ำโขง – เตรียมนำร่องภูเก็ตสู่มาร์ทซิตี้ในปี 2563

 

             วันที่ 16 กันยายน 2559 – ณ โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ทแอนด์สปา ป่าตอง จ.ภูเก็ต พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “สตาร์ทอัพไทยแลนด์และดิจิทัลไทยแลนด์ 2016 (Startup Thailand and Digital Thailand 2016)” ระดับภูมิภาค พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Phuket as Smart City & Startup Paradise” ทั้งนี้ยังมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และนางทรงพร โกมลสุรเดชปลัดกระทรวงเทคโนโลยี-สารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ร่วมเปิดงานในครั้งนี้ด้วย

 

             พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า งานสตาร์ทอัพไทยแลนด์และดิจิทัลไทยแลนด์ระดับภูมิภาคนี้ ได้จัดขึ้นตามเป้าหมายของรัฐบาลที่จะปลุกกระแสให้เกิดการสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ขึ้นทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่ไทยแลนด์ 4.0 และทำให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล    ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมไทย ซึ่งวันนี้ต้องยืนยันกับประชาคมโลกว่า ภูเก็ตพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่การเป็นเมืองอัจริยะ (Smart City) พร้อมกับเป็นศูนย์กลางที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพรุ่นใหม่และเป็นศูนย์กลางสตาร์ทอัพ (Startup Hub) ของภูมิภาคอาเซียนต่อไป

             สำหรับงานระดับภูมิภาค ในจังหวัดเชียงใหม่นั้นได้แสดงให้เห็นศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางของผู้ประกอบการกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์และได้กำหนดจัดงานขึ้นภายใต้แนวคิด “ครีเอทีฟ วัลเลย์ (Creative Valley)” ซึ่งก็ได้การตอบรับจากประชาชนในภาคเหนือเหนือเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานแสดงนิทรรศการ ฟังปาฐกถาพิเศษและเสวนา รวมทั้งสิ้นกว่า 4,500 คน มีนิทรรศการของวิสาหกิจเริ่มต้นเข้าร่วมงาน จำนวน 60 ราย ซึ่งเป็นไปตามความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เกิดเป็นกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์

             ไม่เพียงเท่านั้น ช่วงปลายสิงหาคมที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงไอซีที ก็ได้จัดงานสตาร์ทอัพฯ ภูมิภาคขึ้นอีกครั้งในจังหวัดขอนแก่น ภายใต้แนวคิดแม่โขง คอนเน็ก (Mekong Connect) โดยเชื่อว่ากลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสานของไทยนั้น จะเป็นจุดเชื่อมสำคัญต่อการพัฒนาของประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งภายหลังการจัดงานสตาร์ทอัพที่ขอนแก่นนั้นถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะเราได้รับความร่วมมือจากลุ่มผู้ประกอบการสตาร์ทอัพจากกลุ่ม CLMVT ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว. พม่า เวียดนามและไทย ซึ่งได้รับการตอบเป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานแสดงนิทรรศการ ฟังปาฐกถาพิเศษและเสวนา รวมทั้งสิ้นกว่า 7,300 คน พร้อมมีวิทยากรจากประเทศไทยและต่างประเทศ (สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม) กว่า 60 คน ถือเป้นความสำเร็จก้าวแรกที่เราจะขับเคลื่อนขอนแก่นและจังหวัดในภาคอีสานไปสู่ฐานเศรษฐกิจใหม่ เช่น การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) การพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 (Industry 4.0) เป็นต้น

             และที่สำคัญในวันนี้ เราได้มาจัดงานสตาร์ทอัพไทยแลนด์และดิจิทัลไทยแลนด์ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นจังหวัดที่มีตัวเลขการเติบโตของนักท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา สูงถึง 13.2 ล้านคน โดยกว่า 9.5 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 313,300 ล้านบาท และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางยูเนสโกยังยกให้ภูเก็ตเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (City of Gastronomy) ประจำปี 2558 โดยเป็น 1 ใน 18 เมืองทั่วโลกและเป็นเมืองแรกของไทยและอาเซียนอีกด้วย ซึ่งนั่นสะท้อนให้เห็นศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตในการเป็นเมืองนานาชาติ (International City) และรัฐบาลเองจึงมีหน้าที่ที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างสภาพแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเพื่อจะรองรับการพัฒนาภูเก็ตในระยะต่อไป

             “ด้วยศักยภาพของจังหวัดภูเก็ต เมื่อเสริมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของรัฐบาล ต่อไปภูเก็ตจะไม่ใช่เป็นเพียงแค่เมืองที่ได้ยอมรับว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองอาหารชั้นนำ แต่ภูเก็ตจะเป็นเมืองแห่งนวัตกรรม เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ และเป็นศูนย์กลางของนักรบธุรกิจใหม่ หรือ สตาร์ทอัพฮับ อีกด้วย” พลเอก ประยุทธ์ กล่าว

             นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมและต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่ หรือเรียกว่า New S-Curve รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัล เพื่อให้ก้าวข้ามกับกับดักรายได้ปานกลาง และขณะนี้จังหวัดภูเก็ตเอง ถือเป็นจังหวัดนำร่อง ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลและอุตสาหกรรมดิจิทัล หรือ   ภูเก็ตสมาร์ทซิตี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ โดยจะเห็นภูเก็ตเป็นสมาร์ทซิตี้ (Smart City) อย่างสมบูรณ์แบบให้ได้ในปี 2563

   

             “ท้ายสุดนี้ หวังว่าภูเก็ตสมาร์ทซิตี้นี้ จะเป็นหนึ่งในศักยภาพสำคัญของการขับเคลื่อนแผนพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานโดยเฉพาะกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงไอซีที ที่ได้ให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนการจัดงานสตาร์ทอัพไทยแลนด์และดิจิทัลไทยแลนด์ขึ้น หวังว่าการจัดงานสตาร์ทอัพฯในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างโอกาสในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตเพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศในอนาคตได้ยั่งยืนต่อไป” พลเอกประยุทธ์กล่าว

             ด้านดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า การจัดงานในภูเก็ตครั้งนี้ได้จัดภายในแนวคิด startup on the beach ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการจัดงานสตาร์ทอัพภูมิภาคที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่และขอนแก่น ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งนับว่าเป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ทั้งนี้ยังได้ดำเนินการส่งเสริมทุกรูปแบบ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการประกาศจุดยืนและความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะใช้ฐานเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0


 

 



กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โทรศัพท์ 0 2333 3700 ต่อ 3728 - 3732 โทรสาร 0 2333 3834
e-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. Facebook : sciencethailand
Call Center กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โทร. 1313

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป

contact us

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) mostQR
75/47 ถ.พระราม 6 ราชเทวี กทม. 10400
โทร. 0 2 333 3700
โทรสาร 0 2 333 3833
Call Center : 1313

อีเมล์ : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Most Call Center 1313
Most Community
2017 Ministry of Science and Technology. All Rights Reserved.