การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2556

 

         ดร. พีรพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 4/2556 โดยมี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฯ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 9 อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีข้าราชการ กลุ่มครู นักเรียน รวมทั้งประชาชนมากมายมาให้การต้อนรับ

       นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ช่วงแรก) ซึ่งมีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 28/2556 โดยเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 ประกอบด้วย จังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี ซึ่งก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อที่ประชุมถึงการเดินทางมาลงพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ ของนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย จังหวัดยโสธร มุกดาหาร นครนายก ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ มหาสารคาม และการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งก่อนหน้านี้ที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสิ่งที่ได้เห็นชัดเจนคือการที่ให้แต่ละจังหวัดมีการจัดทำยุทธศาสตร์ของจังหวัดที่ให้จังหวัดหาจุดเด่นของตนเอง รวมถึงการจัดทำเกษตรโซนนิ่งของจังหวัดให้สอดคล้องกับความต้องการสินค้าและอุตสาหกรรม ซึ่งพบว่าจังหวัดที่มีความพร้อมในการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัดมากที่สุดคือจังหวัดกำแพงเพชร ที่มียุทธศาสตร์มันสำปะหลัง อ้อย และโรงงาน โดยจะได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ฯ จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการใช้จัดทำยุทธศาสตร์ต่อไป

          โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า นอกเหนือจากจะได้เห็นกระบวนการผลิตข้าวแบบครบวงจรแล้ว สิ่งที่ให้ความสำคัญในพื้นที่ของพระนครศรีอยุธยา กับจังหวัดใกล้เคียงคือการพัฒนาโลจิสติกส์ เพราะพื้นที่นี้มีความสำคัญ มีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ดังนั้นสามารถที่จะเชื่อมโยงได้ทั้งการขนส่งทางบก ทางราง และทางน้ำ จึงมีความเห็นร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนฯ หรือ กรอ. ว่าจะส่งเสริมให้จังหวัดภาคกลางตอนบน 1 เป็น Hub ของโลจิสติกส์ และเป็นการต่อยอดการขยายตัวของกรุงเทพมหานครที่มีแนวโน้มว่าจะมีการขยายตัวมากขึ้น โดยหากจังหวัดภาคกลางตอนบน 1 มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่ครบวงจร ก็จะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมด้วย

         โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการประชุม กรอ. เมื่อวานนี้ว่า ยังมีประเด็นที่ภาคเอกชนมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจังหวัดภูเก็ตมากขึ้นในช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ ทั้งนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้แสดงความเป็นห่วงในความแออัดของสนามบินภูเก็ต ที่ปัจจุบันมีจำนวนนักเที่ยวใช้บริการถึง 9 ล้านคนขณะที่สนามบินภูเก็ตมีความสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ที่ 6 ล้านคน และมีปัญหาป้ายบอกช่องทางที่ไม่ชัดเจน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติออกมาผิดช่องทาง เมื่อนักท่องเที่ยวคนนั้นกลับเข้าไปก็ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดี นายกรัฐมนตรีจึงได้มีการสั่งการเร่งด่วนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดำเนินการเช่นเดียวกับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยการตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างสนามบิน ตำรวจและผู้ประกอบการ ในการลดความแออัดของสนามบินภูเก็ตอย่างเร่งด่วน เพราะนายกรัฐมนตรีเห็นว่าสนามบินเหมือนกับเป็นห้องรับแขก ถ้าห้องรับแขกของประเทศไม่ดี ต่างชาติก็จะมีภาพที่ไม่ดีต่อประเทศไทย (ข้อมูลจาก http://www.thaigov.go.th)

Last Updated on Friday, 22 August 2014 06:02

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รัฐสภา

 

สถิติ : เริ่ม 01/11/2555

Joomla templates by Joomlashine